BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
15,521
VIEWS

ไทยเบฟเร่งเครื่อง “ยั่งยืนเชิงรุก” ระดับภูมิภาค มุ่งเป้าลดคาร์บอน-รับมือ Climate Risk หลังควบรวม F&N เสริมพลังขับเคลื่อน Net Zero 2050

ต.ค. 24, 2568 J.Wara
ภาพรวมการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทไทยเบฟในรอบปีที่ผ่านมายังคงเข้มข้นต่อเนื่อง และพร้อมวางทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนสู่ระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้น “การเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” ผ่านกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอน การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ (Climate Risk) และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับจาก “การสร้างความยั่งยืนภายในประเทศ” ไปสู่ “ความยั่งยืนระดับภูมิภาค” ครอบคลุมธุรกิจในหลายประเทศทั่วอาเซียน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยเบฟ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้เป็นความท้าทายของทุกภาคธุรกิจ แต่ไทยเบฟยังคงมุ่งเดินหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการเสริมรากฐานองค์กรและขับเคลื่อนกลยุทธ์ PASSION 2030 ต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ “กลยุทธ์เหล่านี้จะทำให้ไทยเบฟมีความคล่องตัว แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของอาเซียน”

ที่ผ่านมาไทยเบฟประกาศเป้าหมายใหญ่ในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 ครอบคลุมทุกสโคป โดยตั้งเป้าลดคาร์บอนในสโคป 1 และ 2 ลง 42% และสโคป 3 ลง 25% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2023 ซึ่งในปีล่าสุด ไทยเบฟสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสโคป 1 และ 2 ได้แล้ว 5.12% ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความก้าวหน้าขององค์กรในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือผลจากการรวมธุรกิจของ F&N เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มไทยเบฟในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์โดยรวมของกลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้นราว 3 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในอีกสองปีข้างหน้า โดยเฉพาะจากธุรกิจฟาร์มวัวในมาเลเซียของ F&N ที่เริ่มขยายการผลิตตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้ภารกิจด้าน Carbon Reduction ของไทยเบฟเพิ่มจาก 1.2 ล้านตัน CO2e เป็น 1.5 ล้านตัน CO2e ในอนาคตอันใกล้


ต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ กล่าวว่า “ความยั่งยืนคือรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจไทยเบฟ เราน้อมนำพระราชปณิธานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกมิติ”

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ไทยเบฟได้วางแนวทางปรับตัวเชิงรุกผ่าน “ฟาร์มคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Farm) โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการระบบฟาร์มอย่างครอบคลุม ทั้งการทำฟาร์มระบบปิด การใช้เทคโนโลยีดูแลสุขภาพวัวรายตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาอาหารเสริมที่ช่วยลดการเกิดมีเทนในกระบวนการย่อย รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนในฟาร์ม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในระยะถัดไป ไทยเบฟวางแนวทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้มีความเป็น “องค์รวม” มากขึ้น โดยจะขยายการดำเนินงานจากที่เคยโฟกัสเฉพาะประเทศไทย ไปสู่การทำ Action Plan ครอบคลุมทุกประเทศที่กลุ่มไทยเบฟมีการดำเนินธุรกิจอยู่ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับการบริหารความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งเดียวกันในระดับภูมิภาค แต่ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมตามบริบทของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และพลังงาน จะได้รับการสนับสนุนด้วยแผนที่เหมาะสมยิ่งขึ้นในภาพรวมของกลุ่ม

ตลอด 5 ปีข้างหน้า ไทยเบฟเตรียมงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการลดคาร์บอนทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการดำเนินงานในสโคป 3 ที่จะเริ่มขับเคลื่อนอย่างจริงจังหลังจากช่วงสองปีที่ผ่านมาเป็นช่วงของการเตรียมความพร้อมให้พันธมิตรในห่วงโซ่ธุรกิจเข้าใจหลักการวัดและลดคาร์บอนอย่างถูกต้อง ไทยเบฟเตรียมวางโจทย์การลดคาร์บอนให้แต่ละธุรกิจในห่วงโซ่จัดทำแผนภายในองค์กรของตนเอง รวมถึงกำหนดเงื่อนไขร่วมทางธุรกิจสำหรับคู่ค้าที่ไม่สามารถปรับตัวได้ เพื่อมุ่งสู่การสร้างห่วงโซ่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Supply Chain) อย่างแท้จริง


ขณะเดียวกัน ไทยเบฟยังยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ (Climate Risk Management) ให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลัก โดยเน้นการจัดทำ Action Plan ที่ครอบคลุมการติดตามและประเมินความเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำ” ซึ่งถือเป็นทรัพยากรหลักในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและมีผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจโดยตรง ปัจจุบัน ไทยเบฟเริ่มดำเนินการประเมินความเสี่ยงเรื่องน้ำในพื้นที่ดำเนินธุรกิจทุกประเทศอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครื่องมือ Aqueduct ของสถาบันทรัพยากรโลก (WRI) เพื่อตรวจสอบระดับความเครียดของน้ำในพื้นที่โรงงานแต่ละแห่ง

จากรายงานความยั่งยืนปีล่าสุด พบว่า โรงงานของไทยเบฟกว่า 44% หรือ 30 แห่ง จากทั้งหมด 69 แห่ง (รวมโรงงาน F&N) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความเครียดของน้ำสูงและสูงมาก บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งในแง่การใช้น้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการคืนสู่ชุมชน โดยตั้งเป้าฟื้นฟูแหล่งน้ำคืนสู่ธรรมชาติและชุมชนให้ได้ 100% ภายในปี 2040 จากปัจจุบันที่ทำได้ราว 5% ซึ่งเท่ากับต้องเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูมากกว่า 20 เท่าภายใน 15 ปีข้างหน้า


พร้อมกันนี้ไทยเบฟยังคงเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ที่สะท้อนความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำขวดแก้วกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ถึง 97% ของปริมาณขวดที่จำหน่ายในประเทศ การลดขยะอาหารและของเสียอื่น ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่กว่า 50% การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับเครื่องหมาย “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) ในไทยถึง 74% การใช้พลังงานหมุนเวียนในองค์กรแล้ว 42.6% จากเป้าหมาย 50% ภายในปี 2030 รวมถึงการลดการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตลงได้ 5.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ด้านการจัดการพลังงานสะอาด ไทยเบฟติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งบนหลังคาและแบบลอยน้ำในโรงงาน 41 แห่ง รวมถึงพื้นที่สำนักงานอีก 8 แห่งทั่วประเทศ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุด 61.86 เมกะวัตต์ (MWp) เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ไทยเบฟเดินหน้าโครงการร่วมกับแบรนด์ในเครือ เช่น “โออิชิ” และ “คริสตัล” ที่พัฒนาฝาขวดแบบยึดติดเพื่อลดขยะพลาสติก และ “เอส” ที่เปิดตัวขวดผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% พร้อมขยายโครงการเก็บคืนบรรจุภัณฑ์จาก 9 เกาะในภาคตะวันออกและใต้เป็น 30 เกาะในปีหน้า

ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของไทยเบฟที่ก้าวสู่การเป็น “ผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับภูมิภาค” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง หากแต่ยังสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “การเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”
 

ไทยเบฟ ปั้น “ปราการ” ลุยตลาดพรีเมียม รับคอทองแดงเปลี่ยนเลน จากไวน์สู่ซิงเกิ้ลมอลต์

กลุ่มธุรกิจอาหาร ไทยเบฟ คว้า 2 รางวัลด้านอาหารจากเวที RED TABLE AWARDS 2025 ตอกย้ำศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและบริการอันยอดเยี่ยม

ปักหมุดเที่ยวงานกาชาด แวะร่วมสนุกบูทไทยเบฟ ช้อป ชิม ฟินเว่อร์ สอยดาวลุ้นรับโชคใหญ่มากมาย

โออิชิ กรีนที ชู Digital Marketing เปลี่ยนเกมจากแค่ “ชาเขียว” สู่แบรนด์ที่ตอบโจทย์ Emotional แบบตรงใจ

“ไทยเบฟ” หนุนทัพช้างศึกชิงเจ้าอาเซียน

เปิดแผนธุรกิจอาหาร “ไทยเบฟ” พร้อมเดินหน้าสู่ PASSION 2030 ด้วยพลัง Synergy ทั้งในเครือ - นอกเครือ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact