งาน Bangkok Design Week 2026 ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 แล้ว
ตลอดระยะเวลา 9 ปี พัฒนาการของงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นั้น มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยอยู่เสมอ
BrandAge Online มีโอกาสได้พูดคุยกับ พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) หนึ่งในทีมงานที่คลุกคลีกับเทศกาลนี้มาตั้งแต่วันแรก เพื่ออัพเดทเป้าประสงค์ของงานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
พิชิต เล่าย้อนความให้ฟังว่า ตอนที่ TCDC ย้ายสำนักงานจากเอ็มโพเรียมมาที่อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุงในปี 2017 หนึ่งในความตั้งใจ ณ ตอนนั้นก็คือ ต้องการที่จะสร้างโมเดลต้นแบบในการสร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์บริเวณสำนักงานใหม่ คือ เจริญกรุง-ตลาดน้อยพื้นที่ประมาณ 1.7 ตารางกิโลเมตร
“ก่อนที่เราจะมาสร้างเฟรมเวิร์คการปลุกกระแสย่าน เราสำรวจเราเก็บข้อมูลในย่าน และพบว่ามีอาคารร้างอยู่ประมาณ 134 แห่ง แม้ว่าเจริญกรุงจะเป็นถนนสายแรกของเมืองไทย แต่หลายปีที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ ขยายตัวค่อนข้างมาก และย่านนี้มีคนย้ายออกค่อนข้างเยอะ ตอนมาใหม่ๆนี่ผีหลอกเลย ผมพูดตรงๆ ข้าวเที่ยงเรายังหากินแทบไม่ได้เลย
แต่หลังจากที่พยายามทำอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถดึงภาคธุรกิจเข้ามาในพื้นที่ใหม่ ปี 2021 เราเก็บตัวเลขใหม่พบว่า อาคารร้างลดลงจาก 134 แห่งเหลือ 24 แห่ง คือพื้นที่ว่างมากกว่า 100 แห่งที่เป็นของตระกูลจีนถูกปลุกขึ้นมา มีธุรกิจย้ายเข้ามาจากหลากหลายพื้นที่”

พิชิต กล่าวพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า ความหนาแน่นที่เกิดขึ้นตรงนี้ ส่วนหนึ่งถือเป็น Footprint ที่เกิดขึ้นจากการ งาน Bangkok Design Week
ปัจจุบันย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยได้กลายเป็นย่านที่วันเสาร์ - อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก มี Private Sector หลายส่วนอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วม หรือแม้กระทั่งการพยายามที่จะเชื่อมต่อไปถึงย่านทรงวาด
"Design Week ทุกอย่างคือการ Explore เราพยายามทำของที่ไม่มีในโลกมาก่อนในประเทศนี้ เราไม่มีความมั่นใจหรอก 100% ว่ามันจะฮิตอะไร แต่ว่ามันก็เป็น Opportunity ในการที่จะ Explore งานปีที่แล้ว Mega Mat เสียงตอบรับดีมาก หลายประเทศอยากนำไปจัดแสดง มีคนบอกให้เราทำต่อ แต่เราไม่ทำ เราไม่มี Conformative Mindset เราคือ Explorative Mindset" รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อธิบาย
มาถึงรายละเอียดของงานปีนี้
Bangkok Design Week 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม "Design S/O/S" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมในการใช้ "งานออกแบบ" เป็นเครื่องมือรับมือกับความผันผวนของโลก เช่น สงคราม และวิกฤตเศรษฐกิจ และเป็นทางรอดสำหรับการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ รวมระยะเวลา 11 วัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15 ย่านทั่วกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้น 4 ย่านหลัก ได้แก่ เจริญกรุง-ตลาดน้อย, พระนคร, ปากคลองตลาด และบางลำพู

พิชิต ขยายความตัวเลข และความคาดหวังของการจัดงานครั้งนี้ว่า
- คาดการณ์จำนวนผู้เข้าชมไว้ที่ 400,000 คน
- มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจตั้งเป้าหมายไว้ที่ 400-600 ล้านบาท
- ด้านการมีส่วนร่วมระดับนานาชาติมีตัวแทนจาก 17 ประเทศเข้าร่วม
- มีกิจกรรมให้เยี่ยมชมมากกว่า 350 กิจกรรม กระจายอยู่ในย่านสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ
“ปีนี้ธีมชื่อ Design S/O/S คือผมมั่นใจว่าทุกท่านอยู่ในสถานะเดียวกัน อยู่ในพายุเดียวกันกับเรา คือความไม่แน่นอน ความผันผวน สงคราม และอื่นๆ Design S/O/S ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะบอก Message ว่า ดีไซน์อ่ะเป็นหนึ่งในโอกาสที่จะช่วยเป็นทางรอดให้
S แรก เราพูดถึงเรื่องของ Secure Domestic ก็คือแน่นอนเราอาจจะพึ่ง International ไม่ค่อยได้ เรา พยายามจะทำให้ของไทยมีมาตรฐานใหม่ ปลุกกระแสและดึงให้มันเกิดการซื้อของในประเทศ ซึ่งจะทำให้ของไทยมีมูลค่าขึ้น
S ตัวที่สอง Outreach Opportunity แน่นอนเราทำถังที่บ้านเราให้ดี Outreach คือเราพยายามเพิ่มไปเชื่อม Connect กับตลาด ขยาย Design Fair ให้ได้ International Level เชิญ Merchandiser ในบ้านเรามาดูเพื่อมาดูแล้วมันอาจจะเป็นของที่เขาสั่งในปีต่อไป
ส่วน S ตัวสุดท้าย คือ Sustainable Future ประเด็นที่ยากที่สุดของประเทศไทยแล้ว คือพยายามที่จะทำให้เรื่องของ Sustainability นี่ยไม่ง่าย แต่ไม่เริ่มก็ไม่ได้ ไม่ได้เป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุด แต่จะเป็นประเด็นที่พยายามมาโดยตลอด”

เมื่อถูกถามถึงความท้าทาย ในความตั้งใจของพิชิต เขาวาดฝันว่าสักวันหนึ่งอยากเห็นงาน Bangkok Design Week จะถูกยกกระดับสู่การเป็น "Milan Design Week แห่งเอเชีย"
“เป้าใหญ่ของเรา เราอยากเป็นมิลานของเอเชีย ก็คือเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมาออกงาน เป็นจุดที่ Merchandiser มาออกงาน มีจุดที่หมุดของกรุงเทพมหานครกลายเป็น International Hub เป็น Design ในระดับที่สามารถดึงดูความสนใจได้ เราปรับรูปแบบจากเดิม ที่คนมางาน Design Week ภาพมันจะเป็นประมาณแบบงานไฟ งานเฮฮา งานสร้างสรรค์ ส่วนนี้เรายังทำต่อไป
แต่สิ่งที่มันลึกกว่านั้นคือเราพยายามจะดันให้มันเกิดเรื่องของ Business Driven คือจะมีการทดลองให้มันมี Design Fair อยู่ในนี้ คือเราคิดว่าเป็นภารกิจสำคัญในมุมที่เราเป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Transition ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันมี Business Transaction”
พิชิต กล่าวว่า ปัจจุบัน Bangkok Design Week เป็นหนึ่งใน Design Festival ที่ใหญ่ที่สุดและน่าสนใจที่สุดใน South East Asia
“ณ ตอนนี้เราอยู่เบอร์ 1 เลย เรานำสิงคโปร์แน่นอน เรานำไต้หวันแน่นอน เรานำฮ่องกงแน่นอน เราอยากได้แรงกระเพื่อมและ Energy ที่มันเป็นพื้นที่ที่ทำให้ Energy ของคนที่ทำงานพวกนี้อยากออกมานำเสนอ และสร้าง Energy ส่งต่อให้กับคนที่มาดู
ปลายทางจริงๆ เราก็ยังมองเรื่องของคุณภาพชีวิตของคน ทำอย่างไรให้วัฒนธรรมงานสร้างสรรค์เนี่ยมันทำให้คุณภาพชีวิตมันดีขึ้นได้ ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจมันเดิน และทำทำให้สิ่งแวดล้อมมันดี”
