แพลนโนวา ถือเป็นอีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์เก่าแก่ของเมืองไทย ก่อตั้งโดยวินิจ สุรพงษ์ชัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท แพลนโนวา จำกัด
แพลนโนวามีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการงานประกวดรางวัลระดับภูมิภาค โดยมีโปรเจกต์หลักที่ทำมาหลายปี คือ เวที AdFest, Adman และ YouTube Works Awards
แต่หลังโควิด-19 อุตสาหกรรมโฆษณามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งในเรื่องของโครงสร้างธุรกิจไปจนถึงเรื่องเทคโนโลยี AI แน่นอนว่าย่อมส่งผลถึงเวทีประกวดโฆษณาในปัจจุบัน
BrandAge มีโอกาสได้สัมภาษณ์ วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลนโนวา จำกัด ซึ่งเป็นบุตรสาวของคุณวินิจ และเป็นผู้ที่เข้ามารับผิดชอบการบริหารงานในปัจจุบัน เพื่ออัปเดตทิศทางของอุตสาหกรรมและการนำพาองค์กรไปสู่อนาคต

Award Specialist
วิลาวัณย์ กล่าวว่า แพลนโนวาทำงานในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ผ่านงานรางวัลระดับสากลมาตลอด ซึ่งทำให้หลายคนอาจจะไม่รู้จักบริษัทมากนัก เมื่อเทียบกับบริษัทอีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์ที่เน้นงานด้าน Below the Line แต่จุดแข็งของแพลนโนวานั้นอยู่ที่การเป็น Award Specialist
“หัวใจสำคัญของ Award Specialist คือการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการระบบการตัดสินรางวัลที่ซับซ้อน ตั้งแต่การคัดเลือกกรรมการ การจัดการระบบฐานข้อมูล ไปจนถึงการประสานงานสื่อมวลชนและสมาคมวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนี้ทำให้แพลนโนวาสามารถรักษามาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และขยายผลไปสู่การบริหารโปรเจกต์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
โดยงานประกาศรางวัลทั้ง 3 งานที่แพลนโนวาถืออยู่ในมือก็เรียกว่าเป็นงานระดับภูมิภาคทั้งสิ้น เริ่มจาก
1. ADFEST
ADFEST ถือเป็นเวทีประชุมสัมมนาและประกวดผลงานโฆษณาระดับภูมิภาคที่จัดมาแล้ว 30 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานงานสร้างสรรค์ และเป็นพื้นที่ให้คนในอุตสาหกรรมมาเจอกันเพื่อสร้างเน็ตเวิร์คและแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยแพลนโนวาเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งการประกวดเวทีนี้ขึ้นมาและจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะหมุนเวียนไปจัดที่เกาะภูเก็ต และย้ายมาปักหลักที่พัทยาในเวลาต่อมา
วิลาวัณย์ ในฐานะผู้อำนวยการจัดงาน ADFEST กล่าวว่า งาน ADFEST ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 7 งานประกาศรางวัลระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดของโลก และเป็นพื้นที่ให้คนในอุตสาหกรรมมาพบปะเรียนรู้ในบรรยากาศที่เน้นเสน่ห์และความหลากหลายของเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจุดเด่นและเสน่ห์ที่ทำให้ ADFEST แตกต่างจากเทศกาลโฆษณาอื่นๆ คือการผสมผสานระหว่างมาตรฐานระดับโลกเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูมิภาค
“เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการ Embrace หรือโอบรับความหลากหลายของเอเชียแปซิฟิก โดยมีแนวคิดเรื่อง Lotus Root ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่รุ่มรวยในภูมิภาคนี้ ทำให้ ADFEST แตกต่างจากงานระดับโลกอื่นๆ ที่อาจจะมีความเป็นตะวันตกสูงเกินไป”
วิลาวัณย์ กล่าวว่า ADFEST จงใจไม่จัดงานในเมืองใหญ่ เช่น ในกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้บรรยากาศกลายเป็นเพียงการสัมมนาทั่วไป แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่คนในอุตสาหกรรมมาเดินกระทบไหล่ทำความรู้จักกันได้ง่าย
นอกจากนี้ เสน่ห์ของงาน ADFEST ไม่ได้อยู่ที่การแชร์ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การโชว์ผลงานที่ทำให้คนดูรู้สึกว่า "ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?" การเห็นงานที่ฉลาดและเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ช่วยขยายกรอบความคิดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทำงานสร้างสรรค์ว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อีก

2. Adman Awards
งาน Adman Awards & Symposium เป็นเวทีประกวดผลงานโฆษณาของไทยที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “เวทีของคนโฆษณา เพื่อคนโฆษณา โดยคนโฆษณา” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และเวทีประกวดนี้ก็มีแพลนโนวาเป็นผู้ที่เข้ามาร่วมรับผิดชอบมาตั้งแต่วันแรกเมื่อ 23 ปีก่อน และยังคงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
3. YouTube Works Awards
เวทีประกวดของแพลตฟอร์ม YouTube อย่าง YouTube Works Awards นี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มี แพลนโนวาเป็นที่ปรึกษาด้านการทำงาน โดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ YouTube เกี่ยวกับการกำหนดหมวดหมู่รางวัลว่าแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับ South East Asia หรือควรมีหมวดหมู่เฉพาะสำหรับท้องถิ่นหรือไม่ รวมถึงดูแลการตัดสินรอบ Local Judging ในไทย และเดินทางไปจัดการตัดสินรอบ South East Asia ร่วมกับ Google ที่ประเทศสิงคโปร์

Strategic Alliances
ถ้ามองลึกลงไปในอุตสาหกรรมโฆษณาก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน Network Agency ใหญ่ๆ ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงจังหวะของการปรับองค์กรให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพตลาด ส่งผลให้มีการควบรวมเอเจนซี่อยู่ตลอดเวลา
ปรากฏการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเวทีประกวดงานโฆษณาบ้างไม่มากก็น้อย
วิลาวัณย์ กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาเศรษฐกิจทำให้เอเจนซี่โฆษณาต้องปรับตัว ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวหลายเอเจนซี่จะโฟกัสไปที่การทำงานมากกว่าเวทีประกวด ส่งผลให้หลายเวทีประกวดงานโฆษณามีตัวเลขผลงานส่งเข้าประกวดน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งทางแพลนโนวาเองก็เห็นถึงปัญหาดังกล่าว และพยายามที่จะหางานหรือรายได้ส่วนอื่นมาทดแทน
หนึ่งในแผนงานของแพลนโนวาตอนนี้ก็คือการพยายามมองหา Strategic Alliances กับเวทีประกวดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น D&AD และ LIA (London International Awards) ในฐานะ Festival Partner บนเว็บไซต์ เพื่อร่วมมือกันในเชิงกลยุทธ์ รวมถึงพยายามี่จะเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างเช่นประเทศอินเดีย
"ปีที่แล้ว เข็มกับพ่อเข้าไปดูงานที่ประเทศอินเดียมา เพราะอินเดียจริงๆ มีโอกาสทางธุรกิจมหาศาลเลย แต่ถามว่าอินเดียเขาให้ความสำคัญกับเวทีคานส์มากๆ เพราะเขามองว่าคือ The Best ของเขาแล้ว เราก็เลยคิดว่าจริงๆ เราต้องมีพันธมิตรกับประเทศหรืองานโฆษณาอื่นๆ หรืออย่างปีที่แล้วไปศรีลังกามาก็คล้ายกัน
ดังนั้น การขยายเครือข่ายในภูมิภาค ด้วยการสร้างสัมพันธ์กับงานรางวัลท้องถิ่นในประเทศที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย และศรีลังกาจะทำให้เรามีเครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขึ้น”

วิลาวัณย์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมงานกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการทำพันธมิตรด้านการศึกษาและการฝึกอบรมด้วยการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มี Content การสอน เช่น D&AD เข้ามาเผยแพร่ในประเทศอีกทางหนึ่ง
ส่วนเรื่องการขยายตลาด แพลนโนวาก็พยายามขยายธุรกิจเข้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สายเทคโนโลยี เพื่อสร้างพันธมิตรและรับงานบริหารจัดการรางวัลให้กลุ่มเทคโนโลยีหรือสตาร์ตอัปมากขึ้นในอนาคต
“เรารู้ว่าจุดแข็งของเราคือสาย Award ก่อนหน้านี้เราก็พยายามไปคุยกับเวที Influencer Award แต่ยังไม่ลงตัวเรื่องเวลาจัดงาน นอกจากนี้เรายังมองไปที่อุตสาหกรรมเกม เพื่อมองหาโอกาสในด้าน Gaming เช่นจัด Regional Game Awards และ Sport”
เมื่อถามถึงความท้าทาย วิลาวัณย์ กล่าวว่าความท้าทายของตัวเองตอนนี้คืออยากเห็นส่วนผสมของคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น
“เราอยากได้ Input ของ Gen ใหม่ๆ เข้ามาเสริม ถ้าไม่อย่างงั้นเราจะเริ่มเป็นแพทเทิร์นของ Comfort Zone โดยที่เราไม่ได้มีอะไรเข้ามาเติม Challenge ถ้าเราสามารถหางานมาเพิ่มได้โอกาสตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก”