ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า“ในโลกยุคดิจิทัลที่ธุรกิจธนาคารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วธนาคารกสิกรไทยเห็นความสำคัญของการสร้างสรรค์บริการและนวัตกรรมแห่งอนาคต และมุ่งสู่การให้บริการมากกว่าความเป็นธนาคาร (Beyond Banking) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้นำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชั่นส์ และข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก (data driven insights)มาพัฒนาต่อยอดเพื่อผสานเป็นทุกส่วนของชีวิต หรือ ‘Life Platform of Choices’ ของลูกค้า ในโอกาสนี้ทางธนาคารกสิกรไทยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกันเป็นอย่างดีให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ความร่วมมือทางด้านดิจิทัลอย่างเป็นทางการนี้ธนาคารกสิกรไทยจะสนับสนุนจุฬาลงกรณ์ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเรา เพื่อร่วมสร้างโซลูชั่นส์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการ การส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลที่ช่วยพัฒนาศักยภาพนิสิตและบุคลากร รวมถึงการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ”
“ภายใต้โครงการเพื่อขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์สู่ยุคใหม่ของการศึกษาที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อม จุฬาลงกรณ์มุ่งเน้นในการพัฒนา 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) เชื่อมโยงทุกมิติการใช้ชีวิตของนิสิต (2) พัฒนาศักยภาพนิสิตและบุคลากรให้พร้อมเข้าสู่โลกดิจิทัล และ (3) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ด้านข้อมูล โดย CU NEX Application จะเข้ามามีบทบาทในทุกมิติการใช้ชีวิตของนิสิต เพื่อสนับสนุนให้นิสิตได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่และรอบด้านด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี” ศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กล่าวเสริม
ความเชื่อมโยงทุกมิติการใช้ชีวิตของนิสิต เริ่มตั้งแต่ก่อนออกเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย นิสิตสามารถตรวจสอบตารางเรียนและห้องเรียน หรือค้นหา e-book ที่สนใจจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องเรียนเมื่อเดินทางถึงมหาวิทยาลัยแล้วยังสามารถตรวจสอบตาราง สถานะ และตำแหน่งของรถประจำทางภายในมหาวิทยาลัย เพื่อการวางแผนเดินทางไปยังจุดต่างๆ ภายในและรอบๆ มหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถค้นหาหนังสือจากทุกห้องสมุดในมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็วหรือทำงานกลุ่มที่ PLEARN Space พื้นที่การเรียนรู้ยุคดิจิทัลที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กับนิสิต หลังเลิกเรียน นิสิตยังสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ด้วยการจองการเข้าร่วมกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยที่สนใจ หรือจองสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยภายในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยระบบ SOS ในแอปพลิเคชั่น
“ในอนาคต CU NEX Application ยังมีแผนในการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ของข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ การสร้าง Data Hub ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning รวบรวมพฤติกรรมของนิสิต และใช้ Business Intelligence (BI) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งการจัดการงานเอกสารสำคัญต่างๆ ของมหาวิทยาลัยด้วยเทคโนโลยี Blockchain ทั้งหมดนี้เป็นการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล เพื่อให้นิสิตใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ และผลักดันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์แห่งแรกในประเทศไทย” ศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กล่าวสรุป