BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
29,402
VIEWS

พิชัย จิราธิวัฒน์ “ธุรกิจเพลงคือ การสื่อสารการตลาดมานานแล้ว”

ส.ค. 02, 2561

ค่ายเพลงคุณภาพอย่าง Spicy Disc เกิดขึ้นมาไล่เลี่ยกับการแจ้งเกิดของคลื่นวิทยุ Fat Radio ในยุคที่เพลงไทยกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ นั่นคือการได้รับความนิยมของเพลงทางเลือกหรือ อัลเทอร์เนทีฟ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 14 ปีแล้ว Spicy Disc ยังคงมีแฟนเพลงที่เหนียวแน่นมาตลอด ในเชิงธุรกิจ Spicy Disc ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีๆ

เหตุผลมีข้อเดียวสั้นๆ คือ เพลงคุณภาพ

ทุกวันนี้ Spicy Disc มีการขยายธุรกิจออกไปเป็นที่ปรึกษาทางด้านสื่อสารการตลาดที่มีจุดแข็ง คือ ความสามารถทางด้านดนตรีผสานกับประสบการณ์ทางการตลาดของ คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ผู้ก่อตั้ง Spicy Disc ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทีมงาน BrandAge Online มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ เพื่อนำเรื่องราวของการสร้างบทเพลงดีๆ และการสร้างแบรนด์ผ่านห้วงทำนองที่ไพเราะของเสียงเพลงมาให้ผู้อ่านได้รับชมกัน

Q : 14 ปี Spicy Disc เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในวงการเพลงบ้าง     

A : ธุรกิจเพลงยุคนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ยุคนั้นทราบกันดีว่ามีค่ายใหญ่อยู่ 2 ค่าย ผู้บริโภคจึงไม่ค่อยมีทางเลือกในการฟังเพลง กระทั่งมีการแจ้งเกิด Fat Radio ขึ้นมา คนฟังเพลงถึงมีทางเลือกมากขึ้น ที่เห็นชัดเจนเริ่มต้นจากกลุ่มนักศึกษาก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ฟังเพลงตามคนอื่น ถ้าเป็นเด็กในระดับมัธยมลงมาจะชอบฟังเพลงเหมือนกัน แต่งตัวเหมือนกัน

ต่อมาเด็กๆ เริ่มเปลี่ยนแนวในการฟังเพลงเร็วขึ้น แทนที่จะเป็นแค่กลุ่มเด็กนักศึกษา กลุ่มเด็กมัธยมก็เริ่มฟังเพลงมากขึ้น ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจและมีทางเลือกในการฟังเพลงมากขึ้นดูได้จากมีค่ายเพลงเปิดขึ้นมากมาย

Q : ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่อธุรกิจเพลง

A: เมื่อก่อนเทปสามารถขายได้เป็นล้านตลับ ต่อมาก็เริ่มมีดาวน์โหลดฟรีเกิดขึ้น ธุรกิจเพลงก็ตกต่ำลง คนซื้อซีดีน้อยลงแต่หันมาซื้อเพลงในช่องทางออนไลน์มากขึ้นจนเป็น Omni Channel

บังเอิญผมอยู่ในธุรกิจค้าปลีกได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เหมือนกัน เลยรู้ว่าอะไรก็ตามที่เปลี่ยนเราต้องจับจุดเปลี่ยนให้ทันแล้วก็เปลี่ยนตามให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมอยู่ยังไม่ปรับตัวเราก็จะตามไม่ทัน กลายเป็นว่าเราล้าสมัย เรื่องเพลงก็เช่นกันที่เราต้องจับเทรนด์ให้ทัน ถ้าเราทำเหมือนเดิมก็น่าเบื่อ เพราะฉะนั้นทั้งเพลง ทั้งภาพ และภาพลักษณ์ที่ออกมาในปัจจุบันจะต้องเป็นอะไรที่ใหม่ตลอดเวลา ต้องมี Innovation คนถึงอยากจะฟัง หากถามว่าเปลี่ยนเยอะไหมคงตอบได้เต็มปากเลยว่า ไม่ใช่แค่วงการเพลงเท่านั้น ทุกวงการเปลี่ยนไปเยอะมาก

Q : ธุรกิจเพลงอินดี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่รอด

A: ส่วนตัวผมไม่เคยเชื่อว่าค่ายเพลงต้องมีแนวเพลงเป็นของตัวเอง ค่ายเพลงมีหน้าที่ผลิตเพลง Content และควรทำอะไรที่ดีที่สุด ถ้าเปรียบเทียบกับวงการละครก็พิสูจน์มาแล้วว่าการมีช่องเป็นของตัวเองก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Content สำหรับคนทำสถานีก็ควรจะทำสถานีไป เพราะเป็นคนละธุรกิจกัน ผมเห็นมาหลายรายแล้วที่ทำครบวงจร มีดาราเอง จัดการเองก็อาจจะไม่ได้โฟกัสอย่างตรงจุดเพราะเป็นคนละธุรกิจกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนยังไม่เข้าใจและสับสน แต่ในตอนนี้ก็เริ่มชัดขึ้น ทุกคนเริ่มเข้าใจว่า Content คือสิ่งสำคัญที่สุด จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้าหาก Content ดีคนก็จะตามไปดู ปัจจุบันคนก็ไม่ค่อยดูทีวีแบบ Real Time ผมก็พยายามบอกทุกคนว่าเมื่อก่อนเพลงออกมาใหม่ๆ ทุกคนก็อาจจะแย่งกันฟัง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เพลงอาจจะออกมา 6 เดือน 8 เดือน แล้วค่อยมาฮิตทีหลังก็ได้ เพราะตอนนี้ Content เยอะมากๆ ผมอยากจะบอกน้องๆที่ทำเพลงด้วยกันว่า อย่าคิดว่าทำเพลงออกมาแล้วไม่มีใครฟัง อยู่ที่ว่าเราจะพยายามไปถึงตรงนั้นได้อย่างไรมากกว่า

Q : ทุกวันนี้เวลาคนมองเข้ามาที่ Spicy Disc เขานึกถึงอะไร 

A: ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองเข้ามาอย่างไร แต่ส่วนตัวผมอยากให้มองที่เรื่องของคุณภาพเพลง ความไพเราะของเพลง และก็อาจจะได้เรื่องของความรู้ ฝีมือในการทำเพลง อยากให้นึกถึงงานเพลงที่มีคุณภาพ

Q : พูดถึงเพลงคุณภาพมีเกณฑ์ในการให้คะแนนอย่างไรถึงจะผ่านจนออกเป็นอัลบั้ม

A: ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยมในการเลือกฟังเพลงมากกว่า บางทีเราฟังแล้วชอบเราอาจจะให้ 10 แต่คนอื่นอาจจะให้ 5 ก็ได้ เพราะฉะนั้นมันถึงเป็นเรื่องของรสนิยมแต่เราก็พยายามคิดว่าทำแล้วก็อยากทำให้ดีที่สุด

บางคนเคยมีคำถามว่าค่าย Spicy Disc คือแนวอะไรเพลงร็อก เพลงป๊อป ฯลฯ เราคิดว่าไม่ใช่ เรามีเพลงที่หลากหลายแต่คนฟังเป็นกลุ่มเดียวกัน ทุกครั้งที่ผมจะปล่อยเพลงออกไป ผมยังเชื่อในเรื่องของ Taste ตัวเองอยู่ แต่บางอย่างก็คงต้องทำ Survey ด้วยเช่นกัน

Q : ก้าวต่อไปของ Spicy Disc

A: ความตั้งใจแรกยังคงเหมือนเดิม คือ 1.ทำเพลงที่มีคุณภาพให้ดีที่สุด 2. พยายามสนับสนุนศิลปินไทยที่มีฝีมือ ผมไม่เพียงแค่สนับสนุนในเรื่องของวงการเพลงอย่างเดียว ผมยังสนับสนุนวงการศิลปะ พูดง่ายๆ ว่าหากเราไม่สนับสนุนคนกลุ่มนี้เขาก็อาจจะหายไป ค่ายเราพยายามจะให้ความรู้ และสอนทุกคนในเรื่องของความกล้าแสดงออก ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ                 

