อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยอมรับว่าธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลปีนี้ถือเป็นปีที่เหนื่อยสำหรับผู้ประกอบการทุกค่าย อันเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ซบเซามาอย่างต่อเนื่อง จนผู้บริโภคต้องมีการปรับตัวและส่งผลกับเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย
“เหนื่อยมากปีนี้ ภาพรวมในมิติการเติบโตตัวเลขไม่ได้ดีมาก สินเชื่อไร้การค้ำประกัน ภาพรวมไม่ดีเพราะเศรษฐกิจรวมไม่ดี เราเริ่มเห็นการหดตัวตั้งแต่แผ่นดินไหว ซึ่งก็ยังฟื้นตัวกลับมาไม่เต็มร้อย ตลาดโดยรวมยังอ่อนไหวต่อเรื่องข่าวสาร ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นใจของผู้บริโภคเป็นหลัก หรือเรื่องจิตใจมีผลมากกว่าสภาพเศรษฐกิจ”
โดยผลประกอบการ ณ สิ้นสุดไตรมาส 3 กรุงศรี คอนซูมเมอร์มียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 422,800 บัญชี ลดลงจากปี 2567 4.7%, ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 286,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปี 2567, ยอดสินเชื่อใหม่ 68,400 ล้าน บาทลดลง 2.2% จากปี 2567 และยอดสินเชื่อคงค้าง 134,300 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากปี 2567
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของเดือนกันยายน 2568 ฝั่งบัตรเครดิตอยู่ที่ 1.3% และฝั่งสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 2.2% ลดลง 0.3% จากปี 2567
“ถ้าดูจากตัวเลขจะเห็นว่าตัวเลขหลัก 4 กลุ่ม ติดลบถึง 3 กลุ่ม ที่ยังเติบโตคือยอดค่าใช้จ่าย โดยรวมติดลบมากกว่าปีอื่นๆ ทำให้ทีมงานต้องปรับกลยุทธ์การตลาดและวิธีทำโปรโมชัน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน รักษาระดับผลการดำเนินงาน”
อธิศ อธิบายเพิ่มเติมว่า 5 หมวดสินค้าที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดในเดือนกันยายน คือ 1. ประกันภัย-ประกันชีวิต 2. ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ 3. สถานีบริการน้ำมัน 4. สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน 5.ช้อปออนไลน์
แต่ถ้าเรียงตามอัตราการเติบโตจะพบว่า ที่เติบโตสูงสุดคือ 1.โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันเติบโต 16% 2. แอปดิลิเวอรี่เติบโต 15% 3. กองทุนรวมเติบโต 14% 4. ตัวแทนท่องเที่ยวเติบโต 12% 5. ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้าน สะดวกซื้อเติบโต 9%
“ตัวแปลที่เปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคบางส่วนคนลดการกินอาหารนอกบ้านและหันมาทำกินเอง ทำให้กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและร้าน สะดวกซื้อเติบโตสูงขึ้น และร้านอาหาร Fine Dining ก็เพิ่มทางเลือกด้วยการขายอาหารผ่านแอปดิลิเวอรี่มากขึ้น”
เมื่อถูกถามถึงวิธีการรับมือจากปัญหาตลาดซบเซา อธิศกล่าวว่า บริษัทปีนี้พยายามกลับมามองตัวเอง ในกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าหลักว่าแข็งแรงแค่ไหน และจะพยายามโฟกัสที่จุดแข็งของแบรนด์มากขึ้น
“หลังโควิดเราลงทุนด้านเทคโนโลยีไปค่อนข้างมาก ทำให้เราเดินออกไปไกลจุดแข็งของเรานิดนึง ตอนนี้เราพยายามกลับมามองที่จุดแข็งของตัวเอง เรามีการปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตกรุงศรี แพลตทินัม และกรุศรี ซิกเนเจอร์ ซึ่งเป็นฐานบัตรที่ใหญ่ที่สุดให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบัน ทำให้ยอดผู็สมัครบัตรแพลตทินัมโต 92% และบัตรซิกเนเจอร์เติบโตถึง 180%
ตลาดบนคนยังมีเงิน มีกำลังซื้อ ถ้ามีสินค้าหรือบริการมีคุณค่าเขาพร้อมจะซื้อ ถ้าไม่มีคุณค่าเขาจะเก็บเงินไว้ก่อน หน้าที่เราคือต้องส่งมอบคุณค่าที่พอเพียงการซื้อจะสามารถเกิดได้ การกระตุ้นสามารถทำได้ผ่านโปรโมชั่น แต่ต้องดูว่าเราพร้อมที่จะลงทุนตรงนี้มากน้อยแค่ไหน”

โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์มีการปรับกลยุทธ์การตลาดและวิธีทำโปรโมชันโดยใช้ศักยภาพและเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ในช่วงปลายปี กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผนึกกำลังบัตรเครดิตในเครือทั้งหมดจัดโปรโมชัน กรุงศรีช่วยคุณเปย์เซฟ มอบเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% ในหมวดใช้จ่ายที่ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ท่องเที่ยว เติมน้ำมัน เป็นต้น (1 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับจุดขายผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อให้มีสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ การออกแคมเปญสื่อสารใหม่ “บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ อนุมัติไว…เข้าใจคนรอ” ตอกย้ำจุดเด่นของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ที่สมัครง่าย อนุมัติไว ในตลาดบัตรสินเชื่อ, การพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ใหม่ พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ “T1 Dynamic Points” มอบคะแนนเดอะวันมากกว่าที่เคย ทุกวันที่ 15 ของเดือน กับหมวดสินค้าหรือแบรนด์ที่ร่วมรายการ, การปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตโลตัส เพิ่มความสะดวก คุ้มค่า กับ ‘โลตัสมันนี่คอยน์' โปรแกรมสะสมคะแนนแบบใหม่, และการปรับโฉมบัตรเครดิต กรุงศรี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ ช้อป เที่ยว กิน ภายใต้แนวคิด ‘Life Worth Living’ แคมเปญทั้งหมดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปีนี้ และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า
สำหรับมุมมองธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อธิศ เปิดเผยว่า “แนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงเติบโตช้าจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง, ภาระหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่สูง, รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสที่ 4 เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวและจับจ่าย ประกอบกับมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส, เที่ยวดีมีคืน ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกำลังซื้อในระบบ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว ส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมธุรกิจ และอาจต่อยอดส่งผลดีไปถึงช่วงต้นปี 2569 ได้ ทั้งนี้ ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลถือว่าได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ปริมาณธุรกรรมและความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคที่ขยายตัว”
ปัจจุบันกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีจำนวนผู้ใช้ชัตรเครดิต 6.4 ล้านบัตร จาก 26.8 ล้านบัตร มีส่วนแบ่งการตลาด 24% เติบโต 1.2% ขณะที่ตลาดรวมติดลบ 1.1% มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 225 พันล้านบาท จาก 1,456 พันล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 18% เติบโต 1.3% ขณะที่ตลาดรวมติดลบ 0.5% มียอดสินเชื่อคงค้าง 80 พันล้านบาท จาก 475 พันล้านบาท ติดลบ 1.2% ขณะที่ตลาดรวมติดลบ 1.8% มีส่วนแบ่งการตลาด 17% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 1.2% ต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 2.1%
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ วางเป้าหมายไว้ว่าในปี 2568 จะมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 578,000 บัญชี ลดลง 2.7% มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 400,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% มียอดสินเชื่อใหม่ 94,000 ล้านบาท ลดลง 1.3% มียอดสินเชื่อคงค้าง 143,000 ล้านบาท ลดลง -2.2% ที่สำคัญคือยังคงเป็นผู้นำในตลาดบัตรเครดิตไว้ได้
