BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
7,577
VIEWS

เมื่อของที่ลูกค้าเอ็นดู กลายเป็นเครื่องมือสร้าง Loyalty พวงกุญแจ 50,000 ชิ้น หมดใน 14 วัน และหมอนลิมิเต็ด 1,000 ใบ หมดใน 5 ชั่วโมง

ธ.ค. 25, 2568 N.Rotchana
ชงดี ร้านชาไทยที่เริ่มต้นจากคำถามเรียบง่าย แต่ชัดเจนมากในใจของผู้ก่อตั้งว่า ทำไม “ชาใต้” ที่มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวขนาดนี้ ถึงแทบไม่มีพื้นที่ในกรุงเทพฯ แบรนด์นี้ก่อตั้งโดยคุณก้อย-สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล อดีตพนักงานเอเจนซีโฆษณาที่ทำงานด้านการตลาดมากว่าสิบปี ก่อนจะตัดสินใจออกจากชีวิตออฟฟิศ มาร่วมกับพี่สาวและพี่เขย ทดลองพัฒนาสูตรชาใต้ในแบบที่ยังไม่เคยมีในตลาด 
 
 “จริง ๆ ชงดีไม่ได้เริ่มจากความฝันว่าอยากเปิดร้านชา หรืออยากมีแบรนด์ใหญ่เลยค่ะ มันเริ่มจากความรู้สึกง่าย ๆ ว่าเรากินชาใต้แล้วเราชอบมาก แล้วก็รู้สึกว่าในกรุงเทพฯ ทำไมไม่มีชาแบบนี้เลย มีแต่ชาไทยสีส้มที่เราคุ้นตา แต่ชาใต้ที่มันหอม เข้ม แล้วมีคาแรกเตอร์ชัดมาก ๆ กลับหาไม่ได้ พอเราเจอของที่เราชอบ แล้วตลาดยังไม่มี เราก็เลยเริ่มคิดว่า ถ้าเราอยากกินแบบนี้ เราอาจไม่ใช่คนเดียวที่อยากกิน”
 
จุดตั้งต้นของชงดีจึงไม่ได้มาจากการมองเห็นช่องว่างทางการตลาดในเชิงตัวเลข แต่มาจากประสบการณ์ตรงและความเชื่อว่ารสชาติที่แตกต่างสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง คุณก้อยร่วมกับพี่สาวและพี่เขย ค่อย ๆ ทดลองพัฒนาสูตรชา โดยไม่ได้คิดเรื่องสเกลหรือการขยายสาขาเป็นหลัก สิ่งที่โฟกัสในช่วงแรกคือการทำให้ชาออกมา “ตรงใจ” และสะท้อนคาแรกเตอร์ของชาใต้อย่างแท้จริง
 
“ตอนนั้นเราไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องเปิดกี่สาขา หรือจะโตแค่ไหน เราคิดแค่ว่า ถ้าเราจะทำ เราอยากทำชาไทยที่มันซื่อสัตย์กับรสชาติจริง ๆ ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น แล้วกล้าพอที่จะยอมรับว่ามันอาจจะไม่เหมือนที่คนเคยกิน แต่ถ้าคนที่ชอบ เขาจะรู้ทันทีว่าแก้วนี้คือของเรา”
 
การเปิดร้านแรกของชงดีจึงมาในรูปแบบป๊อปอัพขนาดเพียง 8 ตารางเมตร ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งคุณก้อยมองว่าถ้าเราจะลองเปิดร้านทั้งที การไปอยู่ในทำเลที่คนเยอะที่สุดคือคำตอบ ถ้ามันเวิร์ค แปลว่ามันเวิร์คจริง ๆ แต่ถ้ามันไม่เวิร์ค เราก็จะรู้เร็ว ไม่ต้องเสียเวลาไปหลอกตัวเอง เราไม่ได้กลัวความล้มเหลวเท่าไร กลัวแค่ว่าจะไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีจริง
 
จากร้านเล็ก ๆ ที่วันแรกแทบไม่มีใครรู้ว่าขายอะไร ชงดีค่อย ๆ สร้างฐานลูกค้าขึ้นมาจากรสชาติและประสบการณ์หน้าร้านจริง และในช่วงที่ร้านเริ่มมีคิว สิ่งหนึ่งที่ทีมสังเกตเห็นซ้ำ ๆ คือ ลูกค้ามักหยุดดู “ปาท่องโก๋ตัวใหญ่” ที่ตั้งโชว์อยู่หน้าร้าน หลายคนพูดเหมือนกันว่าอยากได้กลับบ้าน ทั้งที่มันเป็นเพียงพร็อพเล็ก ๆ ที่ตั้งใจทำไว้เพื่อสะท้อนความเป็นโลคอลของแบรนด์
 
จุดนี้เองที่กลายเป็นการต่อยอดในเวลาต่อมา เมื่อชงดีเติบโตขึ้นและตัดสินใจเปิด Flagship Store สาขาแรกที่ One Bangkok ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 คุณก้อยและทีมจึงเลือกนำปาท่องโก๋ ซึ่งอยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่วันแรก มาทำเป็นของขอบคุณลูกค้าเป็นครั้งแรกในรูปแบบ “ตุ๊กตาปาท่องโก๋ตัวใหญ่”
 
คุณก้อย อธิบายตรงไปตรงมาว่า “เราคิดกันแค่ว่า ถ้าเปิดร้านใหญ่ร้านแรก เราอยากขอบคุณลูกค้าที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ตอนร้านยังเล็กมาก ๆ เลยอยากทำอะไรที่มันเป็นตัวแทนของชงดีจริง ๆ ปาท่องโก๋มันอยู่กับเรามาตั้งแต่แรก คนเห็นแล้วจำได้ ก็เลยเลือกสิ่งนี้”
การแจกในครั้งนั้นถูกผูกกับเงื่อนไขที่ชัดเจน คือซื้อครบ 500 บาทต่อบิล และต้องมาเป็นคู่ โดยจำกัดจำนวนเพียง 50 คู่แรกต่อวันในช่วงวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ ซึ่งคุณก้อยยอมรับว่า ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะมีคนมาต่อคิวตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน เพราะไม่ได้ทำการโปรโมตหนัก และมองว่าตุ๊กตาเป็นเพียงของขอบคุณเล็ก ๆ สำหรับช่วงเปิดตัวเท่านั้น
 
“เราไม่ได้คิดว่าจะมีคนมาต่อแถวรอขนาดนั้น น้องโทรมาบอกตั้งแต่ก่อนสิบโมงว่ามีคนมาต่อแล้ว เราก็ตกใจเหมือนกัน พอถึงร้านแล้วเห็นคนยืนรอ ก็รู้เลยว่ามันเกินกว่าที่เราคิดไว้ สุดท้ายต้องตัดแถวที่ 50 คู่ตามที่ตั้งไว้จริง ๆ”
 
จากเหตุการณ์วันนั้น ชงดีเริ่มมองเห็นบทบาทของปาท่องโก๋ชัดขึ้น ไม่ใช่ในฐานะของแถมเพื่อสร้างกระแส แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าผูกพันจริง และพร้อมจะกลับมาหาแบรนด์เพราะความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าการซื้อเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว คุณก้อยเล่าว่า ภาพที่ทำให้ทีมมั่นใจในเรื่องนี้มากขึ้น คือพฤติกรรมของลูกค้าหลังจากนั้น ที่ไม่ได้หายไปพร้อมกับการจบโปรโมชัน
 
“สำหรับก้อย ธุรกิจมันอยู่ได้ด้วยลูกค้าเก่านะ ถ้าคนมากินครั้งเดียวเพราะกระแส แล้วไม่อร่อย เขาก็ไม่กลับมา เราคงหาแต่ลูกค้าใหม่ทุกวันไม่ไหว เพราะมันเหนื่อยมาก สิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดคือรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ เพราะเขาคือคนที่ถูกจริตกับรสชาติเราอยู่แล้ว”
 
แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงครบรอบ 2 ปีของชงดี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แบรนด์เริ่มมีฐานลูกค้าประจำชัดเจนขึ้น คุณก้อยเสริมว่าได้นำนำตุ๊กตาปาท่องโก๋กลับมาแจกอีกครั้งในปีที่สอง ไม่ได้มองว่าเป็นของแถมธรรมดา แต่เป็นการขอบคุณลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอย่างสม่ำเสมอ และเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ตั้งแต่ช่วงแรก 
 
ในช่วงนั้น ชงดีตัดสินใจทำตุ๊กตาปาท่องโก๋เวอร์ชันเล็กออกมาแจก ซึ่งคุณก้อยยอมรับตรง ๆ ว่าต้นทุนสูง และไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดดในระยะสั้น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเริ่มแข็งแรงขึ้นจริง ขณะเดียวกันคุณก้อย เล่าว่าในบางช่วงที่ตุ๊กตาขาด เพราะส่งไม่ทันจริง ๆ แต่ก็ยังมีคนมาซื้อชาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร อยากกินอยู่แล้ว อันนี้เป็นฟีดแบ็กที่เรารู้สึกดีมาก เพราะมันแปลว่าเขาไม่ได้มาหาเราแค่เพราะของแถม
 
แนวคิดเรื่องการใช้ของสะสมเป็นเครื่องมือรักษา Loyalty ถูกพัฒนาไปอีกขั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนกับการออก พวงกุญแจปาท่องโก๋ X’mas collection ครั้งนี้ คุณก้อยเผยกับทาง BrandAge Online ว่า ตั้งใจทำตุ๊กตาปาท่องโก๋นี้ออกมา เพื่อรักษา Loyalty ของลูกค้าเก่าที่รักเรา และดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ
 
ผลลัพธ์ของ พวงกุญแจปาท่องโก๋ X’mas collection สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน พวงกุญแจปาท่องโก๋ 3 แบบ รวม 50,000 ชิ้น ถูกแจกหมดภายใน 14 วัน ขณะที่หมอนปาท่องโก๋ไซซ์ใหญ่ที่เปิดให้แลกซื้อแบบลิมิเต็ดเพียง 1,000 ใบ ถูกแลกหมดภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง 
 
เรียกว่าจากการแจกในวันครบรอบ สู่การออกแบบคอลเลกชันในช่วงคริสต์มาส ตุ๊กตาปาท่องโก๋ของชงดีจึงค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาท จากของที่ลูกค้าเอ็นดูหน้าร้าน กลายเป็นเครื่องมือสร้าง Loyalty ที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ และสะท้อนวิธีคิดของชงดีที่เลือกลงทุนกับความสัมพันธ์ระยะยาว

จากเมนู Top 5 สู่แบรนด์ใหม่ “ชงดี” ส่ง “ชั้นดี” ลุยตลาดน้ำเต้าหู้พรีเมียม ราคาเริ่มต้น 75 บาท พร้อมเปิดอีก 5-10 สาขาภายในปีนี้

เมื่อของที่ลูกค้าเอ็นดู กลายเป็นเครื่องมือสร้าง Loyalty พวงกุญแจ 50,000 ชิ้น หมดใน 14 วัน และหมอนลิมิเต็ด 1,000 ใบ หมดใน 5 ชั่วโมง

ล้านแก้วต่อปี! เส้นทางการสร้างแบรนด์ “ชงดี” ปั้นชาเย็นจากเมืองใต้สู่ชาไทยในเมืองกรุง

ตำมั่ว x ลาวญวน x ชงดี ชูกลยุทธ์ Local Collaboration + ESG ดึงเสน่ห์โลคัลหนุนวงการแบรนด์คนไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact