สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ประเมินความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคและประชาชนทั่วประเทศ ประเภท “บ้านเดี่ยวสร้างเอง” ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (เดือนเม.ย.-มิ.ย.) ชะลอตัวลงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรก ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองในครึ่งแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2561) ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ดี สมาคมยังคงคาดการณ์มูลค่าตลาดรวม “บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศในปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 1.3-1.5 แสนล้านบาท โดยประเมินจากแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป ที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นหากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว
สำหรับ “ธุรกิจรับสร้างบ้าน” หรือกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน (ไม่ใช่ ผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป) ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ประมาณเกือบ 200 ราย แข่งขันกันอยู่ในธุรกิจนี้ทั่วประเทศ โดยตลอดช่วงระยะ 6 เดือนแรก ปี 2561 นี้คาดว่าสามารถแชร์ส่วนแบ่งจากตลาดบ้านสร้างเองอยู่ที่ประมาณ 6.8 - 7 พันล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลกระทบเกิดจากมูลค่าบ้านต่อหน่วยที่ลดลง ด้วยเหตุเพราะมีการแข่งขันตัดราคากันดุเดือด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการในต่างจังหวัดที่เน้นจับตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีจำนวนผู้ประกอบการแข่งกันอยู่มากที่สุด
ตลอดระยะเวลาครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ปัญหาแรงงานขาดแคลนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในส่วนของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงท้ายไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างด้าวตามไซต์งานลดน้อยลง เพราะส่วนหนึ่งต้องหมดเวลาไปกับการติดต่อขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตทำงานให้เรียบร้อย เนื่องจากหลังวันที่ 1 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป นายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องจะถูกลงโทษสถานหนักตามนโยบายของรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็มีขั้นตอนและใช้ระยะเวลาปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาพอสมควร