ขณะที่หลายแบรนด์ยังคงติดอยู่ในวังวนของสงครามราคา “ก๊าซหุงต้ม ปตท.” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารากฐานที่ยั่งยืนที่สุดคือการสร้างความไว้ใจให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภค ทำให้ OR ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพลังงาน สู่การเป็นแบรนด์ที่คนไทยเจาะจงเลือกใช้จากความรู้สึกอุ่นใจเป็นสำคัญ การันตีด้วยความสำเร็จล่าสุดจากผลสำรวจ 2026 Thailand’s Most Admired Brand สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ที่ครองใจได้ยั่งยืน คือแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด
กุญแจสำคัญที่ทำให้ ก๊าซหุงต้ม ปตท. ยืนหยัดเหนือกว่าคู่แข่ง คือการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งความปลอดภัย” ที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นโรงบรรจุ โรงซ่อมมาตรฐาน หรือเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยมีนวัตกรรมอย่างวาล์วเช็คล็อกเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการเลือกใช้ก๊าซหุงต้ม ปตท. คือการเลือกความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว

เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ทุกคนสัมผัสถึงความปลอดภัยอย่างชัดเจน OR ได้ออกแบบตราสัญลักษณ์ “ซีลทอง” ซึ่งทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่บรรจุภัณฑ์ แต่คือเครื่องหมายการันตีคุณภาพให้ผู้บริโภคจดจำได้แม่นยำ และในปีนี้แบรนด์มุ่งเน้นที่จะสื่อสารเพื่อยกระดับความเข้มข้นของสัญลักษณ์นี้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำที่โปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของการรักษาแชมป์คือการบริหารจัดในทุก Touchpoint อย่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ทาง OR ตระหนักดีว่าร้านก๊าซคือส่วนหนึ่งของชุมชน หากร้านค้ามีมาตรฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัย ย่อมส่งผลให้ชุมชนโดยรอบรู้สึกอุ่นใจ ซึ่งส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน แบรนด์จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานร้านค้า ก๊าซหุงต้ม ปตท. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผ่านการสุ่มตรวจอย่างสม่ำเสมอ และการขยายจุดจำหน่ายเข้าไปใน PTT Station เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ควบคู่ไปกับการดูแล Packaging ให้ปิดสนิท เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดก่อนสินค้าจะถูกส่งถึงมือลูกค้า

ในมิติของการบริหารจัดการ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ต้นทุนพลังงานโลกผันผวนอย่างหนัก ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ทุกเจ้าต้องเจอ ปีนี้ ก๊าซหุงต้ม ปตท. เลือกที่จะรับมือด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการลดต้นทุนในกระบวนการโดยไม่ลดทอนคุณภาพ เพื่อตรึงผลกระทบที่จะเกิดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการให้เหลือน้อยที่สุด สะท้อนถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำตลาด
ท้ายที่สุด ทิศทางของแผนการตลาดและการสื่อสารในปีนี้ ได้ก้าวข้ามจากการขายสินค้าไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ “ถังถังบอกต่อ” ที่ใช้ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไปการันตีความปลอดภัยและคุณภาพให้กับร้านอาหารคู่ค้า หรือกิจกรรมที่เจาะลึกเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในระดับชุมชน
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเป็นฟันเฟืองที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและหมุนเวียนเม็ดเงินภายในชุมชน สร้างรายได้และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างแบรนด์ ร้านค้า และผู้บริโภค ซึ่งนี่คือกุญแจดอกสุดท้ายที่ทำให้ก๊าซหุงต้ม ปตท. ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ขายก๊าซ แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าไปนั่งอยู่ในใจของคนไทยได้อย่างยั่งยืน