พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยมสังสรรค์เป็นกลุ่มใหญ่ ปัจจุบันผู้บริโภคหลายคนเลือกดื่มคนเดียว หรือดื่มในปริมาณที่น้อยลง ทำให้บริษัทเครื่องดื่มต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้
ไทยเบฟ หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของไทย จึงปรับไซต์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกและความพอดีในการดื่ม
ถือเป็นอีกการปรับเกมรุกที่เข้ามาสอดรับกับ Vision 2030 ที่จะมีแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ คือ
แกนแรก Reach Competitively เป็นการสร้างโอกาสผ่านการกระจายสินค้า โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เช่น การนำผลิตภัณฑ์ “หงส์ทอง” มาปรับไซต์ให้เล็กลง ให้อยู่ในเซกเมนต์ RTD (Ready To Drink) หรือผลิตภัณฑ์ “Zato” สาโทรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถดื่มเครื่องดื่มสปิริตได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
ส่วนแกนที่สอง Digital for Growth คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนการเติบโต ทั้งการเสริมศักยภาพธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่ายคู่ค้าและผู้บริโภค ตลอดจนการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ไทยเบฟสามารถสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด
เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไทยเบฟได้ปรับไซต์ของผลิตภัณฑ์ให้ ขนาดเล็ก 200 ml สำหรับแบรนด์สำคัญหลายตัว ได้แก่ หงส์ทอง, เมอริเดียน, แสงโสม และแม่โขง ให้ออกมาในรูปแบบของ RTD ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ไม่สูงนัก
การปรับไซต์เล็กลงนี้ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องดื่มได้ง่ายขึ้น เหมาะกับการดื่มคนเดียวที่บ้านหรือในห้องพัก และลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดปกติที่มักต้องซื้อคู่กับมิกเซอร์
การปรับไซต์ให้เล็กลงยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภคที่ดื่มแบบเบาๆ และสร้างทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยตัวที่พึ่งเปิดตัวไปอย่าง เช่น
หงส์ทอง RTD จะถูกนำเสนอในแพ็กเกจจิ้งแบบแคน ที่มีสองผลิตภัณฑ์ นั่นคือ หงส์ทองผสมโซดา กับหงส์ทองผสมโคล่า ที่ทำในรูปแบบกระป๋องขนาด 200 ml จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 4.8%
ต่อมาคือตัว ZATO หรือสาโทกระป๋อง มีรส lemon lime fizz ที่ผสมเลม่อน กับรสชาติ cola bomb ที่ผสมโคล่า จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งสองตัวนี้เรียกได้ว่าเพื่อเจาะกลุ่มตลาด RTD (Ready To Drink) เลยก็ว่าได้
การปรับตัวของไทยเบฟสะท้อนถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่เปลี่ยนจากการดื่มหนักๆ ในอดีต มาสู่การดื่มแบบเบาๆ และเน้นความสะดวกในการบริโภค การปรับไซต์ของผลิตภัณฑ์ให้เล็กลง จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ โดยมีสองเหตุผลหลักในการดำเนินการ คือ
1.เทรนด์การดื่มของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนเจนใหม่นิยมดื่มคนเดียวที่บ้านหรือในห้องพักมากกว่าการสังสรรค์แบบกลุ่มใหญ่ความต้องการเครื่องดื่มขนาดพอดีสำหรับการดื่มเพียงคนเดียวจึงเพิ่มขึ้นการปรับไซต์ให้เล็กลงช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้อย่างตรงจุด
2.เรื่องราคาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผ่านมา การซื้อเครื่องดื่มขนาดใหญ่ มักต้องซื้อคู่กับมิกเซอร์ ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นการปรับไซต์ให้เล็กลงจึงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในขณะที่ยังคงเพลิดเพลินกับรสชาติและคุณภาพของแบรนด์ไทยเบฟการปรับไซต์เล็กลงจึงไม่ได้เป็นเพียงการลดปริมาณแต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น
โสภณ ราชรักษา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและสมรรถนะองค์กร กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นเสริมแกร่งในฐานะผู้นำตลาดสุราในไทยและเมียนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยการนำเสนอสินค้าพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ความนิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ”
นอกจากนี้ไทยเบฟยังเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนในตลาดภายในประเทศและขยายโอกาสในตลาดต่างประเทศ ด้วยการลงทุนเพื่อเสริมแกร่งตราสินค้าหลัก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับตลาดในประเทศ ไทยเบฟมุ่งมั่นเสริมแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์หลักอย่าง รวงข้าว, หงส์ทอง, แสงโสม, แม่โขง และเบลนด์ 285 อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงความเป็นผู้นำตลาดสุราขาวและสุราสี
การส่งผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ เข้าตลาด จะเป็นกลยุทธ์ที่เข้ามาสอดรับกับเรื่องของการนำ Digital เข้ามาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดจำหน่าย ด้วยกลยุทธ์การปรับตัวเชิงรุก ทั้งการพัฒนา
ผลิตภัณฑ์และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ไทยเบฟไม่เพียงรักษาฐานผู้บริโภคเดิม แต่ยังเปิดโอกาสเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมสร้างการเติบโตผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ....