ลามิน่า แบรนด์ฟิล์มกรองแสงภายใต้การบริหารของบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ยังคงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ของประเทศไทย จากการโหวตของผู้บริโภคให้ครองอันดับ 1 จากผลวิจัย 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในกลุ่มฟิล์มติดรถยนต์ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของคุณภาพสินค้า นวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ รวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กรที่เติบโตควบคู่สังคมมาอย่างยาวนาน

คุณจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของลามิน่าไม่ได้เกิดจากการทำตลาดระยะสั้น แต่เป็นผลจากการยึดมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง “ฟิล์มลามิน่าผลิตจากโรงงาน Eastman Performance Films, LLC | USA มาตรฐาน ISO 9001 ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโรงงานที่มีประวัติการผลิตฟิล์มกรองแสงยาวนานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1955 และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 มาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิตและการวิจัยพัฒนา ทำให้ลามิน่ามีนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์ผู้ใช้งานอยู่เสมอ”
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และ Smart Car ลามิน่าได้ปรับทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้รถยุคใหม่มากขึ้น ฟิล์มกรองแสงจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงป้องกันความร้อนจากแสงแดดเท่านั้น แต่ต้องสามารถรองรับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลภายในรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ลามิน่าพัฒนาสินค้าให้ทันยุค Smart Car และ EV อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กันความร้อน แต่ต้องรองรับการใช้งานระบบดิจิทัลภายในรถ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของผู้ใช้รถในปัจจุบัน”
ในด้านผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ ลามิน่าถือเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมตลาดฟิล์มกรองแสงในประเทศไทยด้วยการเป็นผู้บุกเบิกฟิล์มเซรามิก ผ่านผลิตภัณฑ์ Lamina Digital Ceramatrix Boost ตั้งแต่ตลาดยังไม่รู้จักฟิล์มประเภทนี้อย่างแพร่หลาย ฟิล์มเซรามิกของลามิน่าได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยคุณสมบัติเด่น “เข้มนอก สว่างใน” ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงเมื่อมองจากภายนอก แต่ยังคงทัศนวิสัยที่ชัดเจนและปลอดภัยจากภายในรถ
“ลามิน่าเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำฟิล์มเซรามิกเข้ามาทำตลาด และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองฟิล์มกรองแสงในมิติของคุณภาพและความปลอดภัยมากขึ้น”
ในปีที่ผ่านมา ลามิน่าเปิดตัวฟิล์มเซรามิกรุ่นใหม่ Lamina Ceramic Onyx และ Lamina Ceramic IRIS รวมถึงอีกหนึ่งในนวัตกรรมล่าสุดคือฟิล์มรุ่น Lamina Power Sunroof สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่มีหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องโดยสาร เพิ่มความสบายให้ผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน ฟิล์มลามิน่าเกือบทุกรุ่นยังมาพร้อมเทคโนโลยี Lamina DigitalBoost® ที่ช่วยให้การรับ-ส่งสัญญาณดิจิทัลต่างๆ ภายในรถเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณจากซอฟต์แวร์รถยนต์ ระบบ Easy Pass หรือสัญญาณดิจิทัลจากอาคารที่พักอาศัย
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลามิน่ายังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย โดยเป็นแบรนด์แรกที่แนะนำให้ติดตั้งฟิล์มบานหน้าเพื่อลดความร้อน รวมถึงการพัฒนาเทคนิคการติดตั้งบานโค้งแบบไร้รอยต่อ และการนำเครื่องมือเฉพาะทางมาใช้ในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงเพื่อให้คุณภาพงานสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ความแข็งแกร่งของแบรนด์ยังสะท้อนผ่านระบบบริการหลังการขายและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยลามิน่ามีศูนย์ Authorized Dealer กว่า 800 แห่งทั่วประเทศที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการติดตั้งที่มีคุณภาพไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ขณะเดียวกัน ยังมี Lamina Films Exclusive Shop อีกกว่า 60 สาขา ซึ่งเป็นศูนย์บริการระดับพรีเมียมที่มีข้อกำหนดเข้มงวดมากขึ้น ทั้งด้านจำนวนช่าง ห้องติดตั้งแบบปรับอากาศหรือห้องปลอดฝุ่น และสิทธิ์จำหน่ายฟิล์มรุ่นพิเศษ

ในมิติด้านการสื่อสาร ลามิน่าเน้นให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคผ่านการสื่อสารด้วย “ข้อเท็จจริงและความจริงใจ” เพื่อให้เจ้าของรถสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับการใช้งานของตัวเอง โดยประเด็นหลักที่ลามิน่าพยายามสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง คือการพิจารณาค่า Total Solar Energy Rejection หรือ TSER ที่เป็นการวัดค่าประสิทธิภาพการลดความร้อนรวมจากแสงแดดตามมาตรฐานสากล
“ลามิน่าชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่เน้นเพียงค่าการกันรังสีอินฟราเรด หรือ IR ที่สูง เนื่องจากรังสีอินฟราเรดเป็นเพียงแค่ความร้อนส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ความร้อนจากแสงแดดทั้งหมด และการพิจารณาเพียงค่า IR ไม่ได้ให้ประโยชน์ที่แท้จริงต่อผู้ใช้รถ ในความเป็นจริง ค่าการกันความร้อนจากแสงแดดต้องพิจารณาจากฟิล์มกรองแสงที่มีค่า TSER ที่ผ่านมาตรฐานที่กำหนดโดย AIMCAL & NFRC และมีสถาบันระดับโลกให้การรับรอง ไม่ใช่แค่ค่าใดค่าหนึ่งสำหรับการโฆษณาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการสับสน หรือเข้าใจผิดตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบันแต่อย่างใด
นอกจากนี้ เรายังพยายามสื่อสารความรู้เรื่องการวัดค่าความร้อนที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค โดยมาตรฐานสากลจะต้องวัดค่าการลดความร้อนในมุม 90 องศา แต่บางแบรนด์อาจใช้วิธีวัดที่มุมเอียง 60 องศา เพื่อให้ได้ตัวเลขการกันความร้อนที่สูงกว่าความเป็นจริงประมาณ 3-5% ซึ่งผู้ขายมักจะระบุข้อมูลนี้กำกับเอาไว้ขนาดเล็กที่ผู้บริโภคอาจมองข้ามหรือไม่ระบุเลย”
คุณจันทร์นภา ยังกล่าวเสริมว่า การเลือกฟิล์มที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของตัวรถและสุขภาพของผู้ขับขี่ เพราะหากติดตั้งฟิล์มคุณภาพต่ำ ระบบปรับอากาศและเครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสู้กับความร้อน ส่งผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้น หรือในกรณีของรถยนต์ไฟฟ้าจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่น้อยลง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการที่รังสียูวีจะทำลายสุขภาพผิวของผู้ขับขี่ และทำให้วัสดุภายในรถเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ที่สำคัญคือความเสี่ยงในอนาคตหากต้องลอกฟิล์มคุณภาพต่ำออกเพื่อติดใหม่ ซึ่งอาจทิ้งคราบกาวที่ทำความสะอาดยาก หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เส้นไล่ฝ้าที่กระจกหลังเสียหาย

นอกจากการสร้างความแข็งแกร่งและเชื่อมั่นให้แบรนด์อย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภค แนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนยังถูกสะท้อนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ลามิน่าดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ “ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” ที่ดำเนินมากว่า 25 ปี โดยมีการนำกำไรส่วนหนึ่งจากการสนับสนุนของลูกค้าไปสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 24 อาคาร ควบคู่กับโครงการด้านสังคมอื่นๆ เช่น “ลามิน่ามินิสานฝัน”, “ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม” และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม “รักษ์โลกกับลามิน่า” รวมถึงโครงการสาธารณกุศลอื่นๆ
การได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 จาก 2026 Thailand’s Most Admired Brand จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นที่ลามิน่าสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านคุณภาพ นวัตกรรม การบริการ และแนวคิดการทำธุรกิจที่มองไกลในระยะยาว