ลองสังเกตพฤติกรรมการช้อปปิ้งเครื่องสำอางในยุคปัจจุบัน การซื้อสกินแคร์แบบยกเซ็ตจากแบรนด์เดียวกำลังกลายเป็นภาพที่เห็นได้น้อยลง ผู้บริโภคยุคใหม่มีความรู้เรื่องส่วนผสม (ingredient) การเลือกซื้อสินค้าจึงเน้นไปที่การแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสภาพอากาศในแต่ละวันมากกว่าการยึดติดกับชื่อแบรนด์
เมื่อผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้น คำโฆษณาทั่วไปจึงมีอิทธิพลน้อยลง ยอดขายจริงและข้อมูลจากการใช้งานจริงกลายเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนผ่านเวที EVEANDBOY Best Selling Award 2025 ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 รางวัลที่ถือเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ความงามที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในแต่ละหมวดหมู่ช่วยให้ลูกค้าคัดกรองและเลือกสินค้าที่ตรงใจได้ง่ายขึ้นท่ามกลางตัวเลือกนับแสนรายการบนชั้นวาง
พฤติกรรมที่ซับซ้อน ชอบทดลองเนื้อสัมผัส และใช้เวลาพิจารณาสินค้านานขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกความงามต้องปรับตัว EVEANDBOY มองเห็นโอกาสนี้และยกระดับองค์กรจากโมเดลร้านขายเครื่องสำอางดั้งเดิม สู่การเป็น Beauty Destination พื้นที่ส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้เวลาค้นหาไอเทมใหม่ ๆ อย่างสนุกสนาน

กลยุทธ์สำคัญของ EVEANDBOY จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Experience Store เพื่อเพิ่มระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่ในร้าน ยิ่งลูกค้าใช้เวลาในร้านนานเท่าไร โอกาสในการตัดสินใจซื้อย่อมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
การขยายสาขาในปัจจุบันจึงฉีกกฎเดิม ๆ ทิ้งแนวคิด One Size Fits All แล้วหันมาออกแบบร้านให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละโลเคชั่น เช่นการขยายสาขาในรูปแบบ Pop-up Store ไปยังย่านนักท่องเที่ยว โดย EVEANDBOY เข้าไปปักหมุด 2 ย่านที่เป็นจุดศูนย์รวมของพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ สีลม และทรงวาด
หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด กล่าวว่า “การเลือกเปิดร้านในย่านสีลม และทรงวาด มาจากแนวคิดที่ EVEANDBOY ต้องการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น ทั้ง 2 ย่านถือเป็นจุดหมายสำคัญที่รวมทั้งเรื่องอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ไว้ในพื้นที่เดียว”
สาขาสีลมจะมี EVEANDBOY Glass House Pop-Up สามารถมาเปิดประสบการณ์สินค้าใหม่ รวมถึงสินค้าที่กำลังเป็นกระแส ซึ่งย่านสีลมเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวหลากหลายไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน เราออกแบบพื้นที่ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้น
ขณะที่ทรงวาดมีเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในย่าน Community และ Lifestyle Destination ที่กำลังได้รับความนิยมในกรุงเทพฯ EVEANDBOY จึงต่อยอดแนวคิดการสร้างประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่ ด้วยการนำบิวตี้และไลฟ์สไตล์มาผสมเข้ากับเสน่ห์ของพื้นที่ สร้างให้เป็น Iconic Beauty Experience Landmark แห่งใหม่ใจกลางทรงวาด โดยคาเฟ่แห่งนี้ถูกวางให้เป็น Social Space ที่ตอบโจทย์ทั้งการช้อป ทดลองสินค้า ถ่ายคอนเทนต์ และใช้เวลาร่วมกับแบรนด์ในบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ยังเตรียมเปิด EVEANDBOY Café ที่ศูนย์การค้า PLATINUM POP เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนและสนุกไปกับแบรนด์ต่าง ๆ ภายในร้านให้เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งความงามและไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน และช่วยต่อยอดให้แบรนด์เดินหน้าสู่ Lifestyle Experience เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคหลากหลายมิติ รวมไปถึงการใช้ชีวิต พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกับแบรนด์มากขึ้น
หิรัญ เสริมว่าเราพยายามครีเอทสเปซให้แบรนด์และลูกค้าได้มาทดลอง เข้าถึง และสัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์ เพราะพื้นที่บนเชลฟ์ไม่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาได้ทั้งหมด คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองแค่การมาเดินช้อปปิ้งซื้อของ พวกเขาอยากจะได้ประสบการณ์และสัมผัสความพิเศษ คาเฟ่จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถดึงให้ลูกค้ามาหาเราได้ถี่ขึ้น รวมไปถึงการทำ Marketing Collaboration กับแบรนด์ต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์เครื่องดื่มเฉพาะอีเวนต์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความสนุกสนานและการทดลองใหม่ ๆ สำหรับทั้งแบรนด์และลูกค้าไปพร้อมกัน

