ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว การแปลภาษาอาจดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครก็ทำได้ แต่ความจริงแล้ว การสื่อสารในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะเมื่อหลายคนพูดหลายภาษาพร้อมกัน ยังเป็นโจทย์ที่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดไม่สามารถแก้ได้แบบครบมิติ และนี่คือจุดที่ ND Soft บริษัทเทคโนโลยีจากเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มองเห็นช่องว่างที่สำคัญก่อนเข้ามาพัฒนาโซลูชันการแปลแบบเรียลไทม์ND Soft
คิม ชินมยอง (Kim Shinmyung) Project Director ของบริษัท ND Soft มีความเชื่อว่าการแปลภาษาที่ดีต้องมีความแม่นยำและความเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เพียงการแปลงคำ แต่ต้องแปลความหมายจริงและตามบริบทของผู้พูด ระบบของบริษัทจึงถูกออกแบบให้รองรับทั้งภาษามาตรฐาน คำแสลง คำย่อ และรูปแบบการสนทนาที่เกิดขึ้นจริงในสถานการณ์ท่องเที่ยวและพื้นที่ทำงาน นอกจากนี้ บริษัทยังเชื่อว่าบทบาทของเทคโนโลยีควรช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ไม่ใช่สร้างอุปสรรคด้านภาษา ทำให้แนวทางการพัฒนาทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารไม่ควรจำกัดผู้คนด้วยภาษา แต่มันควรเชื่อมผู้คนให้เข้าใจกันได้ทุกที่บนโลก

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2014 ND Soft ใช้เวลาพัฒนาระบบนานกว่า 5 ปี ก่อนเปิดให้บริการในอีก 3 ปีถัดมา โดยนำเสนอ 3 เทคโนโลยีหลัก ดังนี้
1. ReadySay – Real-time Multilingual Communication ทำงานด้วยระบบแปลภาษาหลายภาษาพร้อมกัน รองรับสถานการณ์สื่อสารแบบ N:N (หลายคนพูดพร้อมกัน) สามารถประมวลผลเสียงหลายคนพร้อมกันและแปลเป็น 55 ภาษา แบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว งานอีเวนต์ และพื้นที่ที่ต้องการความรวดเร็ว
2. Language-Free Zone – Hands-Free Communication Zone ระบบสำหรับองค์กร โรงแรม หน่วยงานรัฐ พื้นที่ MICE และโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อติดตั้ง Beacon ในพื้นที่เฉพาะ ผู้ใช้ที่มีแอป ReadySay จะถูกเชื่อมเข้าสู่ห้องแปลหลายภาษาโดยอัตโนมัติเมื่อเดินเข้ามาในรัศมี 30 เมตร ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เป็นการใช้งานแบบ Hands-Free 100%
3. Language-Free City – 1:1 Communication Anywhere สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นักท่องเที่ยว และการสื่อสารระหว่างบุคคล เพียงแตะสมาร์ทโฟนของทั้งสองฝ่ายเบา ๆ สองครั้ง ระบบจะเริ่มแปลภาษาระหว่างกันทันที เหมาะกับสถานการณ์เร่งด่วน หรือการสื่อสารด่วนระหว่างคนต่างชาติ
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่ ND Soft ให้ความสำคัญคือความปลอดภัย ระบบสามารถประกาศเตือนภัยหรือคำสั่งอพยพในหลายภาษาได้ทันทีจากการพูดเพียงครั้งเดียว ทั้งเสียงและข้อความจะถูกผลักไปยังผู้คนในพื้นที่ตามภาษาของแต่ละคน ทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลเดียวกันแบบเรียลไทม์ และระบบยังบันทึกข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานด้านความปลอดภัย เทคโนโลยีนี้ได้รับการทดสอบความแม่นยำโดย KOLAS สถาบันรับรองมาตรฐานของเกาหลี โดยมีคะแนน BLEU Score สูงกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เช่น เกาหลี–อังกฤษ 85% รวมถึงคะแนนสูงในภาษาเวียดนาม เมียนมา และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นภาษาหลักในอาเซียน

จากประสบการณ์ให้บริการงานระดับโลก เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่รองรับงานมากกว่า 200 งาน ND Soft เริ่มมองหาโอกาสขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะไทยซึ่ง คิม ชินมยอง ย้ำว่ามีศักยภาพสูงที่สุดในอาเซียน ทั้งจากปริมาณนักท่องเที่ยว ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการยกระดับประสบการณ์ด้านการสื่อสารในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้กำลังมองหาพันธมิตรเพื่อร่วมกันสร้าง ecosystem ที่ทำให้การสื่อสารระหว่างผู้คนหลายสัญชาติง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยตั้งเป้าเข้าถึง 100 องค์กรในปีแรก
ND Soft ยังขยายความร่วมมือไปยังประเทศสำคัญของเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง UAE และจีน เพื่อสร้างเครือข่าย Language-Free Ecosystem ที่รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างประเทศในอนาคต วิสัยทัศน์ของบริษัทชัดเจนมากว่า อนาคตของการสื่อสารคือการลืมไปว่าเทคโนโลยีมีอยู่ เดินเข้าโรงแรมแล้วระบบแปลทันที พบคนต่างชาติก็แตะโทรศัพท์สองครั้งแล้วคุยกันรู้เรื่อง หรือในเหตุฉุกเฉินระบบก็ประกาศเตือนทุกภาษาโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดคือภาพอนาคตที่ ND Soft เชื่อว่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการเดินทาง
คิม ชินมยอง ทิ้งท้ายว่าเทคโนโลยีไม่ควรสร้างข้อจำกัดด้านภาษา แต่ควรเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน และวันนี้ ND Soft กำลังสร้างอนาคตนั้นอย่างจริงจัง โดยมองว่าไทยอาจเป็นหนึ่งในประเทศแรกของโลกที่สามารถกลายเป็น Language-Free Zone ได้อย่างสมบูรณ์