เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2026 ตามเวลาประเทศไทย ที่ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย งาน WWDC 2026 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ และนอกเหนือจากการประกาศอัปเดตซอฟต์แวร์และ AI มากมาย อีกหนึ่งไฮไลต์ที่คนทั่วโลกจับตามองเป็นพิเศษ คือการปรากฏตัวของ Tim Cook ในฐานะ CEO ของ Apple เป็นครั้งสุดท้ายบนเวที WWDC
และนี่คือบทสุนทรพจน์ส่งท้ายของ Tim Cook ที่มีกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และสื่อมวลชนจากทั่วโลกเมื่อเช้านี้
“WWDC 1 2 3 Ready steady go.”
Tim Cook ยังคงกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานที่ Apple Park และเปิดงานด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนทุกครั้ง พร้อมเน้นย้ำถึงพลังที่ไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้มาก่อนของชุมชนนักพัฒนา Apple โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันมีการส่งแอปเข้า App Store มากกว่า 1,000 รายการต่อชั่วโมง และ Apple ยังคงลงทุนในคนรุ่นใหม่ผ่าน Apple Developer Academy กว่า 20 แห่งทั่วโลก ที่ช่วยให้นักเรียนหลายหมื่นคนได้เริ่มต้นเส้นทางการพัฒนาแอปของตนเอง
"พวกเราทุกคนต่างตั้งตารองานนี้และสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้แบ่งปันความก้าวหน้าและนวัตกรรมแพลตฟอร์มล่าสุดของเรากับชุมชนนักพัฒนาและผู้ใช้ของเรา WWDC ยังให้โอกาสเราในการเฉลิมฉลองชุมชนนักพัฒนาระดับโลกที่น่าทึ่งของเราอีกด้วย
พลังงานรอบ ๆ แพลตฟอร์มของ Apple ไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้มาก่อน นักพัฒนากำลังสร้างแอปพลิเคชั่นมากกว่าที่เคย โดยมีการส่งแอปไปยัง App Store มากกว่า 1,000 รายการในทุก ๆ ชั่วโมง เรายังลงทุนในคนรุ่นต่อไปผ่าน Apple Developer Academy 20 แห่งทั่วโลก ซึ่งได้ช่วยให้นักเรียนหลายหมื่นคนเริ่มต้นการเดินทางของพวกเขา"
TIm Cook ย้ำถึงปรัชญาหลักของ Apple ที่ว่า เทคโนโลยีควรมี "ความเป็นส่วนตัว ทรงพลัง และใช้งานง่าย" พร้อมกล่าวว่า WWDC คือพื้นที่ที่ Apple แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่เคยเป็นไปได้ ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ Craig Federighi เพื่อนำเสนอไฮไลต์ทั้งหมดของงาน
"ปรัชญาเดียวกันนี้ขับเคลื่อนให้เราออกแบบระบบปฏิบัติการของเราให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และสร้างรากฐานเทคโนโลยีร่วมกันเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในแอปต่าง ๆ ของพวกเขา เราได้เห็นแล้วว่าเมื่อเรามอบเครื่องมืออันทรงพลังไว้ในมือของผู้คน พวกเขาสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาจากสถานที่ที่ไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราทำได้เพียงแค่ฝันถึงเท่านั้น
นี่คือสิ่งที่ WWDC เป็นทั้งหมด นั่นคือการแนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้"
“Imagination Has No Limits” บทที่ซึ้งที่สุดของวันนี้เกิดขึ้นในช่วงท้าย เมื่อ Tim Cook กลับมากล่าวปิดงานด้วยคำพูดที่กินใจ
“ในส่วนตัวของผม ไฮไลต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบางส่วนในช่วงเวลาที่ผมดำรงตำแหน่ง CEO คือเหตุการณ์เช่นนี้แหละ การได้แบ่งปันเครื่องมือใหม่อันทรงพลังกับพวกคุณทุกคน แล้วได้เห็นสิ่งที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมาจากเครื่องมือเหล่านั้น เป็นสิ่งเตือนใจอยู่เสมอว่า จินตนาการไม่มีขีดจำกัด”Cook มองย้อนกลับไปยังความสำเร็จของชุมชนนักพัฒนาตลอดหลายปี โดยกล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณได้ช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อ สร้างสรรค์ เรียนรู้ และสัมผัสโลกในรูปแบบใหม่ที่ไม่ธรรมดา ก่อนจะแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า วันเวลาที่ดีที่สุดยังคงอยู่ข้างหน้า
“ขอบคุณ Craig และขอบคุณผู้นำเสนอทุกคนของเรา... ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ของเราจะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบเบต้าสำหรับนักพัฒนาในวันนี้ โดยพับลิกเบต้าจะตามมาในเดือนหน้า และจะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในฤดูใบไม้ร่วงนี้”Tim Cook กล่าวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่ถือเป็นสาระสำคัญของชีวิตการทำงาน 15 ปีของเขาที่ Apple ว่า การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยกระดับชีวิตของผู้คน คือดาวเหนือของ Apple เสมอมา นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิตของผมที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณได้ช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อ สร้างสรรค์ เรียนรู้ และสัมผัสโลกในรูปแบบใหม่ที่ไม่ธรรมดา และด้วยความสามารถอันน่าทึ่งที่เราเปิดตัวในวันนี้ และอีกมากมายที่ยังคงตามมา ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าวันเวลาที่ดีที่สุดยังคงอยู่ข้างหน้าApple การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยกระดับและเติมเต็มชีวิตของผู้คนเป็นดาวเหนือของเราเสมอมา นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิตของผมที่ได้ช่วยขับเคลื่อนภารกิจนั้นร่วมกับทีมงาน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ความใส่ใจ และความเชื่อมั่นที่ยังคงสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนให้กับชีวิตของผู้คน ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานกับเรา ขอให้เป็นสัปดาห์ WWDC ที่ยอดเยี่ยม"Tim Cook ดำรงตำแหน่ง CEO มาตั้งแต่ปี 2011 และพาบริษัทเติบโตจากมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ไปสู่กว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากนี้เขาจะเปลี่ยนบทบาทเป็น Executive Chairman ในเดือนกันยายน 2026 และส่งไม้ต่อการเป็น CEO ให้กับ John Ternus หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple
ผลงานสำคัญในยุค Tim Cook 1. สร้าง Ecosystem ที่ใครก็แข่งยาก
หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุกคือการเปลี่ยน Apple จากบริษัทที่พึ่งรายได้ฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ให้กลายเป็นบริษัทที่มีระบบ Ecosystem ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น App Store, Apple Music, iCloud, Apple TV+, Apple Pay และ Apple Arcade
ปีงบประมาณ 2025 ธุรกิจบริการสร้างรายได้ 109,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราวหนึ่งในสี่ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท และมีกำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจฮาร์ดแวร์มาก App Store ecosystem มีมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อปี
2. Apple Silicon การปฏิวัติชิปที่ไม่มีใครคาดคิด
ในปี 2020 ทิม คุกประกาศการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ Apple คือการเลิกใช้ชิป Intel แล้วหันมาพัฒนาชิปของตัวเองในชื่อ Apple Silicon (M-Series) และภายในปี 2023 Mac ทุกรุ่นก็เปลี่ยนมาใช้ชิปตัวเองทั้งหมด
ผลลัพธ์คือ MacBook Air ที่ไม่มีพัดลม เงียบสนิท แต่แรงกว่าแล็ปท็อปทั่วไปหลายเท่า Mac เดินทางจากช่วงที่เคยซบเซามาสู่ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในประวัติศาสตร์
3. ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก
- Apple Watch (2015) ปัจจุบันเป็นนาฬิกาที่ขายดีที่สุดในโลก
- AirPods (2016) เปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงและสร้างตลาดหูฟังไร้สายพรีเมียมขึ้นมาใหม่
- Apple Vision Pro (2024) แว่น spatial computing ที่เปิดประตูสู่ยุค AI + AR