ปรากฏการณ์ T-Beauty เติบโต เมื่อความเข้าใจคนไทยคือไพ่ตาย
ข้อมูลจากสมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทยระบุว่าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 6-7% โดยปีที่ผ่านมามีคาดการณ์ตัวเลขออกมาว่า มูลค่าตลาดจะขึ้นไปแตะถึงระดับ 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ T-Beauty หรือแบรนด์ของคนไทยที่มีศักยภาพไม่แพ้แบรนด์จากต่างประเทศ
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยชนะใจนักช้อปยุคใหม่คือ ‘ความเข้าใจ’ ผู้ประกอบการไทยรู้ถึงสภาพผิวคนไทยและสภาพอากาศร้อนชื้นเป็นอย่างดี จึงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด สอดรับกับเทรนด์ Skintellectual ที่ลูกค้ามองหาไอเทมที่ใช้แล้วเห็นผลจริง T-Beauty ยุคนี้จึงมีศักยภาพทัดเทียมแบรนด์ต่างชาติ จนกลายเป็นสินค้ายอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อเป็นของฝาก
ปัจจุบันแบรนด์ไทยมีความหลากหลายและมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมาก ตัวอย่างเช่น แบรนด์ศรีจันทร์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย หรือแบรนด์ La Glace ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนโดนใจวัยรุ่น รวมไปถึงปัญญ์ปุริ แบรนด์สปาที่จับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมได้อย่างเหนียวแน่น
การก้าวเข้ามาวางจำหน่ายในพื้นที่ของ EVEANDBOY ถือเป็นด่านทดสอบสำคัญ นอกเหนือจากการมีสินค้าคุณภาพดี แบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จต้องมีการสร้าง Branding ที่โดดเด่นเพื่อแข่งขันในตลาด รวมไปถึงการมีระบบจัดการหลังบ้านที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตและการบริหารสต็อกสินค้า เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ยอดฮิตที่ครองพื้นที่ในใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ EVEANDBOY จะแบ่งแคมเปญออกเป็น 4 ช่วงใหญ่ ๆ ดังนี้
- ช่วงต้นปีไตรมาส 1 มักจะเป็นแคมเปญอิงกับงาน EVEANDBOY Best Selling Award โดยนำแบรนด์ที่ได้รางวัลมาจัดโปรโมชันพิเศษ หรือแคมเปญต้อนรับซัมเมอร์เพื่อกระตุ้นการซื้อสกินแคร์และกันแดด
- ช่วงกลางปีกับแคมเปญ Mid-Year Sale มหกรรมลดราคากลางปี ดึงทราฟฟิกและกระตุ้นการจับจ่ายในช่วง low season
- ช่วงปลายไตรมาส 3 แคมเปญ EVEANDBOY Anniversary ฉลองครบรอบวันเกิดของร้าน ถือเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ใหญ่ที่สุดของปี มีโปรโมชันลดแรง แจกของแถม และการทำ Exclusive Box Set
- ช่วงปลายปี แคมเปญ Year-End จัดโปรโมชันต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขและการซื้อของขวัญ (Gifting Season) รวมถึงการเกาะกระแส Double Day อย่าง 11.11 หรือ 12.12
การจัดโปรโมชั่นกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมช่วยดันยอดใช้จ่ายต่อบิล (Ticket Size) ให้เติบโตขึ้น
สำหรับแผนขยายสาขา ปีที่ผ่านมา EVEANDBOY เปิดสาขาไปทั้งหมด 22 สาขา ทำให้ปี 2568 มีสาขารวมกัน 67 แห่ง ปีนี้ยังคงลุยขยายสาขาในจำนวนที่ใกล้เคียงเดิม พร้อมสาขารูปแบบพิเศษอีก 3 แห่งเพื่อสร้างความแปลกใหม่และกระตุ้นความสนใจจากนักช้อปอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือเร่งผลักดันยอดขายให้ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปีนี้จากที่ตั้งไว้ภายในปี 2570
เพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่ง EVEANDBOY ยังรุกช่องทางออนไลน์ควบคู่กันไป นอกเหนือจากเว็บไซต์และอีคอมเมิร์ซเดิม ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางใหม่ผ่านบริการ LINE MAN MART เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปสินค้าความงามออนไลน์ ส่งตรงถึงหน้าบ้านอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สุดท้ายสำหรับงาน EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2025 หิรัญ กล่าวว่าได้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำบทบาทของ EVEANDBOY ในฐานะ Beauty Destination เรายังต้องการใช้เวทีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของแบรนด์พาร์ทเนอร์ ทั้งในด้านการสร้างการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม T-Beauty ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ อยากให้งานนี้เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามไทย และการเติบโตของตลาดบิวตี้ในอนาคต และปีนี้มีผู้ได้รับมอบรางวัลมากถึง 148 รางวัล ครอบคลุม 6 หมวดหมู่ ได้แก่ Makeup, Skincare, Fragrance, Hair and Accessories, Personal Care and Body และ Supplement ทุกรางวัลมาจากยอดขายจริงภายในร้าน EVEANDBOY ทุกสาขาทั่วประเทศ