นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ เดอะ เบส ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ใหม่ MARK MY BASE จำนวน 3 โครงการ 3 ทำเล ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ในปี 2561 โดยจ่อคิวเปิดตัว เดอะ เบส สุขุมวิท 50 และ เดอะ เบส สะพานใหม่ ในเดือนสิงหาคมนี้ หลัง เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งเปิดตัวเป็นโครงการแรกประสบความสำเร็จปิดการขายอย่างรวดเร็วทันทีในวันพรีเซลล์
บริษัทยังมีแผนการสานต่อกลยุทธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัย จะมีการพัฒนาโครงการใหม่จากการลงทุนร่วมกับบีทีเอสและโตคิว กรุ๊ป ส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่ จัสท์โค (JustCo) ได้เตรียมเปิด โคเวิร์คกิ้งสเปซ เป็นแห่งที่ 2 ที่อาคาร All Seasons Place หลังปักธงเปิดสาขาแรกใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ที่อาคาร AIA Sathorn ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเล็งมอบสิทธิพิเศษให้ลูกบ้านแสนสิริเข้าใช้บริการ นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง Hostmaker (โฮสต์เมกเกอร์) บริษัทผู้ให้บริการ บริหารการเช่าที่พักอาศัยและผู้บริหารการจองที่พักอันดับหนึ่งของ Airbnb ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้วจะเข้ามาช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ลูกบ้านและสร้างเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศอีกด้วย
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานพรีคาสท์ของแสนสิริ ให้สอดคล้องกับการเติบโตและรองรับการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ของแสนสิริ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากตามแผนการดำเนินงาน เพื่อลดระยะเวลาการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้มีความคล่องตัวสูง รวมถึงการเดินหน้าวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ภายในองค์กรผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. Environment - อาทิ ลดการใช้กระดาษ (Paperless) ลดคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ผ่านการลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น เป็นต้น 2. Social Change โดยที่ผ่านมาแสนสิริได้ร่วมกับยูนิเซฟในการพัฒนาสิทธิเด็กในประเทศไทยมายาวนานกว่า 7 ปี ในความรับผิดชอบต่อสังคมมุ่งเน้นการช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน รวมถึงการรณรงค์การยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบที่ธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้อง ในโครงการ 'พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก' ในสถานที่ก่อสร้าง หรือ The Good Space #SansiriGoodSpace เพื่อให้เด็กในไซต์ก่อสร้างไม่ว่าสัญชาติใด ได้ร่วมทำกิจกรรมที่จัดให้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้แสนสิริยังเน้นการออกแบบโครงการต่างๆ ให้ทุกคนสามารถใช้งานได้เท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า Universal Design รวมถึงข้อ 3.Good Governance ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงานอย่างโปร่งใสถูกต้อง
“ผลการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทที่มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 62% เทียบกับปีที่ผ่านมา คิดเป็นเกินกว่า 53% จากเป้าหมายยอดขายรวมที่วางไว้ ผนึกกับความแข็งแกร่งของแผนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ 45,000 ล้านบาท
อย่างแน่นอน ซึ่งจะนับเป็นการสร้างประวัติการณ์ยอดขายใหม่ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 34 ปีของแสนสิรินับแต่มีการก่อตั้งบริษัทและเป็นปีที่ดีที่สุดของแสนสิริ #SansiriBestYearEver” ”วันจักร์ กล่าว