BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,957
VIEWS

6 เรื่องต้องทำ หากไม่อยากให้ลูกค้า เปลี่ยนไปซื้อแบรนด์ของคู่แข่ง

พ.ย. 28, 2568 R.Somboon
Brand Switching ถือเป็นคำที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในโลกการตลาดทุกวันนี้ ที่ลูกค้าแทบจะไม่มีความจงรักภักดีต่อ แบรนด์มากเท่าไรนัก
 
โดย ในความหมายทางการตลาดจะหมายถึงการที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคเปลี่ยนการซื้อสินค้าจากแบรนด์หนึ่งไปอีก แบรนด์หนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ผู้บริโภคไม่มีแบรนด์หรือตราสินค้าที่บริโภคเป็นประจำ ทำให้เกิดการ Switch หรือการ เปลี่ยนแบรนด์บ่อยๆ
 
การที่ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้สินค้าบริการของแบรนด์หนึ่งไปใช้แบรนด์อื่นแทน อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น โปรโมชันที่ดีกว่า ประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือการอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
 
ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแบรนด์นั้น แบรนด์เองควรทำความเข้าใจสาเหตุที่ลูกค้าเปลี่ยนแบรนด์ ผ่านการ วิเคราะห์คู่แข่งและรับฟังเสียงลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงสินค้า/บริการ สร้างความภักดีต่อแบรนด์ และนำเสนอโปรโมชันที่จูงใจ และตรงจุดความต้องการของลูกค้า
               
เพราะคำว่า Brand Switching จะตรงกันข้ามกับ Brand Loyalty ที่มีความหมายถึงการที่ผู้บริโภคมีความจงรักภักดี ต่อตราสินค้านั้นๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนไปบริโภคแบรนด์อื่นๆ หรือมีความชื่นชอบแบรนด์นั้นๆ มากกว่าแบรนด์อื่นๆ
               
การสร้างให้เกิดการ Switch  Brand หรือเปลี่ยนแบรนด์ของผู้บริโภคนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่ผู้เล่นในตลาดแต่ละรายนำ มาใช้เพื่อสร้างความสนใจและส่งเสริมให้กับผู้บริโภคที่ใช้สินค้าหรือบริการจากแบรนด์อื่นให้มาใช้สินค้าหรือบริการของตัวเอง โดยมักจะมีการนำเสนอโปรโมชันพิเศษ หรือข้อเสนอที่น่าสนใจเพื่อสร้างความสนใจและกระตุ้นให้ผู้บริโภคพิจารณาใช้สินค้า หรือบริการใหม่
 
โดยปกติแล้ว สินค้าที่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อ หรือสินค้าที่ผู้บริโภคต้องใช้เวลาตัดสินใจจากการหาข้อมูล หรือ เปรียบเทียบกันมักจะเกิดการ Switching Brand ได้ค่อนข้างยาก หากมีการตัดสินใจไปแล้ว
 
จะแตกต่างจากสินค้าที่มีการตัดสินใจซื้อแบบ Impulse Purchase ที่เป็นการซื้อแบบปัจจุบันทันด่วน อย่างสินค้าใน กลุ่ม FMCG ในช่องทางขายอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตหรือไฮเปอร์มาร์เก็ต
 
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกับสินค้า FMCG ที่หมุนเวียนเร็ว แม้จะมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนไปซูเปอร์มาร์เก็ต หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตว่าจะซื้ออะไร แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีการระบุแบรนด์ การตัดสินใจซื้อจะเลือกแบรนด์ที่คุ้นเคยหรือเป็นที่รู้จัก เคยใช้
               
แต่ด้วยการที่ลูกค้าในปัจจุบันมีพฤติกรรมการซื้อเอนเอียงไปทาง Impulse Purchase หรือกลุ่มสินค้าที่ลูกค้าไม่ได้ วางแผนว่าจะซื้อ แต่เห็นสินค้า ณ จุดขาย หรือถูกกระตุ้น ณ จุดขาย จนเกิดความอยากซื้อ ทำให้การทำการตลาด ณ จุดขาย กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปแล้วในปัจจุบัน


ทั้งในรูปแบบของการใช้พนักงาน PC คอยกระตุ้น การจัดโปรโมชัน การแจก Sampling หรือการตั้งบูธชงชิมสินค้า ประเภทอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งการใช้สื่อโฆษณาในสโตร์ และการดิสเพลย์สินค้าที่โดดเด่น เพื่อเข้ามาช่วยทำให้ เกิดการสร้างการกระตุ้นเตือนให้ลูกค้าไม่เปลี่ยนไปซื้อแบรนด์อื่น หรือสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแบรนด์มาใช้แบรนด์เราที่จุดขาย ในร้านค้า
               
จากข้อมูลของ DKHS ที่มีบริษัทในเครือทำเรื่องของการตลาด ณ จุดขายด้วย เคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมีมากถึง 70% ที่เป็นการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย
               
ขณะเดียวกัน มีผู้บริโภคถึง 30% ที่ตัดสินใจซื้อแบบเฉียบพลันโดยไม่ได้มีการวางแผนไว้ก่อน ที่สำคัญก็คือผู้บริโภค 1 ใน 10 คนจะเกิดการเปลี่ยนแบรนด์ หรือ Switching Brand ในร้านค้าหรือในสโตร์ การเปลี่ยนแบรนด์ของพวกเขาจะเป็นได้ ทั้ง 2 ทาง คือ
               
1.เปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ใน Category เดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในปัจจุบันที่มีลูกค้าถึง 50% เปลี่ยนจาก แบรนด์เดิมไปใช้แบรนด์อื่น เนื่องจากอยากลองใช้สินค้าแบรนด์อื่นดูบ้าง
               
2.ไหลออกจาก Category ไปเลย อาทิ เคยซื้อน้ำอัดลมแต่หันไปซื้อเครื่องดื่มตัวอื่นแทน
               
ในส่วนหลังนี้ การเกิด Category Switching อาจจะมาจากเทรนด์ของผู้บริโภคในช่วงเวลานั้นว่ามีออกมาอย่างไร หรืออาจจะมาจากสินค้าที่แม้ต่าง Category กัน แต่อาจจะใช้ทดแทนกันได้ อาทิ ในกรณีของสินค้าในกลุ่มบิสกิต คุกกี้ และ เวเฟอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มขนมที่ใกล้เคียงกัน และหากผู้บริโภคซื้อหรือกินคุกกี้แล้วอาจจะไม่อยากกินเวเฟอร์ เพราะรู้สึกอิ่มเกินไปก็ได้
               
หรืออย่างในกรณีของขนมขบเคี้ยวใน Category ของมันฝรั่งทอดกรอบกับขนมขึ้นรูปที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งคนที่ซื้อ มันฝรั่งก็อาจจะไม่ซื้อขนมขึ้นรูป ทำให้เราได้เห็นการทำตลาดของมันฝรั่งเลย์ ที่เลือกใช้วิธีการออกสินค้าในรสชาติที่หลาก หลาย และเลือกวางอยู่บนเชลฟ์เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า เป็นต้น
               
โดยปกติแล้ว การเปลี่ยนแบรนด์อาจจะเกิดจากการมองว่าแบรนด์ของคู่แข่งมีความคุ้มค่า ไม่แพง รู้สึกคุ้มกับเงิน ที่จ่ายหรือมีคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่า


ขณะเดียวกันอาจจะมาจากการมีสินค้าพร้อมให้สั่งซื้อมากกว่า ซึ่งแบรนด์ของเราของหมดอาจจะหมด Out of Stock หรือไม่มีบนเชลฟ์ ซึ่งแบรนด์ที่มีตัวเลือกของสินค้าที่หลากหลายกว่า เช่น มีสี มีไซส์ ให้เลือกมากกว่า ย่อมจะกุมความได้เปรียบ ในการแข่งขันที่ ณ จุดขาย
               
ขณะที่ในปัจจุบันมีการวัดการ Switching Brand ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างชัดเจน โดย Brand Switching Rate (%) = จำนวนผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากแบรนด์เดิมไปแบรนด์อื่น ÷ จำนวนผู้บริโภคทั้งหมดของแบรนด์เดิม × 100
 
