BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,272
VIEWS

สรุปจุดเปลี่ยน ที่จะเข้ามามีผลกระทบ กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.29 แสนล้าน

เม.ย. 01, 2568 R.Somboon
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีการออกมาคาดการณ์ว่า ยอดขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศปี 2568 จะมียอดขายของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวมอยู่ที่ 2.29 แสนล้านบาท  ขยายตัว 3.3% แต่เป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (CAGR ปี 2565-2567) ที่โตเฉลี่ย 4.7% ต่อปี จากการบริโภคของผู้บริโภคที่ยังได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่และค่าครองชีพยังสูง โดยแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในปี 2568 มีกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจนั้น จะพบว่า ยอดขายน้ำอัดลมและน้ำดื่มบรรจุขวด คาดว่าจะขยายตัว 2.6% และ 4.8% ในปี 2568 ชะลอตัวลงจากปี 2567
 
โดยตลาดน้ำอัดลมและน้ำดื่มบรรจุขวด มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 55% ของยอดขายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด เมื่อลงในรายละเอียดแล้วจะพบว่า ตลาดน้ำอัดลมมีสัดส่วนประมาณ 34% ของตลาดรวม รองลงไปเป็นตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด 21% และเครื่องดื่มชูกำลังประมาณ 10% ที่เหลือเป็นเครื่องดื่มประเภทต่างๆ อาทิ ฟังก์ชั่นนัลดริงค์
 
ปัจจัยที่หนุนให้ตลาดโต ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น สะท้อนจากปี 2566 ที่อุณหภูมิสูงสุดพุ่งไปถึง 44.6 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับผู้ประกอบการในธุรกิจที่ระบุว่า สภาพอากาศร้อนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าในกลุ่มนี้
 
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวน่าจะหนุนการบริโภคเครื่องดื่มกลุ่มนี้มากขึ้น จะเห็นว่า สัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 8% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ 6% ของมูลค่าการใช้จ่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด
 
ส่วนยอดขายเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลในปี 2568 คาดว่าขยายตัว 7% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์


แม้ว่ายอดขายเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลจะยังมีส่วนแบ่งตลาดที่น้อย แต่ก็มีทิศทางการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2563 เพิ่มเป็น 7% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนจากการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคและความต้องการเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เจาะจงขึ้น เช่น ลดปัญหาการนอนไม่หลับ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
 
ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายราย ทั้งที่อยู่ในธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และนอกธุรกิจ อาทิ โรงพยาบาล อาหาร เคมีภัณฑ์ เป็นต้น หันมาทำตลาดหรือแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ ในเครื่องดื่มประเภทนี้มากขึ้น เพราะเห็นโอกาสของตลาดที่เติบโตสูงกว่าเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ
 
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เสี่ยงแข่งขันรุนแรงขึ้น ทั้งผู้เล่นในประเทศที่มีมากราย รวมถึงสินค้านำเข้าที่เข้ามาตีตลาดเพิ่ม โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะเข้ามามีผลกระทบต่อตลาดจะมีตั้งแต่เรื่องของต้นทุนการผลิตปี 2568 มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในเกือบทุก Segment ซึ่งคาดว่าราคาจะยังยืนสูง จากสภาพอากาศที่แปรปรวนกระทบกับผลผลิต รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ทั้งกระดาษ กระป๋องและพลาสติกที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนและกำไรของธุรกิจ ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในปี 2566-2567 จะอยู่ที่ 20-30% แต่ในปี 2568 กำไรจะมากหรือน้อย ยังคงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาและการแข่งขันของธุรกิจ
 
อัตราภาษีความหวานที่จะปรับขึ้นเดือนเมษายนปี 2568 ซึ่งเป็นระยะที่ 4 ที่จัดเก็บภาษีเต็มขั้นจะกระทบต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 7.74-14.04 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร  ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นราว 1-5 บาท แตกต่างตามปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์


ขณะที่การปรับขึ้นราคาทำได้จำกัด เนื่องจากสินค้าแข่งขันรุนแรง อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนแบรนด์ของผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องหาแนวทางบริหารจัดการต้นทุนส่วนอื่น เพื่อชดเชยแทนการปรับขึ้นราคา ยังคงเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของภาษีน้ำตาลที่อัตราภาษีความหวานจะมีการปรับขึ้นในเดือนเมษายน 2568 นี้ โดยปัจจุบันมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากหรือกว่า 2,342 ราย (เฉพาะนิติบุคคล) ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันรุนแรง ด้วยสินค้าที่มีหลากหลาย Segment ขณะที่สินค้านำเข้าก็มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 2564-2566 โตกว่า 8.4%ต่อปี
 
ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง Life-cycle สินค้าก็สั้นลง จำเป็นต้องอาศัยทำการตลาดและโฆษณา เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และจูงใจหรือกระตุ้นให้เกิดการบริโภค สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่พบว่า อาหารและเครื่องดื่มยังคงใช้เม็ดเงินในการโฆษณามากที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ 
 
นอกจากนี้ การที่ผู้ประกอบการหลายรายมีแผนมุ่งกระจายสินค้าสู่ตลาด B2B ทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงพยาบาล โรงแรม หรืองานสัมมนาต่างๆ ก็ส่งผลให้การแข่งขันผ่านช่องทางดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
 
ในมุมของผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มอย่าง บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย โดย อนวัช สังขะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดของบริษัท ให้มุมมองเกี่ยวกับตลาดเครื่องดื่มในบ้านเราผ่านงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า หากมองในแง่ของ Consumer Trend ที่มีผลกระทบต่อตลาดเครื่องดื่มแล้วจะพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตไปค่อนข้างมาก
 
เขาบอกว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันค่อนข้างจะมีความหลากหลาย ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วก็คือพวกเขามีการดูแลตัวเองมากขึ้น ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ แม้จะมีการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบ โดยในปัจจุบันผู้บริโภคมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน โดยกลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ขณะที่อีกกลุ่มจะตรงกันข้ามอย่างชัดเจน นั่นคือจะใช้ชีวิตในบ้านดูแลตัวเองและชาร์จแบต เพื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เร่งรีบ


ขณะเดียวกัน ก็มีการใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ตลอดจนมีการใช้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมถึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา ทำให้ภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มในกลุ่มน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มให้พลังงาน และเครื่องดื่มในแนว Healthy Sport หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีน้าตาลน้อยมีการเติบโตค่อนข้างดีในช่วงที่ผ่านมา
 
จากเทรนด์ในเรื่องของการใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นของคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่ดีให้กับกลุ่มเครื่องดื่มที่เรียกว่า โมเดิร์น เอนเนอร์จี้ ดริงค์ ที่มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากเครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ ดริงค์ ในตลาดแมสที่อยู่ในตลาดเครื่องดื่มบ้านเรามานาน โดยสินค้าในกลุ่มใหม่นี้จะมาในรูปแบบของเครื่องดื่มที่มีการเติมคาร์บอเนต หรืออัดก๊าซเข้าไปเหมือนน้ำอัดลม แต่มีน้ำตาล 0% และมีรสชาติที่อร่อยจากรสของน้ำผลไม้ ทำให้          เอนเนอร์จี้ ดริงค์ในรูปแบบใหม่นี้ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
 
ปัจจุบัน ตลาดเอนเนอร์จี้ ดริงค์ในบ้านเรา มีมูลค่าตลาดประมาณ 22,000 ล้านบาท เครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ ดริงค์ ตลาดแมสที่มีราคาขายเฉลี่ยขวดละ 10 บาท มีสัดส่วน 90% ขณะที่เครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ ดริงค์ ในรูปแบบใหม่ที่ถูกจัดอยู่ในเซกเมนต์พรีเมียมที่ขายราคา 15 บาทขึ้นไป ในรูปแบบของแคนและขวดใสจะมีสัดส่วน 10% หรือมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,200 ล้านบาท มีการเติบโตประมาณ 5 – 6%


ตลาดร้านอาหาร 646,000 ล้าน แข่งอย่างไร ในภาวะที่ลูกค้าใหม่หายากและต้นทุนการทำตลาดพุ่งสูงขึ้น

ทำความรู้จัก “Single Serve - Multi Serve” รูปแบบการดื่มของผู้บริโภค ที่มีผลต่อการกำหนด “แพ็กไซส์” ของน้ำอัดลม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากเหตุแผ่นดินไหวเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

สรุปจุดเปลี่ยน ที่จะเข้ามามีผลกระทบ กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.29 แสนล้าน

เปิดเหตุผล ทำไม “น้ำอัดลม” ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 66 ลงมาอยู่ที่ 3.0% จาก 3.7%

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact