BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
953
VIEWS

เป๊ปซี่โค Repositioning สร้างภาพจำใหม่ เป็นมากกว่า แค่บริษัท “น้ำอัดลม”

มี.ค. 11, 2569 R.Somboon
“เป๊ปซี่โค” (PepsiCo) ประกาศเดินหน้าก้าวสำคัญด้วยการปรับโฉม “อัตลักษณ์องค์กรใหม่” (Corporate Identity) ภายใต้แนวคิด “Food. Drinks. Smiles.” การปรับครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสดใหม่ หากแต่คือการตอกย้ำตำแหน่งทางการตลาด (Repositioning) จากภาพจำ "บริษัทขายน้ำอัดลม" สู่การเป็น "ผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก" อย่างเต็มตัว
 
คุณสุดิปโต โมซุมดา กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจอาหารอินโดจีนและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บอกว่า การปรับเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของเป๊ปซี่โคในฐานะแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์เพื่อปรับตำแหน่งทางการตลาด (Repositioning) จากภาพจำ บริษัทขายน้ำอัดลมในอดีต สู่การเป็น  "ผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก" อย่างเต็มตัว 
 
การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์องค์กร หรือ Corporate Identity  ของเป๊ปซี่โคในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับใหญ่ในรอบ 25 ปี โดยประกาศช่วงปลายปี 2568 และเริ่มสื่อสารชัดเจนในไทยช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป้าหมายของการปรับเปลี่ยนนั้น มีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกที่เน้น "ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง" และ       "ความยั่งยืน"
 
แน่นอนว่า เป็นการปรับภาพลักษณ์ที่มุ่งเปลี่ยนภาพจำของแบรนด์ จากเดิมที่คนมักจดจำในฐานะบริษัทน้ำอัดลม ให้กลายเป็นบริษัทที่ส่งมอบ "รอยยิ้ม" ผ่านพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่หลากหลายทั้งอาหารว่างและเครื่องดื่ม
 
แนวคิดใหม่ “Food. Drinks. Smiles.” มาพร้อมกับโลโก้ขององค์กร ที่มีความหมายสะท้อนให้เห็นถึงตำแหน่งใหม่อย่างชัดเจน โดยดีไซน์ใหม่มีการนำสัญลักษณ์คล้าย "รอยยิ้ม" มาใส่ในตัวอักษร "P" เพื่อสื่อถึงความสุขและความมีชีวิตชีวาออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ในเครือกว่า 500 แบรนด์ อาทิ เป๊ปซี่ เลย์, และเควกเกอร์ เป็นต้น ให้มีทิศทางเดียวกันภายใต้ร่มเงาของ PepsiCo


โดยมีเป้าหมายเพื่อหลอมรวมทุกภาพลักษณ์ให้อยู่ภายใต้ DNA เดียวกัน ผ่านหัวใจสำคัญคือการอย่างโลโก้ตัวอักษร “P” ที่สื่อถึงความเป็น Branding ที่ชัดเจนมากขึ้น รายล้อมด้วยรูปทรงและสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของค่านิยมที่จะนำทางไปสู่อนาคต มาพร้อมตัวฐานของโลโก้ออกแบบให้เป็น "รอยยิ้ม" ตรงกับพันธกิจในการสร้างรอยยิ้มเมื่อได้บริโภคเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โค (Creating More Smiles with Every Sip and Every Bite)
 
“ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เป๊ปซี่โคสามารถสร้างแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั่วโลกมากมาย ตั้งแต่เครื่องดื่มยอดฮิตอย่างเป๊ปซี่ (Pepsi) ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวอย่างเลย์ (Lay’s) และผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Healthier Choices) อย่างข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ (Quaker) ซึ่งการสื่อสารของแต่ละแบรนด์ก็จะดำเนินไปในทิศทางของตัวเอง การปรับอัตลักษณ์ของเราในครั้งนี้มุ่งสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของ “องค์กร” ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทุกแบรนด์ในเครือไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เพื่อสื่อสารเป็นภาพเดียวกันถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น”
 
เหตุผลสำคัญที่เป๊ปซี่โคตัดสินใจปรับอัตลักษณ์องค์กรใหม่ในรอบ 25 ปี นั้น ส่วนหนึ่งมีเป้าหมายอยู่การต้องการขยายภาพลักษณ์ให้มากกว่าแค่ "น้ำอัดลม" เพราะผลการวิจัยภายในระบุว่า มีผู้บริโภคเพียง 21% เท่านั้นที่ทราบว่า PepsiCo เป็นเจ้าของแบรนด์อื่นๆ นอกเหนือจากเป๊ปซี่ การปรับ CI ใหม่จึงมุ่งเน้นการแสดงความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่มีมากกว่า 500 แบรนด์ในครั้งนี้ จึงต้องการสื่อให้เห็นถึงแบรนด์ในพอร์ต ที่มีความหลากหลายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม
 
โดยการปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนโลโก้ แต่คือการขยับกลยุทธ์ตามเทรนด์ "Health & Wellness" ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก โดยผู้บริโภคในหลายประเทศทั่วโลก เริ่มมีการเมินน้ำตาลและโซเดียม ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลต่อตลาดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลค่อนข้างมากอย่างน้ำอัดลมที่เริ่มมีการเติบโตในตัวเลขที่ไม่มากนัก เป๊ปซี่โคจึงต้องปรับภาพจำจาก "ยักษ์ใหญ่น้ำอัดลม" มาเป็น "บริษัทโภชนาการ" เพื่อผลักดันให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
 
ขณะที่เทรนด์สินค้า Functionality กำลังมาแรง โดยคนรุ่นใหม่มองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ “ให้มากกว่าความอร่อย" เช่น ช่วยเรื่องลำไส้ เพิ่มพลังงาน หรือบำรุงสมอง Corporate Identity ใหม่จึงดูสะอาดตาและทันสมัยขึ้น เพื่อให้เข้ากับกลุ่มสินค้าสุขภาพเหล่านี้
ก่อนหน้านั้น เป๊ปซี่โคมีการประกาศนำ กลยุทธ์ PepsiCo Positive (pep+) เข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร โดยภายใต้กลยุทธ์นี้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจแบบ "ต้นน้ำยันปลายน้ำ" (End to End Transformation) โดยมีหัวใจสำคัญคือความยั่งยืน กลยุทธ์นี้ประกอบด้วย 3 เสาหลักที่เชื่อมโยงกัน ไล่ตั้งแต่
 
1. Positive Agriculture หรือเกษตรกรรมเชิงบวก ที่มุ่งเน้นการจัดหาวัตถุดิบด้วยวิธีที่ฟื้นฟูโลกและสนับสนุนชุมชนเกษตรกรมีเป้าหมายอยู่ที่การขยายพื้นที่เกษตรกรรมแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ให้ครอบคลุม 10 ล้านเอเคอร์ภายในปี 2573 โดยในประเทศไทยมีการส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งแบบยั่งยืนร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร
 
2. Positive Value Chain หรือห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวกการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการขนส่งให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Net-Zero ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583 โดยในปี 2567 สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการได้ถึง 89% ทั่วโลก
 
หรือเรื่องของบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่จะมีการลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) โดยในปี 2567 ลดลงได้ 5% ในตลาดหลัก และใช้พลาสติกรีไซเคิล (rPET) เพิ่มขึ้นเป็น 15% และการจัดการน้ำที่มุ่งสู่การเป็น Net Water Positive (คืนน้ำสู่ธรรมชาติมากกว่าที่ใช้) ภายในปี 2573
 
3. Positive Choices หรือทางเลือกเชิงบวกที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีต่อสุขภาพผู้บริโภคและโลก ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำตาลและโซเดียม เป๊ปซี่โคบรรลุเป้าหมายการลดน้ำตาลและโซเดียมสำหรับปี 2568 ได้ "ก่อนกำหนด" 1 ปีเต็ม
 
ทำให้ 67% ของเครื่องดื่มมีน้ำตาลน้อยกว่า 100 แคลอรีต่อ 12 ออนซ์
 
77% ของอาหารว่างมีโซเดียมในระดับที่เหมาะสม
 
เช่นเดียวกับเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมอาหารใหม่ที่มีเพิ่มส่วนผสมที่หลากหลาย เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grains) จากแบรนด์เควกเกอร์ และโปรตีนจากพืช
 
ซึ่งการปรับตำแหน่งผ่าน Pep+ ไม่ใช่แค่เรื่อง "ภาพลักษณ์" แต่คือการสร้าง Business Resilience (ความยืดหยุ่นทางธุรกิจ) เพื่อให้บริษัทอยู่รอดได้ในโลกที่ทรัพยากรจำกัดและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น
 
ทั้งหมดจะถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันในการทำตลาดของเป๊ปซี่โค....


เป๊ปซี่โค Repositioning สร้างภาพจำใหม่ เป็นมากกว่า แค่บริษัท “น้ำอัดลม”

ปรับเกมอย่างไร เมื่อตลาดเครื่องดื่ม 2.29 แสนล้าน เข้าสู่ยุค Blur the Line ที่เริ่มไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเซกเมนต์

สรุปจุดเปลี่ยน ที่จะเข้ามามีผลกระทบ กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.29 แสนล้าน

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทยคว้ารางวัล “1 ใน 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2568”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จแคมเปญ ‘Waste Nothing - มันส์ แล้ว ทิ้ง’ คัดแยกขยะได้สูงถึง 11,150 กิโลกรัม ในงาน BMM14

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จับมือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact