BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
97,279
VIEWS

เปิด 4 กลยุทธ์โค้ก – เป๊ปซี่ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยังคงดื่มน้ำอัดลมอย่างต่อเนื่อง

พ.ค. 25, 2561 R.Somboon

ความท้าทายในการทำตลาดน้ำอัดลมทั่วโลกของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่างโค้ก และเป๊ปซี่ก็คือ จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยังคงดื่มน้ำอัดลมอย่างต่อเนื่อง ในภาวะที่ต้องเผชิญกับทั้งการแข่งขันกับเครื่องดื่มนานาชนิด และการต่อสู้กับเทรนด์ในเรื่องของสุขภาพที่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ในบางประเทศผู้บริโภคมีการดื่มน้ำอัดลมลดลง หรือเปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพประเภทอื่นแทน

สำหรับในประเทศไทยนั้น ตลาดน้ำอัดลม ถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โดยข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีมูลค่าประมาณ 2.25-2.30 แสนล้านบาท และในเชิงปริมาณ 8,500 - 8,600 ล้านลิตร (สถานการณ์ตลาดรวมเครื่องดื่มอาร์ทีดี หดตัวลง 3.2-5.3% จากปีก่อนที่มีมูลค่าตลาด 2.37 แสนล้านบาท แต่เชิงปริมาณเติบโตขึ้นเล็กน้อย 1.0-2.2% จาก 8,415 ล้านลิตร)

ตลาดน้ำอัดลม จะเป็นประเภทเครื่องดื่มที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น โดยมีมูลค่าประมาณ 5.1 หมื่นล้านบาท รองลงไปเป็นน้ำดื่มบรรจุขวด มีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท และชาพร้อมดื่ม มีมูลค่าประมาณ 1.5 - 1.6 หมื่นล้านบาท 

การเป็นประเภทเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นที่มีมูลค่าสูงสุดนั้น มาจากปัจจัยในเรื่องของการเป็นเครื่องดื่มที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราเป็นระยะเวลานานมากกว่าครึ่งศตวรรษ จึงสร้างฐานตลาดได้ค่อนข้างแน่น ประกอบกับการมีผู้เล่นในตลาดที่เป็นบริษัทข้ามชาติระดับโลก จึงมีศักยภาพที่แข็งแกร่งกว่าทั้งในเรื่องของเงินลงทุนด้านการตลาด และการจัดจำหน่ายซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำอัดลมของบ้านเรากำลังเผชิญกับการ Diisrupt จากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้นของคนไทย ทำให้มีบางกลุ่มที่เลิกดื่ม หรือดื่มน้ำอัดลมน้อยลง จนกลายเป็นโจทย์ทางการตลาดสำคัญที่ผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง 2 ราย ต้องพยายามที่จะเปิดเกมช่วงชิงพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภค หรือตรึงให้ผู้บริโภคยังคงมีการดื่มน้ำอัดลม หรืออย่างน้อยๆ หันมาดื่มน้ำอัดลมบ้างในบางโอกาส ไม่ใช่เลิกดื่มไปเลย

ทีนี้ลองมาดูว่าทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ มีกลยุทธ์อะไรบ้างในการรักษาพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภคเพื่อให้ยังคงมีการดื่มน้ำอัดลมอย่างต่อเนื่อง

1.การตลาดที่เข้มข้นครบทุกรูปแบบเพื่อสร้างสีสัน และกระตุ้นการดื่มของผู้บริโภค ทำให้เราได้เห็นแคมเปญการตลาดใหญ่ๆ ถูกส่งเข้ามาสร้างสีสันอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่ซัมเมอร์ กลางปี ไปจนถึงช่วงปลายปี ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเพิ่ม หรือสร้างโอกาสในการดื่มจากการกระตุ้นผ่านแคมเปญที่ทำ

ล่าสุดที่ทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ ทำออกมาก็คือ แคมเปญที่เกี่ยวกับฟุตบอลเพื่อรับกับมหกรรมฟุตบอลโลก โดยเป๊ปซี่เปิดตัวแคมเปญ เป๊ปซี่ ซ่า…มันส์ทุกแมตซ์’ (LOVE IT. LIVE IT. 2018 PEPSI FOOTBALL) ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่สุดของปีนี้ด้วยงบการตลาด 100 ล้านบาท มาครบทั้งสีสันผ่านตัวโกลบอลพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นนักฟุตบอลชื่อดังของโลก การสร้างสีสันผ่านเกม “เป๊ปซี่ ฟุตบอล ชาเลนจ์” (Pepsi Football Challenge) ท้าเตะฟุตบอลให้เข้าเป้าดิจิทัล และทำแต้มให้มากที่สุดภายในเวลา 45 วินาที เพื่อชิงรางวัลทีวี LCD จอยักษ์พร้อมชุดเครื่องเสียงให้ยกกลับไปดูฟุตบอลถึงบ้าน และชุด PlayStation 4 ที่มาพร้อมเกมฟุตบอล รวมมูลค่าราว 4 แสนบาท เริ่มกิจกรรมครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต  โดยมีเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทยอย่าง เมสซี่เจ - ชนาธิป สรงกระสินธ์ พร้อมด้วย บอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ร่วมประเดิมสนาม พร้อมเดินสายจัดกิจกรรม ในต่างจังหวัด อาทิ ขอนแก่น อุดรธานี ตลอดเดือนมิถุนายน แน่นอนว่าต้องมีการตบท้ายด้วยโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการดื่มเพิ่มขึ้น

2.ทำผ่านการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ของตัวสินค้า เพื่อสร้างความน่าสนใจ และดึงกลุ่มคนที่ดื่มหรือเคยดื่มให้กลับมาดื่ม ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การเปิดตัว “โค้ก พลัส คอฟฟี่” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มโค้ก ผสานกับกาแฟโรบัสต้า เข้าสู่ตลาดเมืองไทย

สินค้าตัวนี้เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ได้เป็นแค่การเติมกลิ่น หรือรสชาติเข้าไปในน้ำอัดลมเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่เป็นการนำกาแฟโรบัสต้าเข้ามาผสม ซึ่งผู้บริหารของโค้กในประเทศไทยคือ คุณคลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเหตุผลในการเปิดสินค้าตัวนี้ว่า นอกจากความชื่นชอบในเครื่องดื่มโค้กแล้ว เราพบว่าผู้บริโภคชาวไทยยังรักการดื่มกาแฟอีกด้วย เนื่องจากช่วยเติมความสดชื่นได้ในเวลาที่ต้องการ โดยเฉพาะในยามบ่าย

การเปิดตัว โค้ก พลัส คอฟฟี่ จึงไม่เพียงแค่จะตอบโจทย์คนดื่มโค้กเท่านั้น แต่ยังข้ามพื้นที่เข้าไปแชร์ตลาดกาแฟสำเร็จรูปที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท รวมถึงกาแฟสดมูลค่า 20,000 ล้านบาท อีกด้วย

หากมองเข้ามาในเรื่องของการดื่มกาแฟนั้น อินไซด์หนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มีผู้บริโภคบางคนที่นำกาแฟอเมริกาโน่มาผสมกับโค้กเพื่อเพิ่มรสชาติ ครั้งนี้จึงเป็นการตอบโจทย์ที่ลงตัว

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของการเปิดตัวสินค้าใหม่นี้ ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งสีสันของการทำตลาดเท่านั้น แต่ยังน่าจะเป็นการมองถึงการเข้าไปรักษาฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งถือเป็น Core Target ของตลาดน้ำอัดลมที่ในปัจจุบันเริ่มเข้าไปดื่มกาแฟสดที่หาดื่มได้ง่าย ในราคาที่ไม่สูงนักมากขึ้น การเปิดตัวโค้ก พลัส คอฟฟี่ ส่วนหนึ่งจึงเป็นเสมือนการตรึงฐานลูกค้าวัยรุ่นให้ยังคงอยู่กับน้ำอัดลมต่อไป

3.ให้น้ำหนักกับการทำตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมากขึ้นตามกระแสการใส่ใจสุขภาพ ทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ต่างหันมาโหมการทำตลาดสินค้าในกลุ่มนี้ เพื่อตรึงให้คนที่ไม่อยากดื่มน้ำอัดลมเพราะมีน้ำตาล หันกลับมาดื่ม

4.สร้างวาไรตี้ของแพ็กไซส์ เพื่อตอบโจทย์การดื่มในโอกาสที่หลากหลายแตกต่างกันไป กลยุทธ์ในเรื่องของความหลากหลายของแพ็กไซส์หรือไซส์ซิ่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลัก เพราะสินค้าแต่ละไซส์จะตอบโจทย์การดื่มไม่เหมือนกัน ขณะที่แพ็กไซส์หรือไซส์ซิ่งนี้ยังเป็นตัวช่วยในการเข้าหาลูกค้าแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ กรณีของเป๊ปซี่ ที่มีการปรับโฉมแพ็กเกจจิ้งแบบแคนด้วยการปรับให้เป็นสลีท หรือสลิมแคนหมด โดยไซส์สลิมแคนขนาดเล็กนั้น สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนดื่มที่เป็นสาวออฟฟิศที่อยากดื่มน้ำอัดลม ในบางเวลาด้วยปริมาณไม่มากนัก

ขณะที่การตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่นที่มีการดื่มในปริมาณค่อนข้างมากนั้น เป๊ปซี่มีการออกตัวบิ๊กแคน ขนาด 375 มล.ในราคา 15 บาท ซึ่งเป็นปริมาณการดื่มต่อครั้งที่พอดีกับการดับกระหายของกลุ่มวัยรุ่น

กลยุทธ์ในเรื่องของแพ็กไซส์ยังเข้ามาเป็นตัวช่วยในการขยายฐาน พร้อมกับการสร้างโอกาสในการดื่มที่ง่ายขึ้น อย่างการออกโค้ก หรือเป๊ปซี่ในขวด PET ราคา 10 บาท ซึ่งถือเป็น Magic Price Point ของตลาดนี้ เพราะราคา 10 บาทนั้น ถือเป็นราคาที่ควักซื้อได้ง่าย เหมาะกับการขยายฐานการดื่มในช่องทางร้านค้าดั้งเดิมหรือร้านโชวห่วย

ทั้งหมดนั้น เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมายในการรักษาพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภคเพื่อให้ยังคงมีการบรรจุน้ำอัดลมเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

HOTTA พลังแห่งความสม่ำเสมอ สู่ผู้นำตลาดเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป ครองใจผู้บริโภค ในวันที่สุขภาพคือไลฟ์สไตล์

อธิบายกลยุทธ์ราคา 10 บาท “Magic Price Point” เครื่องดื่มชูกำลัง ที่สร้างภาพจำการรับรู้ของผู้บริโภค

Coca Cola ขยายแนวรบเครื่องดื่มรสเชอร์รี่ เปิดตัว Cherry Float และ Diet Coke Cherry

เมื่อถือขวดมันไม่คูล ญี่ปุ่นผุดไอเดีย ‘การ์ดเครื่องดื่มชูกำลัง’ พับหนึ่งครั้ง เพิ่มพลังเท่าหนึ่งขวด พร้อมลาย Street Fighter สุดเท่

เมื่อบริษัทจัดหางานในญี่ปุ่น เปิด 'บาร์ให้คำปรึกษาเรื่องงาน' ฟรี! ค่าเครื่องดื่มและคำปรึกษา มีพนักงานจัดหางานสวมบทบาร์เทนเดอร์

โอสถสภารักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่ง คาดยอดขายไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact