แต่ปัญหาของเบทาโกร ก็คือ ไม่มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อครบทุกเชน โดยเฉพาะกับ 7-Eleven
เมื่อเป็นเช่นนี้ เบทาโกรจึงต้องออกแรงมากกว่าคู่แข่งขันหมายเลข 1 ในตลาด ซึ่งได้เปรียบตรงมีช่องทางการขายในเซ็กเม้นต์ร้านสะดวกซื้อที่ครอบคลุมกว่า
ปัจจุบันนี้เบทาโกรช่องทางการกระจายสินค้า ผ่านช่องทางจำหน่ายหลัก คือ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ฟู้ดเชน เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และตลาดสด ร้านค้าทั่วไป เป็นต้น รวมถึงยังมีช่องทางจำหน่ายของ เครือเบทาโกรเอง เช่น ร้านเบทาโกร ช็อป ร้านจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของเบทาโกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และรวมไปถึงร้านเบทาโกร เดลี่ ร้านขนาดเล็กที่เน้นจำหน่ายอาหารที่รับประทานระหว่างวัน และอาหารที่นำกลับไปปรุงต่อที่บ้าน ซึ่งทางเบทาโกรพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนเมือง โดยเน้นการขยายสาขาไปตามอาคารสำนักงานต่างๆ
นอกจากนี้แล้ว เบทาโกรยังมีกองทัพมดที่เป็นรถขายไส้กรอกกระจายไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ อีกหลายร้อยคัน
ที่ผ่านมา เบทาโกรพยายามชูภาพของความเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพ และพยายามให้ความรู้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหารที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ผ่านแนวคิด Food Safety มาตลอด เนื่องจากในท้องตลาดปัจจุบันนี้ ยังมีอาหารประเภทแปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐานวางจำหน่ายปะปนอยู่ในท้องตลาดอีกเป็นจำนวนมาก
ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเบทาโรเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของ Food Safety แบรนด์หนึ่ง โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ S Pure ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู, ไก่, ไข่ไก่สด ซึ่งเบทาโกรเลี้ยงแบบปลอดยาปฏิชีวนะ, ฮอร์โมน หรือสารเร่งโต ทั้งกระบวนการผลิต
ดังนั้น เมื่อภาพ Food Safety ในส่วนของอาหารสดถูกรีจิสเข้าไปในความรู้สึกของผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพแล้ว สเตปต่อไปก็คือ การสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้นในส่วนของอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก
ล่าสุดทางเบทาโกร ได้มีการกระตุ้นตลาดไส้กรอกครั้งใหม่ด้วยการดึง โป๊ป – ธนวรรธน์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ไส้กรอกรมควันผ่านแคมเปญ “อร่อยใช่...สัมผัสไหนก็โดน”
โป๊ป ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในกลุ่มสินค้าแปรรูปอย่างไส้กรอกเบทาโกร
ก่อนหน้านี้เบทาโกรก็เคยใช้นักร้องชื่อดังอย่าง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อบอกกล่าวให้คนรุ่นใหม่เลือกอาหารที่มีคุณภาพผ่านแบรนด์ S Pure มาแล้ว
ครั้งนี้ โป๊ป จึงถูกวางตัวให้มาทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องของรสชาติเป็นหลัก