สำหรับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ บริษัทได้จัดทำวิดีโอคอนเทนต์ เรื่อง “Forest Rescue” ซึ่งได้นำเสนอมุมมองผ่านเค้าโครงเรื่องจริงของต้นจามจุรี ซอยลาดพร้าว 110 ซึ่งเป็นต้นไม้เดิมของบ้านหลังหนึ่ง ที่ต้องการขยายที่อยู่อาศัยจึงมีความจำเป็นต้องนำต้นไม้ออกจากพื้นที่ จึงได้ติดต่อทีมงาน เพื่อช่วยเหลือในการล้อมย้ายต้นไม้แทนการตัดทิ้ง เพื่อไปยังที่อยู่ใหม่ภายในโครงการ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” นับเป็นมุมมองความผูกพันของมนุษย์และต้นไม้ ที่น้อยคนนักที่จะรับรู้ได้ นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก อาทิ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งเฟสบุ๊ค (Facebook) บทความออนไลน์ (Content online) รายการโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และอื่นๆ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและรายละเอียดของแคมเปญได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตระหนักรับรู้ความสำคัญและประโยชน์ของต้นไม้ที่มีต่อมนุษย์เรา
บริษัทได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการช่วยเหลือต้นไม้ ซึ่งพิจารณาถึงความอยู่รอดของต้นไม้หลังจากการล้อมย้ายเป็นหลัก โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญ Forest Rescue Team เป็นผู้พิจารณาเงื่อนไขที่กำหนด อาทิ ประเภทต้นไม้ : ต้องไม่เป็นต้นไม้ที่เป็นไม้ต่างถิ่นรุกราน เช่น ต้นกระถินณรงค์ ตัวการในการลดความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากมีการแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หรือ ต้นไม้ที่มีการแพร่พันธุ์เร็วเกินไป ยากต่อการควบคุมซึ่งอาจส่งผลต่อระบบนิเวศ เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร และต้นมะกล่ำ เป็นต้น การขนย้าย คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศเดิมของต้นไม้ที่จะช่วยเหลือเข้ามาในโครงการต้องมีความใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้รับความกระทบกระเทือนจากการขนย้ายน้อยที่สุด การจัดการดูแลต้นไม้ คือ ต้นไม้ที่รับบริจาคจะอยู่ภายใต้การดูแลของโครงการฯ ซึ่งเจ้าของเดิมสามารถเข้าเยี่ยมชมได้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ และ ข้อจำกัดอื่นๆ อาทิ ต้องเป็นต้นไม้ส่วนบุคคลไม่ใช่ทรัพย์สินของราชการหรือสาธารณะ และผู้แจ้งต้องเป็นเจ้าของต้นไม้ หรือได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของต้นไม้ให้เข้าร่วมโครงการ สำหรับการล้อมต้นไม้ ต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ เพราะมีข้อจำกัดสำหรับการขุดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น ฤดูกาล และวิธีการขุดล้อมที่เหมาะสม และการพิจารณาช่วยเหลือต้นไม้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญจาก THE FORESTIAS
ด้วยจุดเริ่มต้นที่บริษัทฯ สร้างสรรค์แคมเปญนี้ เพราะว่าเล็งเห็นความสำคัญและคุณค่าของต้นไม้ทุกต้นที่มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษา สร้างสรรค์ ฟื้นฟู สภาพแวดล้อมต่างๆ ของโลกในแง่มุมที่แตกต่างกัน ซึ่งเราสามารถอ้างอิงได้จากผลงานวิจัยขององค์กรระดับโลกว่าประโยชน์ของต้นไม้มีประสิทธิภาพมากมาย อาทิ ข้อมูลจากทีมนักวิจัยจาก Lawrence Livermore National Laboratory ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวไว้ว่า “การปลูกต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน ที่ให้ความเย็น ประมาณ 12,000 บีทียู (1 เครื่อง) อีกทั้งร่มเงาของต้นไม้ก็จะช่วยบังแสงอาทิตย์ที่ส่งมาสร้างความร้อนให้กับตัวบ้านได้ทั้งวัน จึงสามารถลดการใช้เครื่องปรับอากาศในบ้านลง ผลที่ตามมา คือ ค่าไฟที่ลดลงถึง 20% ต่อปี และถ้าคุณมีต้นไม้ปลูกทางทิศตะวันตกของตัวบ้านจะช่วยลดความร้อนและประหยัดพลังงานได้ราว 10%” หรือข้อมูลงานวิจัยเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน กล่าวว่า “ต้นไม้ใหญ่ในเมืองจำนวน 200,000 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนได้ปีละมากกว่า 5,000 ตัน และกำจัดมลพิษได้มากถึง 305 ตัน” นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้ใกล้ตัว อย่าง สนทะเล สนฉัตร สนสามใบ สนสองใบ ที่สามารถดูดซับมลพิษหรือสามารถดูดซับฝุ่นละอองได้ดี หรือ สัตบรรณ กระดังงาไทย ชงโค และแสงจันทร์ ที่สามารถดูดซับฝุ่นออกไซด์ของไนโตรเจนและผลิตโอโซนได้ดีอีกด้วย
บริษัทคาดหวังว่า จากการดำเนินการสื่อสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของต้นไม้และระบบนิเวศวิทยา จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้กับคนไทยหันมามองคุณค่าของพื้นที่สีเขียวใกล้ตัว รวมทั้งหวงแหนและอนุรักษ์ให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป