สำหรับแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจมีดังนี้
• กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม (Industrial Property) เดินหน้านำระบบออโตเมชั่น (Automation) เทคโนโลยีสมัยใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี มาพัฒนาพื้นที่ให้บริการให้สามารถรองรับกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ในยุค 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าและโรงงานอัจฉริยะ (Smart Logistics and Smart Factory) ทั้งยังอยู่ในรูปแบบของการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว
• กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Centre) หลังจากได้ประกาศจับมือกับ “เอสทีที จีดีซี” (STT GDC) บริษัทชั้นนำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จากสิงคโปร์ เพื่อรุกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ล่าสุดเตรียมแผนเดินหน้านำเทคโนโลยี ความรู้ ความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาใช้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งเป้าเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย และปลอดภัย มาตรฐานระดับสากลรองรับความต้องการของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
• กลุ่มสมาร์ทโซลูชั่น (Smart Solution) ประเดิมด้วยการผนึกพันธมิตร จัสท์โค (JustCo)ผู้ให้บริการโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working space) ระดับพรีเมี่ยมอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสัดส่วนการลงทุน ไทคอน 51%จัสท์โค49%ซึ่งจัสท์โคมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยีเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน และการบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าสมาชิกซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของไทคอนในการนำเสนอโซลูชั่นที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า
ด้าน มร.คง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและประธานอำนวยการจัสท์โค (JustCo) กล่าวว่า “ประเทศไทยนับเป็นตลาดที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจที่มีความพร้อมเหมาะแก่การลงทุน การร่วมมือกับไทคอนที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ซึ่งอยู่ในกลุ่มทีซีซี จะทำให้เราสามารถเข้าถึงเครือข่ายใน
การดำเนินธุรกิจในแวดวงพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับตลาดในประเทศไทยรวมถึงมีพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของเรา ซึ่งเมื่อนำมาผสานกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)เทคโนโลยีเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน (Workspace Technology) และการบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าสมาชิก (Community Management) ความร่วมมือครั้งนี้จะเสริมส่งซึ่งกันและกัน และก่อตัวเป็นพลังทางธุรกิจครั้งใหม่ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของพันธมิตรทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดให้บริการโคเวิร์กกิ้งสเปซสาขาแรกของจัสท์โคในกรุงเทพฯไปแล้วที่ เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สาขาที่สองของเรากำลังจะเปิดตัวตามมาที่ แคปปิตอล ทาวเวอร์ ใน ออล ซีซั่นส์ เพลส ในเดือนกรกฎาคมนี้ เรามุ่งเน้นเปิดให้บริการในทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจโดยทั้งสองแห่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสในระยะที่สามารถเดินถึงกันได้สะดวกเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าของเรา เราเชื่อมั่นในแนวทางของเราที่จะสร้างวงจรธุรกิจ (ecosystem) ซึ่งธุรกิจทุกขนาดสามารถเอื้อประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กันและกันได้”