BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
11,033
VIEWS

“มะลิ” ของทายาทรุ่นที่ 4 กับภารกิจแบรนด์ไทยที่อยากอยู่ไปอีก 200 ปี

พ.ย. 10, 2568 N.Rotchana
แบรนด์ “มะลิ” คือหนึ่งในสัญลักษณ์ของความผูกพันในครัวไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี และเป็นภาพแทนของการพัฒนาอุตสาหกรรมนมไทยตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ชื่อ “มะลิ” มีที่มาจากความศรัทธาในความเป็นสิริมงคล เมื่อผู้ก่อตั้งเดินผ่านสี่แยกราชประสงค์ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ได้เห็นผู้คนนำพวงมาลัยดอกมะลิมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงเกิดแรงบันดาลใจนำคำว่า “มะลิ” มาใช้เป็นชื่อแบรนด์ เพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความหอมสะอาด และความเป็นมงคลของผลิตภัณฑ์ไทย พร้อมออกแบบโลโก้เด็กถือดอกมะลิที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์และสัญลักษณ์แห่งความไว้ใจในคุณภาพของสินค้าภายใต้ชื่อ“มะลิ”
 
เส้นทางของแบรนด์เริ่มต้นขึ้นในปี 1965 จากผลิตภัณฑ์ “นมข้นหวานสูตรดั้งเดิม” ที่ตอบโจทย์ยุคที่ประเทศไทยยังไม่มีตู้เย็น การคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานจึงถือเป็นนวัตกรรมสำคัญของเวลานั้น ก่อนจะต่อยอดด้วย “นมข้นจืด” ในปี 1972 เพื่อรองรับการปรุงอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายประเภท จน “มะลิ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของครัวไทย ทั้งในชีวิตประจำวันและในธุรกิจร้านอาหาร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกผู้บริโภคที่หมุนเร็วขึ้น แบรนด์เก่าแก่อย่างมะลิจึงต้องก้าวสู่การปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อให้ยังคงเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจ และอยู่ในชีวิตของผู้บริโภคทุกยุคสมัย
 
ปัจจุบัน พิชญเทพ ยุคเสวี ทายาทรุ่นที่ 4 ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ ดูแลด้านการวางแผนธุรกิจ (Business Development) การขาย (Sales) และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เขาเติบโตมากับแบรนด์ เห็นโลโก้มะลิอยู่ในบ้านและบนโต๊ะอาหารตั้งแต่เด็ก ความผูกพันนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขากลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการผลักดัน “มะลิ” จากแบรนด์ไทย สู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค (Regional Brand) และต่อยอดสู่แบรนด์ระดับโลก (Global Brand) ในอนาคต
 
ด้วยพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์จาก Royal Holloway, University of London ประเทศอังกฤษ พิชญเทพจึงมีมุมมองทางธุรกิจที่เป็นระบบและเข้าใจโครงสร้างตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสานต่อ แต่คือการ “เปลี่ยนวิธีคิด” ขององค์กรอายุ 60 ปี เขาเริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่น และเปิดรับแนวคิดจากภายนอก เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้รวดเร็วและแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
 
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นในธุรกิจครอบครัวไม่เคยง่าย โดยเฉพาะเมื่อโลกหมุนเร็วกว่าเดิมหลายเท่า พิชญเทพยอมรับว่าความยากที่สุดของการทำงานในยุคนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งจากภายนอกและภายใน ภายนอกคือเทรนด์สุขภาพ ฟังก์ชันนัลฟู้ด และเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในทุก touchpoint ของผู้บริโภค ส่วนภายในคือการบริหารช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันให้คนต่างวัยทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
พิชญเทพมองว่าคนรุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบในเรื่องข้อมูลและเทคโนโลยี สามารถเข้าถึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือ AI ได้ภายในไม่กี่วินาที ขณะที่คนรุ่นก่อนมีประสบการณ์จริงที่ได้จากการลงสนามจริงในธุรกิจ การผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันคือหัวใจขององค์กรที่ยั่งยืน ถ้าคนรุ่นใหม่เรียนรู้จะใช้ข้อมูลให้ถูกทาง และเปิดใจให้คนรุ่นก่อนสอนวิธีนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเหมาะสม นั่นคือจุดที่เกิด Chemistry ที่พาองค์กรเดินต่อได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการนี้คือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานของความร่วมมือ ไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรแบบไหนก็ตาม
 
จากแนวคิดนี้ มะลิจึงกลายเป็นองค์กรที่พยายามสร้างสมดุลระหว่าง “ความเก่า” และ “ความใหม่” คนรุ่นเก่าทำหน้าที่ส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ ขณะที่คนรุ่นใหม่เติมเต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์และเครื่องมือดิจิทัล เช่น การใช้ TikTok เป็นช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ หรือการจัดกิจกรรม School Tour เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงกับเยาวชนในฐานะผู้บริโภครุ่นต่อไป ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ Open Mind จึงกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของทีมงานทุกคน
 
พิชญเทพอธิบายเพิ่มเติมว่า ยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องตีเหล็กตอนร้อนเสมอไป รอเวลาให้เหล็กอ่อนตัวนิดหน่อยก็ตีได้ นั่นหมายถึงการบริหารจังหวะการเปลี่ยนแปลงที่ยืดหยุ่นขึ้น เข้าใจเวลา และพร้อมรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านในธุรกิจครอบครัวเกิดขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน
ภารกิจของผู้นำรุ่นที่ 4 ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาสิ่งที่มีอยู่ แต่คือการต่อยอดสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ สำหรับมะลิการขับเคลื่อนองค์กรในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดนมข้นหวาน แต่คือการค้นหา Hero Product ตัวใหม่ที่จะเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์เติบโตในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
 
พิชญเทพ เสริมว่า แบรนด์กำลังมองหาโปรดักต์ใหม่ที่ยังคงยึดแนวคิด Nutritional Value แต่ต้องตีความใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนยุคนี้ที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ ความสะดวก และความยั่งยืนในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค 
 
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์คือนวัตกรรมด้านความสะดวกสบาย ที่เปิดตัวในปี 2017 กับ “Mali Easy Squeeze” นมข้นหวานในหลอดบีบเจ้าแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเร็วและความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นตัวแทนของการรีแบรนด์ในยุคใหม่ที่มะลิพยายามสื่อสารว่า “แบรนด์ไทยที่อยู่มานานก็สามารถเป็นแบรนด์ของคนยุคใหม่ได้” โดยมีพิชญเทพเป็นผู้ริเริ่ม
 
หลังจากนั้น มะลิยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนมข้นหวานสูตร Non-Fat, Lactose-Free, Less Sugar หรือสูตรที่ใช้น้ำตาลทางเลือกอื่น ๆ รวมถึงการเพิ่มโปรตีนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ พิชญเทพย้ำว่า “การทำสินค้าสุขภาพที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตจริงของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่การติดฉลากว่าดีต่อสุขภาพ”
 
อีกด้านหนึ่ง มะลิร่วมมือ (Collaboration) กับพันธมิตรหลากหลาย เช่น โอวัลติน, Babycakes และ Auntie Anne’s เพื่อสร้างคุณค่าใหม่และขยายฐานผู้บริโภค พร้อมต่อยอดศักยภาพโรงงานด้วยระบบ UHT เพื่อผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM และมีแผนร่วมมือกับเกษตรกรท้องถิ่นในอนาคต เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและเติบโตไปพร้อมชุมชน
 
ขณะเดียวกันในยุคโซเชียลมีเดีย มะลิเลือกใช้กลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อ “ฟัง” ผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบน TikTok ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญหลังโควิด พิชญเทพเล่าว่าเราไม่ได้เข้าไปเพื่อขายของ แต่เกิดจากความต้องการเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพราะโลกของโซเชียลมีเดียไม่ใช่พื้นที่ของการสื่อสารแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว แต่คือพื้นที่ที่ผู้บริโภคจะเล่าความรู้สึก แชร์ประสบการณ์ และบอกสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ TikTok จึงกลายเป็นเครื่องมือ Know Your Customer ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
 
ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเริ่มทำคอนเทนต์ TikTok แบรนด์ได้รับเสียงตอบรับดีเกินคาด ทั้งจากลูกค้าเดิมที่รู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น และผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เพิ่งรู้จักแบรนด์ ผลลัพธ์สำคัญคือการค้นพบ Insightทางการตลาด เช่น “คนไทยยังติดหวาน” ซึ่งช่วยยืนยันว่าตลาดนมข้นหวานยังคงมีศักยภาพสูง ขณะเดียวกันยังพบว่ากลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงเป็นโจทย์สำคัญที่มะลิจะนำไปใช้ต่อยอดการพัฒนาสินค้าในอนาคต
 
