ทรู คอร์ปอเรชั่นเปิดฉากสงครามชิงใจผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว True Alpha Hub ที่สยามสแควร์ ซอย 3 นับเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย และแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ออกแบบ Brand Experience และ Flagship Space เพื่อเชื่อมต่อกับ Generation Alpha อย่างจริงจัง
โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า Gen Alpha คือคนรุ่นที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็น Digital Ninjas ที่เรียนรู้ สื่อสาร และแสดงตัวตนผ่านประสบการณ์ มากกว่าการรับข้อมูลจากแบรนด์ในรูปแบบเดิม
“เมื่อโครงสร้างความคิดและความคาดหวังของผู้บริโภคกำลังจะเปลี่ยนไป การตลาดและการสร้างแบรนด์ก็ไม่สามารถดำเนินไปในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป ทรู จึงเลือกก้าวออกจากกรอบเดิมของการสื่อสาร และนำแบรนด์เข้าสู่ยุค Gen Alpha ตั้งแต่วันนี้ เพราะเราเชื่อว่าแบรนด์ที่มีความหมายในอนาคตต้องเริ่มจากความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การรอให้ตลาดถูกกำหนดแล้วค่อยตามไป True Alpha Hub ณ สยามสแควร์ ซอย 3 คือการลงมือทำจริงจากความเชื่อนั้น ที่นี่ไม่ใช่ร้านค้า แต่เป็น Ecosystem ที่เปิดโอกาสให้ Gen Alpha ได้คิด ทดลอง สร้างสรรค์ และแสดงตัวตนในแบบของตัวเอง สำหรับทรู การก้าวเข้ามาในจุดเริ่มต้นของคนรุ่นนี้ คือการเลือกสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่ต้นทาง เพราะเราเชื่อว่าในยุคของ Generation Alpha ‘ประสบการณ์’ ไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของแบรนด์ แต่คือแบรนด์เอง”

โอลิเวอร์ อธิบายเพิ่มเติมว่า Gen Alpha คือเด็กที่เกิดระหว่างปี 2010 - 2024 กำลังกลายเป็นกลุ่มที่ธุรกิจทั่วโลกจับตามอง ไม่ใช่เพราะพวกเขาจะเป็นผู้บริโภคในอนาคตเท่านั้น แต่เพราะพวกเขากำลังสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครอบครัวอยู่มาตลอด เพราะเด็กกลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมกับแท็บเล็ตและเทคโนโลยี 5G ที่เร็วกว่า 4G ถึง 20 เท่า ทำให้ Gen Alpha ไม่เคยรู้จักโลกที่แยกระหว่างออนไลน์ กับ ออฟไลน์
“สำหรับพวกเขา โลกดิจิทัลและโลกจริงคือโลกเดียวกัน พวกเขามีข้อมูลมหาศาลในมือ รู้จักความชอบของตัวเองอย่างชัดเจน และที่สำคัญ – พวกเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้บริโภค แต่คือครีเอเตอร์ที่ต้องการแสดงออกและสร้างสรรค์”
การเปิด True Alpha Hub ครั้งนี้ กลุ่มมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการมองลูกค้า Gen Alpha จากกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกในครอบครัว ด้วยความเชื่อที่ว่าการได้ใจของลูกค้า Gen Alpha จะเปลี่ยนเป็นส่วนแบ่งการตลาดในอนาคต
“Experience is the New Brand ที่จะเน้นการสร้างประสบการณ์จริงที่ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัส มีส่วนร่วม และร่วมสร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเอง True Alpha Hub จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านค้า แต่เป็นสนามเด็กเล่นอัจฉริยะที่ผสมผสานระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล ด้วยการใช้สีสันและดีไซน์เป็นภาษาในการสื่อสาร เพื่อดึงดูดประสาทสัมผัสของเด็กที่รับรู้สิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็น Culture Metropolis ที่เด็กๆ สามารถโต้ตอบกับเกมและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตจริงได้”

ภายใน True Alpha Hub มีการออกแบบพื้นที่ให้เป็น Brand Imprint ที่จับต้องได้ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Creators Debut Hub, Mosaic of A-Listers และ Broadcast Your Passion โดยมีรายละเอียดดังนี้
ชั้น 1 : LEVEL UP – True Branding Shop เปลี่ยนจุดให้บริการ สู่พื้นที่เชื่อมโยงความรู้สึกที่แท้จริง ผ่านทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด ดีไซน์ Digital Lifestyle
ชั้น 2 : GO-LIVE LAB – Professional Broadcasting: แห่งเดียวในไทย กับ Broadcasting & Live Event Zone มาตรฐานสากล ที่เปิดให้ Creator รุ่นใหม่ สามารถ Live สดจากสตูดิโอ ขึ้นสู่จอ Cube Big Screen ใจกลางสยาม สแควร์
ชั้น 3 : CO-PLAY PIT พื้นที่แห่งความวุ่นวายที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ CO-PLAY PIT คือหัวใจของการรวมกลุ่ม การเล่น และการสร้างสรรค์ร่วมกัน พื้นที่นี้ถูกนิยามว่าเป็น “Chaos - Curated” ความสนุกที่ดูไร้กรอบ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริง
ชั้น 4 : BIG CREATE พื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ ดนตรี การถ่ายภาพ หรือการฟังเพลง

โอลิเวอร์ ย้ำว่า Gen Alpha เปรียบเสมือนผู้เล่นในโลกเสมือน หรือ Avatar ที่มองว่าชีวิตคือเกมขนาดใหญ่ที่พวกเขาสามารถออกแบบตัวละคร เลือกฉาก และกดเริ่มใหม่ได้เสมอ โดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่างหน้าจอกับโลกความจริงครับ
“การเป็น Digital Native หรือกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตโดยกำเนิด Gen Alpha มีการหลอมรวมโลกจริงและโลกดิจิทัล เด็กกลุ่มนี้ไม่แยกโลกดิจิทัลออกจากโลกทางกายภาพ เพราะพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับแท็บเล็ตและเทคโนโลยี 5G ที่มีความเร็วสูงกว่ายุคก่อนถึง 20 เท่า ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกม การใช้สื่อ และการดำเนินชีวิตเป็นเนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ พวกเขายังมีความปราดเปรียวในการสลับโหมดระหว่างไอเทมในโลกจริงและสิ่งที่ปลดล็อกในโลกดิจิทัลได้อย่างราบรื่น
Gen Alpha จะเลือกแพลตฟอร์มและการรักษาความเป็นส่วนตัว ไม่นิยมใช้ Facebook ในการสื่อสาร แต่ใช้ Instagram เป็นพื้นที่สำหรับแชทและติดต่อสื่อสารระหว่างกัน พวกเขาไม่ต้องการโพสต์สิ่งที่จะกลายเป็นหลักฐานหรือร่องรอยในระยะยาว หากมีสิ่งที่มากระทบใจ พวกเขาพร้อมที่จะลบรูปภาพทั้งหมดใน IG เพื่อเริ่มต้นใหม่ เพราะเชื่อว่าทุกวันคือการเริ่มต้นใหม่ที่ยิ่งใหญ่ และไม่จำเป็นต้องเก็บประสบการณ์ที่ไม่ดีไว้” โอลิเวอร์ อธิบายเหตุผลของการปรับกลยุทธ์มาหา Gen Alpha มากขึ้นทิ้งท้าย
