ในวันที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านของไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การหดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตอาจไม่ใช่โจทย์แรกของหลายองค์กรอีกต่อไป หากแต่เป็นการรักษาความเชื่อมั่นและความสามารถในการปรับตัวที่กลายเป็นปัจจัยชี้วัดความแข็งแรงของแบรนด์ในระยะยาว
ท่ามกลางบริบทที่ตลาดเล็กลงซับซ้อนขึ้น SB Design Square สามารถรักษาความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคไว้ได้อย่างแข็งแรง คว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มร้านเฟอร์นิเจอร์ ไว้ได้สำเร็จ

คุณพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เผยว่า หัวใจสำคัญคือการมองบทบาทของตัวเองให้ไกลกว่าการเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่พัฒนาไปสู่การเป็น Home Design Solutions ที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจ การออกแบบ การเลือกสินค้า การติดตั้งไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยต่อยอดจากรากฐานของ SB Furniture แบรนด์ไทยที่อยู่คู่ตลาดมากว่า 50 ปี และเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่วางมาตรฐานอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ
“สิ่งที่ทำให้แบรนด์ถูกเลือกไม่ใช่แค่คุณภาพของสินค้า แต่คือความคาดหวังและประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้ ตั้งแต่การเสพคอนเทนต์บนออนไลน์ การเดินเข้ามาที่สาขา การพูดคุยกับพนักงานขาย ไปจนถึงการขนส่ง ติดตั้ง และบริการหลังการขาย ประสบการณ์ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หล่อหลอมความเชื่อมั่นของแบรนด์”
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Core Operation ที่ SB Design Square ให้ความสำคัญกับทุก Touchpoint ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในพนักงานที่ปรึกษาและนักออกแบบ ซึ่งถือเป็นต้นทุนทางการขายที่สร้างความแตกต่าง ช่างติดตั้งและขนส่งที่บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพได้ในสัดส่วนสูง รวมถึง Customer Service ที่ทำหน้าที่ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการใช้งาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านสัญลักษณ์ 4 ก้อน อันเป็น DNA ของแบรนด์ ที่แทนความเชื่อมั่น คุณภาพ ความแข็งแรง และบริการ ซึ่งยังคงเป็นหัวใจของประสบการณ์ลูกค้าในทุกยุคสมัย
คุณพิเดช ย้ำว่า “จุดแข็งที่ทำให้เราแตกต่าง คือ Core Operation ที่แข็งแกร่ง เพราะในยุคที่ Marketplace ครองเมือง คนที่ได้เข้าไปเหยียบในบ้านลูกค้า คือคนที่มีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นและบริการที่เหนือกว่า”

ขณะเดียวกัน SB Design Square ได้เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการเลิกยึดแนวคิด One Fits All แล้วหันมาใช้โมเดลการกระจายอำนาจ สร้างแบรนด์ย่อยที่มีความชัดเจนและยืดหยุ่นในการตอบโจทย์ผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หลักไปจนถึงแบรนด์เฉพาะทาง เนื่องจากเล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น การปรับตัวเป็น Home Design Solutions โดยมีแบรนด์ย่อยที่ยืดหยุ่น ทำให้แบรนด์เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดกว่าเดิม
“วันนี้การแต่งบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้า แต่ยังรวมถึงระบบบริการ ความเร็ว การสื่อสาร และความเข้าใจข้อจำกัดของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เราไม่สามารถใช้ระบบเดียวตอบโจทย์ทุกคนได้อีกต่อไป เช่น เรามี Built-in และ Condo Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point จริงของการแต่งบ้านและคอนโดในปัจจุบัน ทั้งเรื่องงบประมาณ เวลา ข้อจำกัดด้านพื้นที่ และความซับซ้อนของกระบวนการติดตั้ง” คุณพิเดช อธิบาย
ไม่เพียงแค่เรื่องดีไซน์และการบริการ SB Design Square ยังยกระดับแบรนด์สู่ความยั่งยืนผ่านแคมเปญ “Better Resource, Better Living” ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Circular Resource Management) การลดของเสียในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบระบบที่เอื้อต่อการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้จริง และโครงการ Return for Better คืนวันนี้เพื่อโลกที่ดีกว่า ที่เปลี่ยนโซฟาเก่าเป็นโอกาสใหม่ให้สังคม
“เราเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่ได้วัดกันแค่ดีไซน์หรือราคา แต่เริ่มต้นจากทรัพยากรที่เราตัดสินใจเลือกใช้ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่คุณและคนที่คุณรักในทุกลมหายใจ”
วันนี้ SB Design Square ไม่ได้เพียงแค่ขายเฟอร์นิเจอร์ แต่กำลังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ผ่านนวัตกรรม การบริการ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ยังคงครองตำแหน่งแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคชาวไทย