คาราบาวแดง เลือกที่จะขยายฐานการทำตลาดออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป และอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ภายใต้ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่เป็นเครื่องดื่มชูกำลังอัดคาร์บอเนต โดยมองว่ามีแวลู่มากกว่า นั่นคือ ขายในประเทศขวดละ 10 บาท ขณะที่ขายในต่างประเทศกระป๋องละกว่า 1 ปอนด์ ซึ่งราคาต่างกันเกือบ 5 เท่า
กระทิงแดง เลือกที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อทำตลาดกับลูกค้าที่เป็นคนทำงานออฟฟิศรุ่นใหม่ โดยออกแบรนด์ เรดดี้ เครื่องดื่มชูกำลังผสมน้ำผลไม้ ในแพ็กเกจจิ้งแบบใหม่ เพื่อทลายกำแพงที่ขวางอยู่โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงทำงานออฟฟิศ ล่าสุดมีการเปิดตัวเรดดี้ ซ่า ที่อัดคาร์บอเนต และตัวกระทิงแดง จี 2 และ จี 3 ที่ผสมโสม และสารสกัดจากขมิ้น
พร้อมๆ กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ กระทิงแดงมีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เนื่องจากภาพลักษณ์เดิมของกระทิงแดงดูเก่าและแก่ จึงเลือกวิธีสร้างอิมเมจให้ดูทันสมัยและสร้างแบรนด์เข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยใช้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นขวัญใจของคนไทยอย่างเวียร์ ศุกลวัฒน์ รวมถึงต้องมีโปรดักต์หลากหลายตอบสนองความต้องการ
จะเห็นได้ว่า ความพยายามในการขยายฐานการดื่มไปยังคนกลุ่มใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ผู้ใช้แรงงานมีมาตลอดในช่วงหลายปีหลังมานี้ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของแต่ละแบรนด์ แต่การเปลี่ยน Perception ของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าประเภทนี้ยังคงต้องใช้ระยะเวลา โดยที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่ง จะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเมื่อต้องการจะรีเฟรช หรือแก้ง่วง อย่างในกรณีนักศึกษา ในช่วงของการสอบ จะเป็นช่วงที่มีการดื่มค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะต่างจากผู้ใช้แรงงานที่มีการดื่มแทบจะเป็นประจำ
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน พาวเวอร์ จำกัด บอกกับเราว่า การเข้ามาทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง มองว่ายังมีโอกาสในการนำเสนอความแตกต่างให้กับกลุ่มผู้ต้องการพลังงานรุ่นใหม่ แม้จะมีผู้เล่นหลักอยู่บ้างแต่ด้วยจุดเด่นของ T 247 ที่เป็นไฮบริดเอนเนอร์จี้ดริงค์ คือเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนผสมที่เพิ่มคุณสมบัติอื่นเข้าไป เช่น สูตรโสมและน้ำผึ้ง มีส่วนช่วยเพิ่มความแกร่ง อึด ทน และ สูตรคอลลาเจนและซิงค์ มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ประกอบกับความเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มจะช่วยให้ผู้บริโภคดื่มง่าย ดับกระหายได้ในปริมาณจุใจกว่าและสะดวกทุกที่ทุกเวลา
“ผลิตภัณฑ์แนวทางไฮบริดเอนเนอร์จี้ดริงค์จะใหม่สำหรับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของไทย แต่กลับเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา เพราะนอกจากคุณสมบัติด้านการให้พลังงานแล้ว ยังช่วยดับกระหายไปพร้อมกัน จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของผู้บริโภค”
นอกจาการวางให้เป็นเครื่องดื่มชูกำลังลูกผสมที่ถูกสร้างให้เป็นซอฟต์ดริงค์เพื่อให้ดื่มง่ายแบบเครื่องดื่มทั่วไปแล้ว อิชิตัน เลือกสร้างความต่างด้วยการใช้แพ็กเกจจิ้งแบบขวด PET ในขนาด 280 มล. ราคาขายปลีก 15 บาท โดยเตรียมงบสำหรับทำการตลาดในปีแรกไว้ที่ 200 ล้านบาท เพื่อทะลายกำแพงในแง่ของ Perception ของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องดื่มชูกำลังลง
งบดังกล่าวนี้ จะถูกใช้ในการสร้างแบรนด์ผ่านทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงการตั้งทีมคาราวาน เพื่อสร้างการ Trial เพราะสินค้าที่เข้าปากจำเป็นต้องทำให้เกิดการทดลองดื่ม เพื่อให้คุ้นเคยกับรสชาติของสินค้า โดยมองว่าในปีแรกของการเปิดตัวจะสามารถสร้างยอดขายได้ 700 ล้านบาท หรือมีแชร์ 2% ในตลาดรวม และเพิ่มเป็น 3% ในปีหน้า ส่วนเป้าหมาย 5 ปีนั้นต้องการแชร์ถึง 5% ซึ่งถือว่าไม่มากไม่น้อยในตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่
5 ความท้าทายของตัน
1.การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดนี้ กลายเป็นตัวขวางกันการเติบโต แม้จะเลือกวางตำแหน่งสินค้า พร้อมกับสร้างความแตกต่างจากของเดิมที่มีอยู่ แต่ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอ้าปากผู้บริโภคให้ทดลองดื่ม
2.ความแตกต่างที่ชัดเจนของตลาดในบ้านเรากับตลาดต่างประเทศก็คือ ในบ้านเรา ยังโดนมองว่า เป็นการดื่มเพื่อชูกำลังที่แม้แต่ T 247 ก็ยังนำเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย ขณะที่ในต่างประเทศ เอนเนอจี้ดริงค์ เป็นซอฟต์ดริงค์ตัวหนึ่งที่ถูกดื่มเป็นเครื่องดื่มปกติ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะเปลี่ยนมุมมองตรงนั้น
3.ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์อื่นๆ แต่ยังมีคู่แข่งขันทางอ้อมที่เข้ามาแชร์กระเพาะพื้นที่กระเพาะของผู้บริโภค โดยเฉพาะกับตัวกาแฟ ที่ปัจจุบันมีกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียมหลายแบรนด์ที่ทำภาพลักษณ์ออกมาเพื่อเจาะคนรุ่นใหม่โดยตรง
4.เช่นเดียวกับการเบียดแย่งพื้นที่ในร้านค้าปลีก เอาแค่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เมื่อหันหน้าเข้าตู้แช่ จะพบว่ามีเครื่องดื่มเต็มตู้ไปหมด แน่นอนว่า น้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำอัดลมจะกลายเป็นตัวที่มีพื้นที่ปะทะสายตาผู้บริโภคมากที่สุด
5.ไลฟ์สไตล์ในเรื่องของการใส่ใจสุขภาพ จะเป็นกำแพงขวางกั้นที่สำคัญ เพราะคนรุ่นใหม่เริ่มที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมน้อยลง
ย้อนดูผลงาน
หากใครที่ติดตามผลงานที่ผ่านมาของ “เสี่ยตัน” จะพบว่ามีเครื่องดื่มหลายตัวที่เขาปั้นออกมาและแจ้งเกิดได้สำเร็จ ขณะที่มีไม่น้อยที่ล้มเหลว ลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง
สำเร็จ
ชาเขียวโออิชิ ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่แม้ไม่ใช่แบรนด์แรก แต่ก็ถูกปั้นให้เป็นเบอร์ 1 ของตลาด
อิชิตัน เช่นเดียวกับอิชิตัน ที่ใช้เวลาไม่นานนักก็ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 2 ผู้เล่นหลักของตลาด
เย็น เย็น เป็นเครื่องดื่มอีกตัวที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในการทำตลาด
ไม่สำเร็จ
น้ำส้ม เซกิ สมัยที่ยังเป็นเจ้าของโออิชิ น้ำส้มเซกิ ถูกส่งเข้ามาในตลาดเพื่อสร้างให้เป็นเครื่องดื่มตัวที่ 2 ของพอร์ต ด้วยจุดขายของการเป็นน้ำส้ม อารมณ์ดี แต่ก็แจ้งเกิดไม่สำเร็จ
อามิโน โอเค ฟังก์ชันนันัลดริงค์ ที่ถูกส่งออกมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
คอฟฟี่ โอ กาแฟพร้อมดื่มพรีเมียม ที่มีจุดขายของการเป็นกาแฟคั่วบด ขายขวดละ 15 บาท เป็นการชาเลนจ์กาแฟกระป๋อง ด้วยจุดขายใหม่ เพื่อสร้าง คนดื่มใหม่ๆ แต่ไม่เวิร์คเท่าที่ควร จึงถอนตัวออกจากตลาด