“ต่อให้เราจะทำงานเก่งแค่ไหน แต่หากร่างกายไม่พร้อม ศักยภาพที่มีอยู่ก็อาจไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ work life balance อาจไม่มีอยู่จริงในวัยทำงาน” พัชรา ทวีชัยวัฒนะ Allianz Auuchua กล่าวบนเวที CTC 2026
ในยุคที่การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียด ผู้คนเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้ามาสู่กลุ่มวัยทำงานอย่างชัดเจน
ข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 23% และเริ่มพบผู้ป่วยในกลุ่มอายุที่น้อยลง โดยเฉพาะวัย 30-40 ปี ปัจจุบันโรคมะเร็งติดอันดับ 1 ใน 3 ของสาเหตุการเสียชีวิตในหลายช่วงวัย ขณะเดียวกัน พนักงานออฟฟิศยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นถึง 37% โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ที่สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ รวมถึงปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่กลายเป็นโรคยอดฮิตของคนทำงาน
หลายคนรู้ดีว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็มักติดอยู่กับประโยคที่ว่า “รู้หมด แต่อดไม่ได้” และในปัจจุบันอาจต้องเพิ่มอีกประโยคว่า “รู้หมด แต่ทำไม่ได้” เพราะการดูแลสุขภาพในชีวิตจริงไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป
พญ.หงส์ ประสาธนากร (BDMS) กล่าวว่า "ที่ผ่านมาเราอาจมองว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “Well-being” หรือสุขภาวะที่ดี ไม่ได้จำกัดอยู่ในช่วงอายุใดช่วงอายุหนึ่ง แม้ความต้องการด้านสุขภาพของแต่ละวัยจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันคือ “Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดี"

คำว่า Wellness ในปัจจุบันจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุยืนยาว แต่คือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เป็นการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การป้องกันและการดูแลร่างกายให้พร้อมที่สุดอยู่เสมอ เพราะในอดีต เมื่อเราเจ็บป่วยจึงค่อยไปโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันผู้คนเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาไปสู่การป้องกัน โดยตั้งคำถามว่า “เราจะทำอย่างไรไม่ให้ป่วย” โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดและแรงกดดันในชีวิตประจำวัน
5 เทรนด์สุขภาพที่คนทำงานต้องรู้
- การป้องกันและการตรวจคัดกรอง การรู้เท่าทันความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นส่งผลดีต่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว การตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคช่วยให้เรารู้ค่าความเสี่ยงของตนเอง และสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
- การนอนที่ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานสำคัญของสุขภาพกายและสมอง ช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น การนอนที่ดีควรเป็นการหลับลึกในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิท เพื่อส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนและการฟื้นฟูร่างกาย “หลายคนอาจคิดว่าสามารถอดนอนในวันนี้แล้วไปชดเชยในวันถัดไปได้ แต่ในความเป็นจริง การนอนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด จึงควรนอนหลับให้เพียงพอและสม่ำเสมอ”
- สุขภาพจิตที่ดี ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากเผชิญกับภาวะที่ร่างกายยังไหว แต่จิตใจกลับอ่อนล้า สุขภาพใจจึงมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย เพราะ “กายไหว แต่ใจไม่ไหว” ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการหาวิธีสร้างสมดุลให้กับชีวิตในแบบที่เหมาะกับตนเอง
- กล้ามเนื้อคือขุมทรัพย์ใหม่ นอกเหนือจากความแข็งแรงทั่วไปแล้ว การมีมวลกล้ามเนื้อที่ดีส่งผลต่อระบบฮอร์โมน การออกกำลังกายจึงไม่จำเป็นต้องหักโหม แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงการยืดเหยียดและการฝึกการทรงตัว เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในระยะยาว
- การกินที่ดี ผู้คนอาจเคยเลือกรับประทานอาหารตามกระแส แต่แนวโน้มในอนาคตจะเปลี่ยนไปสู่การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น อาหารไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงานสำหรับการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูร่างกาย เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันคุณภาพดีเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้หากมองให้ดีจะพบว่าสุขภาพของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เกิดจากทั้ง “ปัจจัยที่ควบคุมได้” และ “ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้” ไม่ว่าจะเป็นอายุ พันธุกรรม หรือสภาพแวดล้อมบางอย่างที่เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เราสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การนอนหลับ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพจิต ไปจนถึงการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
5 เทรนด์สุขภาพนี้ จึงไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนทำงานอย่างพวกเรา กลับมาดูแลในสิ่งที่ตนเองควบคุมได้ และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงทุกความเสี่ยงได้ทั้งหมด แต่การเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการรอให้ปัญหาสุขภาพเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ไข
“โดยเฉพาะคำถามสำคัญที่ทุกคนควรถามตัวเองในแต่ละวันคือ “วันนี้เราเหนื่อยหรือไม่” และหากรู้สึกเหนื่อย เรามีวิธีจัดการหรือสร้างสมดุลให้กับชีวิตอย่างไร”
เพราะในความเป็นจริง คำว่า “Work-Life Balance” แทบไม่มีอยู่จริงในสำหรับทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือการหันกลับมาสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า วันนี้ร่างกายของเราเป็นอย่างไร สุขภาพจิตของเราเป็นอย่างไร และเรากำลังละเลยสิ่งใดอยู่หรือไม่
ทุกวันนี้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้ง่ายผ่านสื่อออนไลน์ สิ่งสำคัญคือการเลือกข้อมูลที่เหมาะสมกับตัวเอง และต้องลงมือปฏิบัติจริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของชีวิต เช่นนั้นจงอย่าหาเงินจนไม่มีแรงใช้เงิน