การคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ “เอเซอร์” ในฐานะแบรนด์คอมพิวเตอร์พกพาอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่เปราะบาง แต่ “เอเซอร์” กลับใช้บททดสอบดังกล่าวเป็นแรงผลักดันในการปรับตัวเชิงรุกจนสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้อย่างเหนียวแน่น

คุณเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จจากการรักษาตำแหน่งแบรนด์อันดับ 1 มาจากการปรับสัดส่วนพอร์ตโฟลิโอไปสู่กลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการควบคุมต้นทุนและบริหารสินค้าคงคลังอย่างรัดกุม ขณะเดียวกัน เอเซอร์ได้ขยายขอบเขตธุรกิจจากคอมพิวเตอร์พีซีดั้งเดิมสู่กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เกมมิ่ง และโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด แต่ยังเปิดช่องทางรายได้ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น
“ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากการสร้างสมดุลระหว่างคุณค่า คุณภาพ และประสบการณ์ เรานำคุณค่าของแบรนด์ระดับโลกมาปรับให้สอดคล้องกับบริบทของผู้บริโภคชาวไทย โดยใช้ความเชื่อมั่นและนวัตกรรมเป็นตัวนำทาง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว”
นอกจากนี้ เรายังรับมือกับการแข่งขันด้านราคาด้วยการสร้างความแตกต่างผ่าน “Brand Love” เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวมากกว่าการแข่งขันด้วยสงครามราคาเพียงอย่างเดียว โดยใช้โอกาสครบรอบ 50 ปี เป็นจุดย้ำจุดยืนด้านความเชื่อมั่นและแนวคิด Meaningful Innovation ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ควบคู่กับบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง

“เหตุผลที่เอเซอร์สามารถรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าได้อย่างยาวนานตลอดกว่า 50 ปี มาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เรารับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งาน และปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยยังคงยึดมั่นในพันธสัญญาระยะยาวที่มีต่อลูกค้า พร้อมกันนั้น เรายังมุ่งพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในทุกขั้นตอน จึงทำให้เอเซอร์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและถ่ายทอดความไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง”
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกลยุทธ์คือการรักษาสมดุลระหว่างความเป็น Global Brand กับความเข้าใจบริบทท้องถิ่น รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

เรามองว่าผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญอย่างมากกับความผูกพันทางความรู้สึก ความใกล้ชิดกับแบรนด์ และการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งกำหนดให้แบรนด์ต้องก้าวข้ามการนำเสนอเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ไปสู่การสื่อสารและการมีส่วนร่วมสะท้อนตัวตนของผู้บริโภค
เมื่อ “Emotional Engagement” กลายเป็นกุญแจสำคัญเอเซอร์จึงยกระดับจาก “Value for Money” ไปสู่การเป็น “Lifestyle Brand” ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น
“เอเซอร์กำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ขายผลิตภัณฑ์ ไปสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เราพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ยกระดับประสบการณ์ใช้งาน และปรับการสื่อสารให้ทันสมัยและน่าดึงดูดใจมากขึ้น”
เอเซอร์มุ่งเน้นการสื่อสาร Brand DNA อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำด้านนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่มีความสดใหม่และเข้าถึงคนรุ่นใหม่
สำหรับปีนี้ เราเตรียมเข้าร่วมงาน 2026 Songkran Siam Festival เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งความสนุกและวัฒนธรรมไทย พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษที่อยากให้ทุกคนรอติดตาม
จากความสำเร็จของโปรเจกต์ Acer x Butterbear ที่ได้รับเสียงตอบรับถล่มทลาย ปีนี้เราจึงเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ Collaboration เพื่อเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเข้มข้นขึ้นครับ โดยเราเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาจากอินไซต์ของกลุ่ม New Gen โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของปีนี้ที่อยากให้ทุกคนรอติดตาม

สำหรับทิศทางการเติบโตในอนาคต คุณเจฟย้ำชัดว่า เอเซอร์จะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยมุ่งพัฒนาพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์และอิทธิพลของแบรนด์เอเซอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคไว้วางใจในระยะยาว
“เอเซอร์” เชื่อในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เราจึงเดินหน้าขยายกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบครบวงจร ที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และประสิทธิภาพ ด้วยความเชื่อมั่นที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ผสานกับนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งทั้งในประเทศไทยและระดับโลก เราพร้อมยกระดับแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน