กลายเป็นตลาดที่น่าสนใจไปแล้ว สำหรับสินค้า FMCG ในภาคอีสาน ที่ถูกมองว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยนรินทร์ รัชนีกรไกรลาศ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายซัพพลายเชน หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า FMCG รายใหญ่ของประเทศไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจเมื่อครั้งงานแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคหรือ CGDC ของ DKSH ที่บางพลี ว่า แม้ในปีนี้ ตลาด FMCG ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานจะมีตัวเลขการเติบโตที่ไม่สูงนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภคในพื้นที่
แต่หากมองดูแนวโน้มของตลาด FMCG ภาคอีสานแล้วพบว่ามีทิศทางการขยายตัวที่น่าสนใจ โดยนอกจากพื้นฐาน ที่ดีของตลาดที่ภาคนี้มีประชากรมากที่สุดแล้ว ยังมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวผู้บริโภคเอง
รวมถึงหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด – 19 เป็นต้นมา คนอีสานที่ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเองยังคงปักหลักอยู่ที่อีสาน ไม่ได้ย้ายออกไปทำงานที่ไหน กลายเป็นกำลังซื้อสำคัญที่ช่วยทำให้การบริโภคสินค้า FMCG ของที่นั่นมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ

จากข้อมูลนี้อ้างอิงจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจำนวนประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตามข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 คือ 21,716,975 คน ซึ่งเป็นภาคที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย คิดเป็นประมาณ 32.9% ของประชากรทั้งประเทศ.
ไม่เพียงเท่านั้น ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนทารกเกิดใหม่มากที่สุดในประเทศ แต่มีแนวโน้มอัตราการเกิดลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาขาดแคลนแรงงานในอนาคต
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าผ่านร้านค้าปลีกใกล้บ้าน รวมถึงการใช้บริการผ่านร้านค้าปลีกที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรด ที่มีจุดขายในเรื่องของการขายสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะสินค้าในแพ็กไซซ์ขนาดใหญ่ที่ใช้ในครอบครัว มีเทรนด์การเติบโตที่ค่อนข้างดี

เขายังบอกอีกว่า แม้สัดส่วนการขายผ่านโลคอล โมเดิร์นเทรด ยังมีน้อยกว่าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก แต่ในแง่ของการเติบโตของช่องทางนี้ก็เติบโตควบคู่กันไปอย่างน่าสนใจ ทำให้สินค้าหลายแบรนด์หันมาทำการตลาด ณ จุดขายผ่านร้านโลคอล โมเดิร์นเทรดมากขึ้น
โดยจุดแข็งของ DKSH ที่มีคลังสินค้าในพื้นที่ภาคอีสานคือที่อุบลราชธานี นครราชสีมา และขอนแก่น ซึ่งเป็นแวร์เฮ้าส์ที่เปิดให้บริการเพื่อทำให้ครอบคลุมพื้นที่การเข้าถึงร้านค้ามากขึ้น โดยให้บริการแบบครบวงจรทำให้สามารถเข้าถึง ตลอดจนผลักดันให้สินค้าของพันธมิตรที่ให้ DKSH เป็นคนจัดจำหน่ายให้ สามารถเข้าไปอยู่ในจุดขายที่ดีๆ ของร้านค้าได้ ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยให้สินค้าถูกเลือกหยิบออกจากร้านค้าได้ง่ายขึ้น

เขายังบอกอีกว่า ศูนย์กระจายสินค้า จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยกระจายสินค้า โดย DKSH จะเสริมจุดแข็งในการขยายตลาดให้กับคู่ค้าด้วยทีมเซลส์ที่แข็งแกร่ง โดยจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยประเมินการขายในร้านค้าที่จะทำให้รู้ว่าสินค้าที่ส่งเข้าไปขายในแต่ร้านค้าเหลือสต็อกหรือขาดสต๊อกอย่างไรบ้าง ทำให้สามารถนำมาวางแผนการผลักดันสินค้าเข้าร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ทีมเซลส์เราไม่เพียงแค่เข้าเยี่ยมร้านค้า แต่ยังเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการดิสเพลย์หรือจัดเรียงสินค้าบนเชลฟ์ โดยเฉพาะในร้านค้าที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรดที่มีเทรนด์การเติบโตที่ดี ทำให้เจ้าของสินค้าที่ให้เข้าจัดจำหน่ายมั่นใจว่า สินค้าของตัวเองจะยังคงอยู่บนเชลฟ์ในตำแหน่งที่ดี มองเห็นและถูกหยิบออกจากร้านค้าได้อย่างต่อเนื่อง”
ปัจจุบัน สินค้าที่ถูกกระจายออกไปยังทั่วประเทศผ่าน DKSH จะมีเดือนละประมาณ 8 ล้านลัง ภาคกลางจะมีตัวเลขมากที่สุด ประมาณ 2,235,867 ลัง ตามมาด้วยพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ – ปริมณฑล 2,143,992 ลัง ส่วนภาคอีสาน มาเป็นอันดับ 3 มีตัวเลขอยู่ที่ 1,797,822 ลัง