ตัวอย่าง เช่น แบรนด์ของเราในเดือนที่ผ่านมามีลูกค้าอยู่ 1,000 ราย เดือนนี้มีลูกค้า 100 รายที่เปลี่ยนไปซื้อแบรนด์ อื่น เมื่อคำนวณ Brand Switching Rate ออกมาแล้วจะได้เท่ากับ 100 หารด้วย 1,000 คูณ 100 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 10%  นั่นคือในเดือนนี้ตัวเลขของ Brand Switching Rate จะเท่ากับ 10% เป็นต้น
               
การจะเกิดการ Switching Brand หรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับการทำตลาดว่ามีความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียว กันเรื่องของดาต้าก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะจะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำมาเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์
               
ดาต้าจึงเข้ามาเป็นตัวช่วยชั้นดีในการที่จะทำให้เข้าใจถึงพฤติกรรมตลอดจนไลฟ์สไตล์ในการซื้อของพวกเขาได้เป็น อย่างดี  ตัวดาต้าจะทำให้เรารู้ว่าพวกเขาช้อปปิ้งกันอย่างไร ถ้าเป็นออฟไลน์จะซื้อผ่านร้านค้าในฟอร์แมตไหน มีความถี่เท่าไร
 
จากข้อมูลที่ได้พบว่าผู้บริโภคยุคใหม่มีการเปลี่ยนแบรนด์อยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ทำให้หลายแบรนด์ลืมมองไปว่าจะ ต้องรักษาฐานลูกค้าเก่าอย่างไร วิธีการที่ดีที่สุดก็คือแบรนด์จะต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าตลอดเวลา และทำให้แบรนด์เข้าไป เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของพวกเขา


การป้องกันไม่ให้ลูกค้าเปลี่ยนแบรนด์ที่ดีที่สุดก็คือการทำให้ลูกค้ามีลอยัลตี้กับแบรนด์ของเรา โดยกลยุทธ์ในการ สร้างความภักดีกับแบรนด์ จะมีตั้งแต่
 
1.มอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้า ตั้งแต่การทักทาย แนะนำสินค้า การส่งมอบ จนถึงการบริการหลังการขาย สร้างความประทับใจให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
 
2.สร้างโปรแกรมสิทธิพิเศษและรางวัล (Loyalty Program & Privileges): จัดทำโปรแกรมสะสมแต้ม แลกของรางวัล หรือกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและมีแรงจูงใจที่จะซื้อซ้ำ
 
3.สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า (Customer Engagement): สร้างช่องทางสื่อสาร เช่น โซเชียลมีเดีย ฟอรั่ม หรือกลุ่ม ออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์.
 
4.รักษาคุณภาพของสินค้าและบริการ (Quality & Value) พัฒนาและรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ เพื่อให้สินค้าและ บริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีคุณค่า
 
5.สร้างความแตกต่างที่ชัดเจน โดยเฉพาะกับการกำหนดจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Selling Proposition) ที่ทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง
 
6.สื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย หรืออีเมล เพื่อแจ้งข่าวสาร โปรโมชัน หรือ กระตุ้นเตือนให้ลูกค้าไม่ลืมแบรนด์ของคุณ

6 เรื่องต้องทำ หากไม่อยากให้ลูกค้า เปลี่ยนไปซื้อแบรนด์ของคู่แข่ง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

ถอดรหัส “Prime Generations” เมื่อ Gen X ค้นพบตัวเองอีกครั้ง และ Baby Boomers กำลังออกแบบชีวิตใหม่

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

Read More Stories  

Digest

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ชวนสายสุขภาพร่วมกิจกรรม “Safety Run by Merz Aesthetics” ประสบการณ์ Run Club ครั้งแรกใจกลางเมือง

Betagro Next Gen รุ่นที่ 3 เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ผู้มีศักยภาพ สู่เส้นทาง Future Leaders ในองค์กรอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย

สงกรานต์นี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact