งานวิจัยชิ้นใหม่เผยว่า กว่า 7 ใน 10 คนเชื่อว่า ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนและแท็บเลต นับวันมีแต่จะซับซ้อน และความปลอดภัยด้านไอทีก็เป็นความเสี่ยงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
การสำรวจซึ่งทำโดย Lifeline IT บริษัทสนับสนุนด้านเครือข่าย พบว่า 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เคยสำรองข้อมูลในอุปกรณ์ของพวกเขาเป็นประจำเลย
ในทางตรงกันข้าม มีเพียง 4 ใน 10 คนเท่านั้น ที่รู้สึกปลอดภัย ที่ชีวิตดิจิทัลของพวกเขาปลอดภัย เพราะได้สำรองข้อมูลเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่ง 64% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาไม่เชื่อถือการจัดเก็บข้อมูลไว้บน Cloud แต่อย่างใด
มีผู้ตอบแบบเพียง 33% เท่านั้น ที่ระมัดระวังเรื่องการตั้งพาสเวิร์ด โดยครึ่งหนึ่งยอมรับว่าเขียนรหัสผ่านลงบนโน้ตแบบ Post-It หรือเซฟไว้ในโทรศัพท์เพื่อความสะดวก
ผลการสำรวจระบุว่า วัยรุ่น เป็นกลุ่มที่กังวลมากที่สุดกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดย 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 25-34 ปี กล่าวว่า IT กลายเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ส่วนผู้อายุระหว่าง 45-54 ปี ตอบว่าซับซ้อนเพียง 65% และผู้อายุระหว่าง 55-64 ปี ตอบว่าซับซ้อน 74 %
Daniel Mitchell ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Lifeline IT กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า หลายคนรู้สึกว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีทำให้พวกเขาล้าหลัง ลองนึกย้อนไปสัก 5 ปีที่แล้วอุปกรณ์อย่าง iPhone ติดตั้งและใช้งานได้ง่ายดาย แต่ตอนนี้ แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่า เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีมากๆ ซึ่งเรียกกันว่าเป็น “techies” ยังต้องเสียเวลามากมายกว่าจะใช้งานมือถือรุ่นใหม่ๆได้ดังใจ
"สิ่งที่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลการวิจัยนี้ ก็คือ การที่ความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยละเลยเรื่องพื้นฐานด้านไอที เช่น การสำรองข้อมูล และการตั้งค่าความปลอดภัย"
งานวิจัยยังได้กล่าวถึงทัศนคติต่อความก้าวหน้าทางอินเตอร์เน็ต ประสิทธิภาพเรื่องบรอดแบนด์ ซึ่งพบว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ความเร็วอินเตอร์เน็ตตอนนี้แย่ลงกว่าในอดีต
แม้มี Wifi ให้ใช้ฟรี แทบจะทุกแห่ง แต่ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาไม่รู้สึกปลอดภัยเลย เมื่อต้องใช้เครือข่ายเหล่านั้น สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือทำอะไรเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร
ยิ่งกว่านั้น คนส่วนใหญ่ยังคงละเลยการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน โดย 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงใช้รหัสผ่านเช่น “1234” และคำว่า “password”
ขณะที่มี 52% คิดว่าเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Face Recognition) และการตรวจสอบรอยนิ้วมือ เป็นวิธีปลอดภัยที่สุดในการเข้าถึงอุปกรณ์ของพวกเขา
งานวิจัยนี้ ทำในอังกฤษ เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม อายุระหว่าง 18-65 ปี รวม 1,000 คน