ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมทั้งไทยและทั่วโลกในปีนี้จะไม่สู้ดีนัก อันเนื่องมาจากปัญหามากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเผชิญหน้ากันของประเทศมหาอำนาจที่รุนแรง และคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
กระนั้นก็ดีก็ยังมีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจเลย คนกลุ่มนั้นก็คือ กลุ่ม Wealth ไปถึง กลุ่ม Ultra High Net Worth: UHNW
ถ้าเราสังเกตให้ดีจะพบว่าปัจจุบันหลายแบรนด์หลายธุรกิจก็หันไปใส่ใจกับกลุ่มเป้าหมายนี้มากขึ้น
ล่าสุดธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ได้มีการประกาศความร่วมมือกับ Invesco หนึ่งในบริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งให้ก้าวทันโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกับอินเวสโกในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของกรุงศรี พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับลูกค้า Krungsri Wealth ทั้งนี้ กรุงศรีจะยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ มุ่งมั่นยกระดับโซลูชันการลงทุนให้ครบวงจรและเปี่ยมด้วยนวัตกรรม เพื่อรองรับทั้งโอกาสทางการเงินในปัจจุบัน และการส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”

ภายใต้ความร่วมมือกับ Invesco และการดำเนินงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) กรุงศรีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งที่ตอบโจทย์ลูกค้า Krungsri Wealth อย่างแท้จริง ผ่าน 3 คุณค่าหลัก ได้แก่
1. เข้าถึงการลงทุนได้ง่าย มั่นใจทุกการตัดสินใจ ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงทุน คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทั้งผ่านที่ปรึกษาการลงทุน ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคล และเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
2. โซลูชันการลงทุนที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิต พอร์ตการลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเป้าหมาย ช่วงชีวิต และสภาวะตลาด ตั้งแต่ทางเลือกการลงทุนขั้นพื้นฐานไปจนถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ซับซ้อน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละราย
3. โอกาสการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อความมั่งคั่งในระยะยาว ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำและทางเลือกการลงทุนที่กระจายไปยังสินทรัพย์และตลาดทั่วโลก ช่วยบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาวอย่างมั่นคง

พัสสนีย์ อุดมพาณิชย์ ผู้บริหารสายงานเวลธ์แมเนจเมนท์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งให้เป็นมาตรฐานสากล, โดยเน้นการดำเนินงานร่วมกันใน 4 ด้านหลัก คือ
1. ยกระดับคำแนะนำการลงทุนที่มีคุณภาพ Invesco จะสนับสนุนทีมที่ปรึกษาการลงทุนของกรุงศรี (Investment Intelligence Office หรือ IIO) ให้เข้าถึงข้อมูลเศรษฐกิจและมุมมองเชิงลึกของสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Insights), เพื่อให้กรุงศรีสามารถจัดทำบทวิเคราะห์และให้คำแนะนำที่แม่นยำ คมชัด และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า,
2. การคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ทั้ง 2 องค์กรจะทำงานร่วมกับทีม Invesco Solutions โดยใช้หลักการ Open Architecture เพื่อคัดเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้า, เน้นความเชี่ยวชาญด้านการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ (Multi-asset)
3. การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย เป็นความร่วมมือกับ บลจ.กรุงศรี และ บล.กรุงศรี เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และสินทรัพย์ทางเลือก (Private Assets, Structured Notes, Hedge Fund), รวมถึงการลงทุนในธีมแห่งอนาคตอย่าง AI และ Energy Transition
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการพอร์ตการลงทุนแบบ Discretionary Portfolio Management (DPM) ที่ปรับตามเป้าหมายเฉพาะบุคคล (Personalized Solution)
4. การพัฒนาความรู้ด้านการลงทุนสู่ระดับสากล มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรกรุงศรีให้มีทักษะการให้คำแนะนำในระดับสากล, พร้อมทั้งร่วมจัดงานสัมมนาและสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านการลงทุนให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

พัสสนีย์ ย้ำว่าความร่วมมือระหว่างกรุงศรีและอินเวสโกถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดหลักคือการผสาน Global Intelligence เข้ากับ Local Expertise เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทย กล่าวคือ ทาง Invesco นั้นมีข้อมูลเศรษฐกิจเชิงลึก และมุมมองตลาดสินทรัพย์จากทั่วทุกมุมโลก จากประสบการณ์กว่า 90 ปี และการบริหารสินทรัพย์มูลค่ากว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนทางกรุงศรี จะมีความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น มีความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้งจากการดำเนินธุรกิจมานานกว่า 80 ปี
หลังการจับมือกัน พัสสนีย์กล่าวว่า กรุงศรีจะยึดหลักการดำเนินงานโดยเริ่มจากความเข้าใจลูกค้า ผสานความเชี่ยวชาญทุกมิติ เพื่อมอบประสบการณ์การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งที่เหนือกว่าผ่าน 3 คุณค่าหลัก คือ
1. Accessibility ทำให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันการลงทุนระดับโลกได้ง่ายและสะดวกขึ้น
2. Flexibility นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละราย
3. Diversification นำเสนอทางเลือกการลงทุนที่ครอบคลุมและหลากหลายเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
"ในโลกที่ซับซ้อน บทบาทของธนาคารไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่คือการเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นโอกาส วางกลยุทธ์ และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เรามีโนวฮาวระดับโลกในขณะเดียวกันก็เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น” พัสสนีย์ อธิบาย
ปัจจุบันกรุงศรีให้บริการลูกค้า Krungsri Wealth ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ และกรุงศรี ไพรม์ รวมประมาณ 180,000 ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท
