การทำธุรกิจในปัจจุบันการเป็นปลาใหญ่อาจจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอไป เพราะปัจจุบันนี้การพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Platform Service ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ปลาเร็วกินปลาช้า” ขึ้นในหลายอุตสาหกรรม
แม้ว่าในตลาดเชนร้านอาหารจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่การปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายบริษัทเลือกทำ
เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นชั้นก็เพิ่งจะปรับวิชั่นในการทำธุรกิจครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้
ในวันแถลงข่าวแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ บุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารป้ายแดงขององค์กรได้เล่าถึง 4 ภารกิจหลักที่จะใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่ง 1 ในภารกิจนั้น ก็คือ วิธีการขยายธุรกิจที่ไม่ยึดติดว่าจะต้องเป็นเจ้าของกิจการเองเสมอไป
แน่นอนว่าภารกิจแรกของบุญยง ก็คือ Develop Franchise & New Channels เพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้บริษัทมีร้านแฟรนไชส์ครบ 500 สาขา และมีร้านอาหารที่บริหารเองอีก 200 สาขาในปี 2020
ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป จะพบว่าตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจมา 27 ปี เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ปมีร้านอาหารในเครือรวม 242 สาขา จาก 13 แบรนด์ โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารกิจการเอง 102 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 140 สาขา
ดังนั้นการขยายสาขาตามเป้าหมายที่วางไว้จะไม่มีทางทำได้เลยถ้าไม่พึ่งระบบ
แฟรนไชส์
นอกเหนือจากระบบแฟรนไชส์แล้ว ทางเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ยังเปิดกว้างที่จะซื้อแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตเพิ่มเติม ทั้งร้านอาหารที่เปิดใหม่ รวมไปถึงร้านอาหารดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมานานที่มีทายาทในรุ่นที่ 2 หรือ 3 เป็นผู้บริหาร เพื่อมาปรับปรุงพัฒนาด้วยการเอาระบบการบริหารสมัยใหม่เข้าไปบริหาร