ท่ามกลางกระแส Quiet-cation หรือการเดินทางเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย และ Longevity Wellness ที่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในระยะยาว กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมนักเดินทางทั่วโลก และผลักดันให้อุตสาหกรรมโรงแรมต้องปรับตัวจากการขายห้องพักและความหรูหราแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตมากขึ้น
ชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 และเจ้าของร่วม พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา กล่าวว่า นโยบายของรีสอร์ตมุ่งเน้นการจับกลุ่มลูกค้าที่โหยหาความสงบและต้องการหลีกหนีความวุ่นวายภายใต้คอนเซปต์ "The Luxury of Being Unfound" ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ Conscious Travel หรือการเดินทางด้วยจิตสำนึก และ Quiet-cation ที่เน้นการพักผ่อนอย่างแท้จริงในสถานที่ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของกระแส Wellness
“กลยุทธ์ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเปลี่ยนพิมาลัยให้เป็น Medical Wellness Destination แต่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย ทดลองกิจกรรมใหม่ ฟื้นฟูร่างกาย และพักผ่อนได้อย่างสมดุล
Wellness ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการทำสปา นักเดินทางจำนวนมากต้องการออกกำลังกาย พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ฟื้นฟูร่างกาย และรักษาวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพระหว่างการเดินทาง หน้าที่ของเราคือการสร้างสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และประสบการณ์ที่ช่วยให้แขกสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่าตารางการพักผ่อนถูกกำหนดมากเกินไป ซึ่งตอบโจทย์อย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักระยะยาวและต้องการทั้งการพักผ่อนและกิจกรรมที่มีความหมาย”

ปีนี้เป็นปีที่พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา ลักชัวรีรีสอร์ตระดับ 5 ดาวแห่งแรกบนเกาะลันตา ดำเนินกิจการมาครบ 25 ปีพอดี โดยรีสอร์ตได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ The Luxury of Being Unfound พร้อมเพิ่มบริการใหม่ ๆ เพื่อรองรับกระแส Longevity Wellness และ Sustainability
เริ่มจากการชูภาพลักษณ์ Wellness Resort เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยต้องการให้รีสอร์ตเป็นสถานที่ที่แขกสามารถมาพักผ่อนเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดี
นอกจากนี้ พิมาลัยยังมีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี เพื่อยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน Wellness เช่น การปรับปรุงสปาให้รองรับแขกที่เข้าพักระยะยาว (Long Stay) ได้มากขึ้น รวมถึงการขยายพื้นที่ Outdoor Jacuzzi และเพิ่มกิจกรรม Ice Bath เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายและช่วยเรื่องระบบความดันเลือด
รวมถึงมีการปรับพื้นที่เดิมที่เป็น Dive Center เป็น Resort Center สำหรับเป็นเรือนรับรองของลูกค้าที่เดินทางมาถึงรีสอร์ตก่อนเวลาเช็กอิน และลูกค้าที่เช็กเอาต์แล้วแต่มีไฟลต์บินช่วงเย็นหรือค่ำ ประกอบด้วยห้องพักผ่อน 5 ห้อง ห้องอาบน้ำ และพื้นที่นั่งเล่น โดยใช้งบประมาณประมาณ 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ รีสอร์ตยังมองเห็นโอกาสในตลาด Executive Retreat ขนาดเล็กสำหรับผู้บริหารประมาณ 10-20 คน ซึ่งต้องการสถานที่เป็นส่วนตัวสำหรับการประชุมเชิงกลยุทธ์ การสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กร และการใช้เวลาร่วมกันนอกสถานที่

และในวาระครบรอบ 25 ปี พิมาลัยจึงได้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ใหม่ในชื่อ Pimalai Heritage ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต หรือ
Living Museum ควบคู่กับ Pimalai Heritage Bar โดยโครงการดังกล่าวจะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ จุดกำเนิด และเสน่ห์ดั้งเดิมของเกาะลันตา ผ่านเรื่องราวทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับท้องทะเลอันดามัน
“นักเดินทางในปัจจุบันต้องการเข้าใจสถานที่ที่พวกเขาเดินทางไป Pimalai Heritage จะเปิดโอกาสให้แขกได้ค้นพบเรื่องราวของเกาะลันตา ผ่านผู้คน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์กับท้องทะเล โครงการนี้ยังช่วยให้มรดกและเรื่องราวของพื้นที่ยังคงมีชีวิต สามารถถ่ายทอดไปยังคนรุ่นใหม่ และสร้างความเข้าใจในคุณค่าของจุดหมายปลายทางได้อย่างมีความหมาย”
ชรินทิพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าพักในรีสอร์ตมีแนวโน้มใช้เวลาพักผ่อนยาวนานขึ้น สอดคล้องกับกระแส Slow Travel และการเดินทางที่เน้นประสบการณ์เชิงลึก โดยลูกค้าจากสหราชอาณาจักรมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยประมาณ 4-5 คืน ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเยอรมนีและตลาดยุโรประยะไกลมักเข้าพักประมาณ 7-10 คืน กลุ่มคู่รักยังคงเป็นฐานลูกค้าหลัก
ขณะเดียวกัน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา พิมาลัยเริ่มเห็นการเติบโตของกลุ่มครอบครัวแบบ Multigenerational Travel หรือการเดินทางร่วมกันของสมาชิกหลายเจเนอเรชัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดสำคัญ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มักเลือกพักในพูลวิลล่า ใช้เวลาพำนักยาวนาน และมองหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ทุกวัย นอกจากนี้ ลูกค้าประมาณหนึ่งในสี่ของพิมาลัยเป็นกลุ่มลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ สะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์และความต้องการประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมาพิมาลัยพยายามไม่ลงไปเล่นในสงครามราคา ซึ่งนิยมใช้กลยุทธ์ Dynamic Pricing แต่จะเน้นเสริมความแข็งแกร่งด้าน Direct Booking และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนการจองประมาณ 50% มาจากบริษัทนำเที่ยวและตัวแทนท่องเที่ยว ประมาณ 40% มาจากการจองโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของรีสอร์ต และประมาณ 10% มาจากแพลตฟอร์ม Online Travel Agency หรือ OTA
“แขกที่เข้าพักที่พิมาลัย เรามีบริการรับ-ส่งจากสนามบิน ซึ่งต้องมีการติดต่อประสานงานล่วงหน้า ดังนั้นการจองโดยตรงเปิดโอกาสให้เราเข้าใจความต้องการของแขกได้มากขึ้น และสามารถมอบสิทธิประโยชน์ที่มีคุณค่ามากขึ้นในทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการ”

ชรินทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พิมาลัยมองเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาวของจังหวัดกระบี่ จากรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากเดิมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านกรุงเทพฯ ก่อนเดินทางต่อมายังกระบี่ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มวางแผนการเดินทางโดยเลือกกระบี่และพื้นที่อันดามันเป็นจุดหมายหลักตั้งแต่ต้น
ข้อมูลจากการหารือกับผู้ประกอบการโรงแรมและบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศสะท้อนว่า ความต้องการเดินทางมายังกระบี่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะจากตลาดสหราชอาณาจักรและยุโรป ขณะที่จำนวนห้องพักระดับลักชัวรีในกระบี่ยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงเปิดโอกาสให้ตลาดสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ หากมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันมีเที่ยวบินภายในประเทศมากกว่า 10 เที่ยวบินต่อวันจากสายการบินหลักทั้ง Full Service และ Low Cost รวมถึงมีเที่ยวบินระหว่างประเทศจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ตลอดจนเที่ยวบินตรงของ Etihad จากอาบูดาบี รวมทั้งเที่ยวบินตามฤดูกาลจากโปแลนด์ และประเทศแถบนอร์ดิกของสายการบิน SAS และ Finnair
ชรินทิพย์ มองว่าการมีเที่ยวบินจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะช่วยผลักดันให้กระบี่เปลี่ยนสถานะจากเมืองรองไปสู่จุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยเฉพาะจากยุโรปและตะวันออกกลาง พร้อมช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกาะและชุมชนต่าง ๆ ได้มากขึ้น

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ชรินทิพย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวยุโรปบางส่วนที่ต้องบินผ่านพื้นที่ดังกล่าวชะลอการเดินทางในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และบางสายการบินได้มีการยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราว
ปัจจุบันพิมาลัยมีห้องพักจำนวน 121 ห้อง มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 70% โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรและเยอรมนี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ตามด้วยฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก
ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์รายได้ทั้งปีไว้ที่ประมาณ 600 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5%