ในระหว่างการสื่อสารกับผู้บริโภค พิชญเทพ เล่าพร้อมขำไปด้วยว่า เพลงโฆษณา ‘นมตรามะลิ’ ถูกนำไปร้องผิดเกือบหมด จนต้องหยิบเนื้อร้องจริงกลับมาเล่าใหม่ในโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตาม จากกระแสตอบรับใน TikTok และช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคเรียกร้องให้กลับมาผลิตนม UHT อีกครั้ง มะลิจึงเริ่มพิจารณาแผนฟื้นตลาดอย่างจริงจัง และไม่ใช่แค่นม UHT ที่จะนำกลับมา พิชญเทพ บอกว่า มะลิเป็นเจ้าแรกที่ทำโยเกิร์ตขายตั้งแต่ 30 กว่าปีที่แล้ว แต่อาจจะมาเร็วเกินไป คนไทยยังไม่คุ้นชิน บวกกับขั้นตอนการขนส่งรถห้องเย็นที่มีรายละเอียดต่าง ๆ จึงไม่ได้ไปต่อ พร้อมเผยว่า อนาคตอาจได้เห็นโยเกิร์ตตรามะลิวางขายอีกครั้ง
 
ในมุมของแบรนด์ “มะลิ” การเข้าสู่โลกดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการสร้างคอนเทนต์หรือเพิ่มยอดขาย แต่คือการเปิดประตูให้แบรนด์ได้ฟังเสียงของผู้คนอีกครั้ง เสียงที่เคยอยู่ห่างกันหลายชั้นในยุคโทรทัศน์ กลับกลายเป็นเสียงที่ได้ยินชัดเจนในยุคของ TikTok และนี่อาจเป็นนมข้นหวานรุ่นใหม่ของมะลิ ที่ไม่ใช่แค่สินค้าบนโต๊ะอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจหัวใจของคนไทยจริง ๆ ในยุคดิจิทัล
 
ท้ายที่สุด พิชญเทพสรุปภาพใหญ่ของธุรกิจอย่างชัดเจนว่า มะลิอยากเป็นแบรนด์ที่อยู่กับคนไทยไปอีก 200 ปี ขณะเดียวกันอยากเห็นธุรกิจครอบครัวเป็น Global Brand ซึ่งก่อนจะถึงจุดนั้นอยากพานมตรามะลิสู่ Regional Brand เชื่อว่าแบรนด์มีศักยภาพมากพอจะไปยืนอยู่จุดนั้น
ปัจจุบันแบรนด์ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลักอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CLMV) และตลาดใหม่ในแอฟริกาตะวันตกที่กำลังเติบโต ขณะเดียวกันในประเทศ มะลิยังคงครองส่วนแบ่งตลาดนมข้นหวานกว่า 70% และปรับโครงสร้างการจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดย Modern Trade และร้านสะดวกซื้อกลายเป็นช่องทางหลักคิดเป็นกว่า 55–60% ของยอดขาย
 
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ มะลิเดินหน้าสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน นั่นคือการเป็นแบรนด์ไทยที่ยั่งยืน เติบโตไปพร้อมสังคม และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อให้คำว่า “มะลิ” ไม่ได้เป็นเพียงความทรงจำของรุ่นก่อน แต่ยังคงเป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมชีวิตของคนรุ่นต่อ ๆ ไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นมตรามะลิ ตอกย้ำผู้นำ Brand Collaboration ผนึกกำลัง กับ Karun และ เจริญสังขยา Modernize ความหวานในความทรงจำ สร้าง Brand Love ข้ามเจเนอเรชัน

นมตรามะลิเปิดปีแรง ต่อยอดความสำเร็จ Brand Collaboration Strategy เปิดตัว Mali x After You บุกทุกช่องทาง สื่อสารแบรนด์ผ่านไลฟ์สไตล์คนรักขนม

“มะลิ” ของทายาทรุ่นที่ 4 กับภารกิจแบรนด์ไทยที่อยากอยู่ไปอีก 200 ปี

“นมตรามะลิ” ผนึกกำลัง อานตี้ แอนส์ และ LINE MAN ตอกย้ำความแรง! เปิดแคมเปญ “นมนุ่มมมม” ยกระดับเพรทเซลและเครื่องดื่มทั่วประเทศ

นมตรามะลิผนึกกำลัง GDH กับ 2 มหาวิทยาลัย เปิดตัว Mali Hackathon 2025 เชื่อมโยงแบรนด์ Mali ให้เป็นมากกว่าสินค้าแต่สะท้อนตัวตนคน Gen Z

ใหม่! เปิดตัว “กะทิข้นหวานรสทุเรียน” ตรามะลิ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact