อุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ประเทศไทย เป็นตลาดสำคัญที่มีความเคลื่อนไหวสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันในช่วงเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา KCG Corporation ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ของประเทศไทย ทั้งในฐานะผู้นำเข้า ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารคุณภาพจากทั่วโลก
โดย KCG ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับสากลเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ของไทย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและผู้ประกอบการมืออาชีพ ควบคู่กับการลงทุนด้านนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา รวมถึงระบบคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ KCG สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง และช่วยขับเคลื่อนมาตรฐานใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับวงการอาหารและเบเกอรี่ไทย
หนึ่งในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของ KCG ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้คือแบรนด์ “อลาวรี่” (Allowrie) ผลิตภัณฑ์เนยและชีสคุณภาพสูงที่ครองใจผู้บริโภคไทยมาอย่างยาวนาน
อลาวรี่ (Allowrie) ทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2507 และเป็นสินค้าเรือธงแบรนด์แรกๆ ในยุคบุกเบิกของ KCG ที่ยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ไทยมานานกว่า 60 ปี ท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนผ่านมาหลายยุคสมัย ด้วยการรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งครัวเรือนและผู้ประกอบการมืออาชีพ ทำให้อลาวรี่รักษาความเป็นผู้นำและเป็น Iconic Brand ของตลาดเนยไทยมาอย่างต่อเนื่อง
อลาวรี่ เป็นแบรนด์เนยและชีสชั้นนำของไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 156 ปี โดย KCG นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนาน 6 ทศวรรษ เป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่าย จากรายงานของ NielsenIQ (2025) ระบุถึงตลาดเนยในประเทศไทย อลาวรี่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดทั้งในด้านมูลค่าและปริมาณ โดยมีมูลค่าการตลาดถึง 49.5% และปริมาณ 47.8% โดย Euromonitor ยังระบุว่าในช่วงปี 2019-2024 ตลาดเนยเติบโตเฉลี่ยที่ 4-5% ซึ่งในปี 2023-2024 พุ่งสูงขึ้นถึง 10% สะท้อนภาพการขยายตัวด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด
ความสำเร็จของอลาวรี่ในวันนี้ยังสะท้อนผ่านผลวิจัย 2026 Thailand’s Most Admired Brand เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 โดยแบรนด์ “อลาวรี่” (Allowrie) ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในหมวดสินค้าบริโภค กลุ่มเนย ในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือและให้การยอมรับมาโดยตลอด
“หัวใจสำคัญที่ทำให้อลาวรี่รักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้อย่างยั่งยืน คือการเปลี่ยนบทบาทจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว มาเป็น ‘Solution Provider’ ที่เดินไปพร้อมกับคู่ค้าในลักษณะพาร์ตเนอร์ โดยใช้ความได้เปรียบจากฐานข้อมูลเทรนด์อาหารทั่วโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เข้ามาช่วยลดช่องว่างและแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันที สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีข้อมูล Customer Insight ที่ลึกซึ้ง เพื่อผลิตสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค แทนการยัดเยียดสิ่งที่ต้องการขายเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสร้างมาตรฐานด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่มองหา เพื่อนำแบรนด์ไทยก้าวไปสู่การเป็น Regional Brand ในระดับอาเซียนอย่างเต็มตัว”ปัจจุบัน KCG Corporation มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2C อยู่ที่ 50% และธุรกิจ B2B ประมาณ 45% และอีก 5% เป็นสัดส่วนของการส่งออกต่างประเทศ สำหรับแผนงานในปีที่ผ่านมา อลาวรี่เดินหน้าสร้างความเป็นผู้นำตลาดเนยและชีสในไทยด้วยกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการทำตลาดในด้านต่างๆ ได้แก่
- Premiumization การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ด้วยคุณภาพระดับโลก การันตีด้วยรางวัลด้านคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยมอย่าง Superior Taste Award จาก International Taste Institute และการเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในประเทศออสเตรเลีย
- Utilization การทำให้ชีสและเนยกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย และสามารถต่อยอดเป็นเมนูได้หลากหลาย อาทิ เนยแท่ง (Butter Blocks) และเนยกระปุก (Butter Spread) เหมาะสำหรับทำอาหาร เบเกอรี่ หรือเป็นส่วนประกอบของมื้ออาหารที่ต้องการความหอมมัน รวมถึงเนยถ้วยและเนยห่อขนาดเล็ก (Pure Creamery Butter) นอกจากนี้ ยังมีบัตเตอร์ สควีซ (Butter Squeeze) ชีสสไลซ์ (Cheese Slices) ชีสสควีซ (Cheese Squeeze) ชีสเส้น (Shredded Cheese) ไตรแองเกิ้ลสแน็คชีส (Triangle Snack Cheese) เป็นต้น
- Expansion การขยายตลาดครอบคลุมทุกช่องทาง ได้แก่ 1. การกระจายสินค้า 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในห้างสรรพสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต คอนวีเนียนสโตร์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2. เข้าสู่ร้านอาหารและคาเฟ่ระดับพรีเมียม โดยอลาวรี่ได้รับเลือกใช้ในโรงแรมหรู ร้านอาหารระดับ Fine Dining 3. การเข้าถึงเชฟระดับแนวหน้า เพื่อเป็นตัวเลือกด้วยคุณภาพที่ได้รับการรับรองและรางวัลระดับโลก ทำให้อลาวรี่เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เชฟชั้นนำเลือกใช้ในเมนูอาหารระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันตก อาหารฟิวชั่น หรืออาหารไทยที่ต้องการเพิ่มมิติของรสชาติด้วยชีสคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังวางแผนการสื่อสารผ่านแคมเปญ “ยกระดับ...ทุกรสชาติ” เพื่อต่อยอดการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค โดยแคมเปญนี้มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ช่วยยกระดับทุกเมนูอาหาร ผ่านการร่วมมือกับเชฟชั้นนำอย่าง เชฟวิลแมน ลีออง, เชฟเมย์-พัทธนันท์ ธงทอง และเชฟพลอย- ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ ในการสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษจากเนยและชีสอลาวรี่
อลาวรี่ ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยอลาวรี่เปิดตัว Mascot Kanga Luca สัญลักษณ์แห่งคุณภาพจากออสเตรเลีย พร้อมทั้งเปิดตัว Kanga Luca Bag Collection ของสะสมสุดพิเศษที่มอบให้กับลูกค้าในช่วงแคมเปญ เพื่อร่วมสร้างสีสันให้กับกิจกรรมทางการตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา
คุณดำรงชัย กล่าวเสริมถึงเป้าหมายอนาคตกับการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่ระดับสากล โดยดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.Growth Strategy วางเป้าหมายขยายตลาดสู่อาเซียนอย่างเป็นระบบ โดยการคัดสรรสินค้าที่เป็นProduct Hero เข้าสู่ช่องทางการขายที่หลากหลาย ทั้งในห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์ 2.Operation Excellence การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การนำระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติจากเยอรมนีมาใช้ในโรงงานผลิต ไปจนถึงการลงทุนกว่า 350 ล้านบาท สำหรับ Logistic Park ซึ่งมีระบบ Cold Chain อยู่ภายในนั้น ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อคงคุณภาพสินค้าให้สมบูรณ์ที่สุดจนถึงมือผู้รับ และ 3.Sustainability มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยตั้งเป้า Net Zero ในปี 2050 สะท้อนผ่านรางวัล AAA ด้าน ESG ที่ได้รับจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
อย่างไรก็ตาม ก้าวต่อไปของอลาวรี่ไม่ใช่แค่การขายเนย แต่เป็นการส่งมอบประสบการณ์และคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านนวัตกรรมอาหาร เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม Wellness ที่เน้นเรื่องการใช้ไขมันดี หรือเทคโนโลยีเบเกอรี่แช่แข็ง (Frozen Bakery) ที่จะเข้ามาปฏิวัติการทำอาหารทั้งในครัวเรือนและร้านอาหารมืออาชีพ ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้อลาวรี่จะเป็นแบรนด์ที่มีอายุยาวนาน แต่ยังคงมีความเก๋าของประสบการณ์และการไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อตอกย้ำถึงเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ยังคงอยู่ในใจผู้บริโภคไทยได้อย่างมั่นคงและยาวนาน
“เป้าหมายสูงสุดของอลาวรี่ คือการก้าวสู่ระดับ Regional Brand ที่คนในอาเซียนรู้จัก โดยหัวใจสำคัญในการรักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้อย่างยั่งยืน คือการ ‘เข้าใจลูกค้า’ (Customer Insight) พร้อมสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ (Trust) และการรักษามาตรฐานคุณภาพที่สม่ำเสมอในทุกมิติ” คุณดำรงชัย กล่าว
วันนี้ ด้วยภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ที่ยังคงขยายตัวและเต็มไปด้วยความหลากหลาย ความท้าทายของ “อลาวรี่” หลังจากนี้ คือการรักษาสมดุลระหว่าง “ความเป็นตำนานของแบรนด์” ที่อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 6 ทศวรรษ กับการปรับตัวเข้าสู่เทรนด์ใหม่ๆ ของผู้บริโภค ทั้งเรื่องสุขภาพ การบริโภคที่สะดวก และช่องทางการขายดิจิทัล เพื่อให้ Iconic Brand ของอลาวรี่ ยังคงนำหน้าอยู่ในสนามการแข่งขันได้ตลอดไป