ถ้าคิดว่าร้านสะดวกซื้ออยู่ทุกหัวมุมแล้ว วันนี้อาจจะต้องลองคิดใหม่! เพราะต่อไป คุณอาจเจอพันธุ์ไทยก่อนก็ได้นะ
เรียกว่าโตแรงแบบไม่มีพักเพราะล่าสุดในปี 2568 พันธุ์ไทย ได้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 800 สาขา ซึ่งเร็วมากหากเทียบกับร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่นที่ปีนี้ขยายเพียง 700 สาขาเท่านั้น
หลังจากสลัดภาพร้านในปั๊ม “พันธุ์ไทย” กำลังลุยเต็มสูบ ขยายสาขาไปทั่วประเทศ พร้อมเข้าถึงคนรุ่นใหม่ให้ใกล้ตัวที่สุด ด้วยเป้าหมายปีหน้า 1,000 สาขา และปูทางสู่ 5,000 สาขาภายในปี 2571 เปิดเกมรุกมาขนาดนี้ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดกาแฟไทยกำลังร้อนแรงและเติบโตเร็วกว่าที่คาด
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือจังหวะการเติบโตแบบไม่พัก เหมือนกาแฟช็อตเข้มที่ไม่มีวันหมดคาเฟอีน เพราะวันนี้พันธุ์ไทยไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟในปั๊มอีกต่อไป แต่กำลังขึ้นแท่นเป็น “แบรนด์กาแฟของคนรุ่นใหม่” ที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนทุกวัย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงาน
ปัจจุบันตลาดกาแฟตอนนี้มีมูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี และคาดว่าปีหน้าจะโตเพิ่มเป็น 70,000 ล้านบาท นี่คือโอกาสทองของหลายแบรนด์ที่จะเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ แต่ท่ามกลางตลาดที่แบรนด์ใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศเริ่มลงมาเล่นเกม “กาแฟราคาจับต้องได้” กันมากขึ้น พันธุ์ไทยกลับเลือกเดินหมากด้วยแนวคิดที่ต่างออกไปนอกเหนือจากเรื่องราคาคือ “การขยายสาขาให้ใกล้ลูกค้ามากที่สุด” เพราะยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งเข้าถึง ยิ่งสร้างการจดจำได้เร็ว
ตอนนี้พันธุ์ไทยมีแล้วกว่า 1,900 สาขา และคาดว่าภายในสิ้นปีจะทะลุ 2,100 สาขา แม้จะเริ่มขยายไปต่างประเทศแล้ว 4 สาขาในลาว แต่เป้าหมายใหญ่คือ “สร้างฐานให้แข็งแรงก่อนออกเดิน” นี่แหละคือสัญญาณชัดว่า ตลาดกาแฟไทยกำลังร้อนแรง และพันธุ์ไทยกำลังเขย่าตลาดแบบเต็มสูบ
พันธุ์ไทยยังมุ่งเน้นการสลัดภาพจากกาแฟในปั๊มเข้าสู่แบรนด์ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้สัดส่วนสาขานอกปั๊มมี 51% มากกว่าในปั๊มที่มี 49% นอกจากนี้การขยายสาขาในปีหน้าและปีต่อไป จะเน้นความเข้มงวดในการคัดเลือกแฟรนไชน์และพนักงาน เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของแบรนด์ให้คงที่ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายและให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกสาขา
โดยฟอร์แมตร้านที่ใช้ในการขยายมีด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ คือ แฟลกชิพ สโตร์ สแตนอโลน บิวท์ อินในปั๊ม และคีออส การขยายให้มีความหลกหลายเพื่อตอบโจทย์ทำเลและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการทดลองฟอร์แมตร่วมกับธุรกิจอาหาร เช่น “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” โดยเริ่มเปิดสาขาแรกในแถบคลองหลวง เพื่อตรวจสอบตลาดและความพร้อม ก่อนขยายไปยังห้างสรรพสินค้าและฟู้ดคอร์ทในอนาคตอีกด้วย
ซึ่งเป้าหมายในระยะยาวของพันธุ์ไทยคือการมี 5,000 สาขาในปี 2571 โดยกลยุทธ์หลักคือการให้ แฟรนไชน์เดิมที่มีศักยภาพขยายสาขาของตัวเอง แทนการเปิดแฟรนไชน์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยควบคุมมาตรฐานการให้บริการและคุณภาพของกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนนี้แฟรนไชน์มีอยู่ประมาณ 23% และตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มเป็น 30% รายใหญ่ที่สุดมีประมาณ 90 สาขา ขณะที่รายรองลงมามีประมาณ 20 กว่าสาขา โดยเลือกสรรจากศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการ
สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “การขยายสาขาไม่เพียงช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบแฟรนไชน์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเราได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การขยายนี้จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้พันธุ์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
และสิ่งที่ทำให้พันธุ์ไทยสามารถเข้าไปในใจลูกค้าได้มากขึ้นมีด้วยกัน 4 ข้อหลักๆ ได้แก่
1.การขยายสาขา ที่ยิ่งเราขยายสาขาได้มาเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเข้าใกล้ผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะลูกค้าสามารถมาหาเราได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
2.ราคาและโปรโมชั่น แม้ว่าวัตถุดิบที่เลือกใช้จะพรีเมียมขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไปควบคู่กับรสชาติคือเรื่องราคาและโปรโมชั่น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะดึงให้ลูกค้ากลับมาหาเรา โดยราคาเริ่มต้นของพันธุ์ไทยอยู่ที่ แก้วละ 40-75 บาท ด้านโปรโมชั่นก็มีบัตรแดง และบัตรเขียวของพีที ที่สามารถใช้เป็นส่วนลดในแต่ละกรณีอีกด้วย
3.ความหลากหลายของเมนู พันธุ์ไทยจะออกเมนูใหม่ ทุกๆ2เดือนจะออก1เมนู และตามเทศกาลต่างๆ เพราะการเพิ่มเมนูใหม่ๆเข้ามาเป็นสีสันให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกใหม่ๆมากขึ้น ถือเป็นการทำให้แบรนด์สดใหม่อยู่ตลอดเวลา
4. Customer Journey นอกจาก 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นอีกสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาอีกอย่างคือ Core Product สินค้าอื่นๆนอกเหนือจากเมนูในร้าน อย่างแก้วน้ำ ขนมตอนเช้าที่เพิ่มเข้ามาให้มีตัวเลือกมากขึ้นเพราะผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เข้าร้านกาแฟมาเพื่อกินกาแฟอย่างเดียว จึงต้องหาทางเลือกอื่นเพื่อให้ลูกค้าได้
“ในปีหน้าตลาดร้านกาแฟจะเติบโตมากขึ้น เทรนต่อไปที่ได้เห็นมองว่าจะแข่งด้วยเรื่องคุณภาพของกาแฟและ Story Telling มากขึ้น โดยเฉพาะอินฟูเอนเซอร์ พร้อมทำมาร์เก็ตติ้งกันมากขึ้น รวมถึงเทรนรักษ์โลก ด้วยความที่คนเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน การช่วยเหลือชุมชน สังคม พันธุ์ไทยเองก็ทำอยู่ตลอด อย่างช่วยเกษตรกร นมสหกรณ์ ช่วยเหลือชาวนา สิ่งเหล่านี้เป็นอีกเหตุผลที่สามารถเข้าไปในใจคนได้เช่นกัน” สุขวสา กล่าว
ด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว รักษาคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ใกล้ชิดผู้บริโภค “พันธุ์ไทย” กำลังยืนเป็นแบรนด์กาแฟของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน และหากเดินเกมต่อไป เราอาจเห็นครบ 5,000 สาขาก่อนปี 2571 อย่างแน่นอน การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่คือการเขย่าตลาดร้านกาแฟไทยให้ร้อนแรงและน่าจับตามอง