ในตลาดกาแฟสำเร็จรูป เนสกาแฟ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว70 - 80% แต่สำหรับกาแฟพร้อมดื่มหรือ RTD แล้ว เนสกาแฟ กลับมีส่วนแบ่งตลาดแค่ 32% เป็นรองเบอร์ 1 คือเบอร์ดี้มากว่าครึ่งที่เดียว เพราะ เบอร์ดี้ สามารถคอรงส่วนแบ่งตลาดได้มากถึงกว่า 60% แถมเป็นตัวเลขที่เบอร์ดี้ถือครองมาหลายปีเสียด้วย
อะไรคือปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เบอร์ดี้ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดกาแฟพร้อมดื่ม เราลองมาค้นหาคำตอบกัน...
มาร์เก็ตติ้ง มิกซ์ที่ลงตัว
เบอร์ดี้ ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดกาแฟพร้อมดื่ม โดยส่งเบอร์ดี้ ไอซ์คอฟฟี่ เข้ามาปิดตลาดนี้เมื่อปี 2536 เป็นการเปิดตลาดโดยมีตัวอย่างความสำเร็จของอายิโนะโมะโต๊ะในการทำตลาดกาแฟกระป๋องในญี่ปุ่นและไต้หวัน เป็นใบเบิกทาง หลังจากนั้นในปีถัดมาก็มีการส่งอีก 3 รสชาติ คือ โรบัสต้า มิลค์กี้ และ ร็อคโกโก้ ลงตลาด พอข้าสู่ปีที่สามคือปี 2538 ก็ส่งรสซูเปอร์เบลนด์ ลงสู่ตลาดอีก 1 รสชาติ รวมเป็น 5 รสชาติ ซึ่งถือเป็นผู้เล่นที่มีความหลากหลายในเรื่องของรสชาติมากที่สุด
หลังจากนั้น เบอร์ดี้ ก็มีการออกเบอร์ดี้ ริช แอนด์ สมูท หรือเบอร์ดี้แถบเขียว ที่เน้นในเรื่องของกาแฟรสชาติกลมกล่อม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคหลังจากที่มีเบอร์ดีแถบแดงที่มีรสชาติเข้มข้นอยู่ในตลาด การออกเบอร์ดี้ แถบเขียว นั้น ส่วนหนึ่งเป็นการชนกับเนสกาแฟโดยตรง เพื่อช่วงชิงพื้นที่ที่เนสกาแฟครองอยู่ เนื่องจากในช่วงนั้น ตลาดกาแฟพร้อมดื่ม มีการเติบโตไม่มากนัก การที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับตนเองได้นั้น จึงเป็นการช่วงชิงเอาจากคู่แข่งขันร้อมดื่มจะอยู่ภายใต้การทำตลาดของบริษัทร่วมทุนระหว่างโค้กกับเนสท์เล่
ด้วยการที่เบอร์ดี้เป็นรายแรกที่เข้ามาบุกเบิกตลาดและสามารถตีโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในการดื่มกาแฟกระป๋องได้อย่างขาดกระจุยว่า ผู้บริโภคในตลาดนี้นอกจากต้องการความสะดวกในการดื่มกาแฟแล้ว ยังต้องการการ รีเฟรชที่ถือเป็นเบเนฟิตหลักของการดื่มกาแฟ รวมถึงต้องการกาแฟที่มีรสชาติถูกคอด้วย
ทำให้เบอร์ดี้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่วนหนึ่งคงต้องยกความดีความชอบในเรื่องของการตลาดที่เบอร์ดี้มีการร้อยเรียงเผ่านธีมคอนเซ็ปต์ “หนึ่งในใจคุณ” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยตอกย้ำภาพของความเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี
เบอร์ดี้สามารถเข้าไปตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติและความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเบเนฟิตจากการดื่มกาแฟในเรื่องของการให้ความสดชื่น พูดง่ายๆว่าช่วยในเรื่องของกาแก้ง่วงได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาพของความป็นสินค้าที่ดูมีอิมเมจดีกว่า ทำให้กาแฟพร้อมดื่มสามารถเข้าไปแชร์พื้นที่ส่วนหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลังและใช้เป็นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับผู้นำตลาดอย่างเบอร์ดี้แล้ว การตลาดที่ทำออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็คือ การตลาดเพื่อสังคม ที่เบอร์ดี้เน้นอย่างมาก ไล่ตั้งแต่การล้อนช์แคมเปญ “ให้ก้าวใหม่จากใจเบอร์ดี้” เมื่อหลายปีก่อน เป็นการร่วมกับมูลนิธิขาเทียม หรือ แคมเปญ “วันเกิดสุขใจให้โลหิต” ที่ร่วมกับสภากาชาดไทย หรืออย่างแคมเปญ “เบอร์ดี้.... พาใจไปสู่ฝัน” ที่ร่วมกับ 3 หน่วยงานคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธกระต่ายในดวงใจและ มูลนิธิช่วยสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย เพื่อทำกิจกรรมที่ดีๆร่วมกัน เป็นต้น