โออิชิ กรีนทีพลิกเกมรับหน้าร้อน จับมือ Magnolia ภายใต้ F&N เปิดตัว “ไอศกรีม Oishi Icy Jell-To รสชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว” ที่ต่อยอดจากรสชาติยอดนิยม “โออิชิ น้ำผึ้งมะนาว” ยกระดับประสบการณ์ความสดชื่น พร้อมเดินหน้าสร้างรูปแบบการบริโภคใหม่เป็น Dual Consumption ที่ไม่ใช่แค่ดื่ม แต่ยังออกมาในรูปแบบไอศกรีมที่ช่วยสะท้อนภาพการเป็นผู้นำตลาดที่ไม่หยุดนิ่งได้เป็นอย่างดี
หากมองเข้าไปในเกมการตลาดของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบไอศกรีมในครั้งนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่การขายสินค้าใหม่ แต่คือการ "กำหนดทิศทางตลาด" ในฐานะผู้นำตลาดชาเขียว ที่จะเข้ามาช่วยรักษาความสดใหม่ หรือช่วยสร้าง Brand Modernization ซึ่งเป็นการปกป้องจุดอ่อนที่แบรนด์ลีดเดอร์ที่เป็นผู้นำตลาดนานๆ มักเสี่ยงกับภาพลักษณ์ที่ "น่าเบื่อ" หรือ "เดิมๆ"
ซึ่งการเอาความแมสของฮันนี่ เลมอนมาทำไอศกรีม คือการบอกผู้บริโภคว่าแบรนด์โออิชิไม่ได้หยุดนิ่ง ซึ่งแน่นอนว่าจะ ช่วยดึงดูดกลุ่ม Gen Z ที่ชอบลองอะไรไม่ที่ซ้ำใคร โดยความแปลกใหม่ในการนำเสนอนั้น ในฐานะผู้นำตลาดต้องไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ในหมวดหมู่หรือ Category เดิม การข้ามจากตู้แช่น้ำมาสู่ตู้แช่ไอศกรีม คือการประกาศให้เห็นว่า "รสชาติของโออิชิ" แข็งแกร่งพอที่จะชนะในสมรภูมิอื่นได้ด้วย เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ว่าชาเขียวเบอร์ 1 ต้องเป็นได้มากกว่าแค่การดื่ม

สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บอกว่า โออิชิ กรีนทียังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างและเติมสีสันให้ตลาด ล่าสุดได้นำรสชาติขายดีอันดับ 1 “น้ำผึ้งมะนาว” มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ภายใต้แนวคิด “ความรู้สึกดีที่กัดได้” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ “รู้สึกดีทุก Tea เลย” พร้อมวางเป็น ไอเทมซัมเมอร์ที่เข้าถึงง่าย วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven ในราคา 20 บาท และเตรียมขยายสู่ช่องทางอื่นต่อไป
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ 2 แบรนด์ผู้นำตลาด โดยโออิชิเป็นผู้นำในตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ขณะที่ Magnolia เป็นผู้นำในตลาดไอศกรีม จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการสร้างกระแสในตลาดได้
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ยังช่วยขยาย Brand Touchpoint ซึ่งโออิชิเองต้องการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม การเปลี่ยนจากชาเขียวเป็น "ไอศกรีม" ช่วยสร้าง Brand Awareness ในหมวดหมู่ไอศกรีม ซึ่งเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่ายมากขึ้น

โดยในตลาดที่การแข่งขันสูง แบรนด์ผู้นำตลาดเอง จำเป็นต้องสร้างสีสันใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตลาด การออกไอศกรีมรสฮันนี่ เลม่อน ที่คนคุ้นเคยในรูปแบบใหม่ ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและดึงดูดลูกค้าที่ชอบลองของใหม่ ซึ่งการนำรสชาติยอดนิยมเหล่านี้มาทำเป็นไอศกรีมจึงมีความเสี่ยงต่ำเพราะผู้บริโภคเชื่อมั่นในรสชาติเดิมอยู่แล้ว
เช่นเดียวกับเรื่องของการช่วยเพิ่ม Brand Visibility ที่ถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของการทำตลาดในครั้งนี้ เพราะถ้ามองในแง่รายได้ การขายไอศกรีมอาจไม่ได้สร้างรายได้ให้มากมายเท่าไรนัก แต่สิ่งที่โออิชิได้ไปเต็มๆ คือ การขยายแบรนด์จากแค่อยู่ในตู้แช่เครื่องดื่มเข้าไปในตู้แช่ไอศกรีม
แน่นอนว่า จะช่วยให้แบรนด์โออิชิ กรีนที ผ่านตาคนในจุดที่แปลกใหม่และบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับการข้ามหมวดหมู่ หรือ Cross-Category ในครั้งนี้ ยังช่วยตอกย้ำBrand Proposition ของโออิชิ กรีนที ที่นำเสนอแนวคิด“รู้สึกดี ทุก Tea” ให้เกิดขึ้นในทุกโมเมนต์ของผู้บริโภค ไม่ว่าคุณจะดื่มหรือกินอะไรที่มีรสชาเขียว คุณต้องนึกถึงแบรนด์นี้เป็นชื่อแรก

สิ่งที่ถูกเสริมเข้าไปในการทำตลาดครั้งนี้ก็คือ นอกจาก ตัวผลิตภัณฑ์ โออิชิยังเชื่อมต่อประสบการณ์ผ่าน “Oishi Club” โดยผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code บนไม้ไอศกรีมเพื่อสะสมพอยท์ได้ทันที และรับคะแนนพิเศษ 2 พอยท์
ถือเป็นตัวช่วยเพิ่มความสนุกในการร่วมกิจกรรมและแลกรับของรางวัล ซึ่ง“Oishi Club” ถือเป็น Ecosystem สำคัญของแบรนด์ โดยในช่วง 4 เดือนแรกหลังเปิดตัว สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคผ่านการสแกนใต้ฝามากกว่า 6 ล้านครั้ง เพื่อร่วมสะสมพอยท์และแลกรับของรางวัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายเที่ยว สายแกดเจ็ท และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมสร้าง Engagement รวมได้มากกว่า 26 ล้านครั้ง ตอกย้ำบทบาทในการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการสร้างประสบการณ์ตรง โออิชิเตรียมเดินหน้ากิจกรรมออนกราวนด์อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการแจกชิมที่ตลาดนัด มศว. Night Market เพื่อสร้างแลนด์มาร์กความ ICY และเชื่อมต่อเข้าสู่ Oishi Club ได้ทันที ก่อนขยายสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการแจกสินค้าทดลองมากกว่า 10 จุด ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเร่งการรับรู้และสร้างประสบการณ์จริงกับแบรนด์นั่นเอง....