Q : มีวิธีการต่อยอดธุรกิจของ Spicy Disc อย่างไร

A: ทุกวันนี้เราเริ่มขยับเข้ามาทำการสื่อสารการตลาด ผมว่าจริงๆ ธุรกิจเพลงคือการสื่อสารการตลาดมานานแล้ว เพลง เสื้อผ้า แฟชั่น ภาพยนตร์ทุกอย่างเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ทั้งหมด ซึ่งมันขับเคลื่อนในการทำ Marketing สินค้าทุกอย่างต้องการเข้ามาผูกกับหนังผูกกับเพลง หนึ่งวันเราอาจจะได้ยินเพลงหลายครั้ง ดังนั้นเพลงอาจจะเป็นตัวเชื่อมต่อในขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพของสินค้าได้ชัดเจนมากขึ้น

ที่ผ่านมามีทั้งเราเข้าไปหาลูกค้าและลูกค้าเข้ามาหาเรา บางทีผมเห็นว่าอะไรเหมาะกับเขาผมก็อยากที่จะเข้าไปทำ  เพราะตัวผมเองก็เป็นผู้ซื้อด้วยเช่นกัน แต่ที่สุดแล้วสิ่งที่เราเน้นมากที่สุดคือ ยอดขายที่ต้องเพิ่มขึ้น หรือต้องทำให้คนจดจำแบรนด์ได้มากขึ้น

Q : เล่าที่มาของแคมเปญ 70 ปีเซ็นทรัลให้ฟังนิดนึง

A: งานเซ็นทรัลครบรอบ 70 ปี เราใช้นักร้องข้ามค่ายอย่าง วี วิโอเลต วอเทียร์ เพราะดูแล้วว่าเหมาะกับงานนี้ การทำงานส่วนมากผมจะคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก นึกถึงโจทย์เป็นหลัก เนื่องจากเซ็นทรัลก็เป็นลูกค้าระดับสูงขึ้นนิดนึง เราจึงได้พี่บอย ตรัย ภูมิรัตนและพี่ก้อณฐพล ศรีจอมขวัญ มาช่วยแต่งเพลงให้ ซึ่งตอนนี้เพลงก็ได้ยอดวิวมากกว่า 20 ล้านวิว เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งได้รับรางวัลจาก YouTube มา เป็นรางวัลหนังโฆษณาที่มียอดวิวมากที่สุด เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ

เวลาเราทำงานเราก็ไม่อยากที่จะ Hard Sell มากเกินไป ก็จะพยายามที่จะให้ได้ Image ด้วย เพราะบางทีหากดูเป็นหนังโฆษณามากเกินไป คุณก็จะไม่อยากดู

Q : แคมเปญนี้ Brief คืออะไร

A: โจทย์ของงานนี้ก็คือ “มาที่เซ็นทรัลแล้วมีความสุข” แล้วเขาก็อยากจะให้มีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยวด้วย เราและทาง Ogilvy ก็เลยผูกทำเป็นหนังสั้นขึ้นมา โดยเราก็ปล่อยตัวหนังสั้นออกมาก่อน ซึ่งเรารู้ดีว่าหนังสั้นที่ปล่อยออกมาคนก็ดูไม่กี่ครั้งเพราะสามารถจำได้หมด เราจึงปล่อยเวอร์ชั่นเพลงออกมาทีหลัง ซึ่งคนก็ให้ความสนใจและชอบ

ในเรื่องของ Target เราได้ทั้งกลุ่มที่เป็นรุ่นใหม่และรุ่นเก่า เพราะหากไปในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็จะแคบไป เพราะฉะนั้นเราจึงเลือกใช้น้องวี วิโอเลต วอเทียร์ เพราะคิดว่าจะสามารถจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้ ส่วนในเรื่องของเพลงเราก็เลือกเพลงที่เป็นกลางๆ เด็กก็สามารถฟังได้ ผู้ใหญ่ฟังแล้วก็ชอบ ก็เลยทำออกมาให้กว้างขึ้น

Q : มีแคมเปญไหนที่ประทับใจอีกบ้าง

A: G Shock เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอีกแคมเปญหนึ่ง เพราะเราต้องเข้าใจความนิยมของสินค้า แล้วคิดต่อว่าจะต้องทำยังไงให้ยั่งยืน เรากลับมาคิดว่าจะต้องมีสินค้ารุ่นพิเศษ เพื่อมากระตุ้นความเท่ห์ของแบรนด์ให้คงอยู่ เราจึงทำ G Shock รุ่นพิเศษปีละครั้ง พอทำตัวนี้ขึ้นมาก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีคนมาต่อคิวซื้อ ทำให้สินค้าหมดอย่างรวดเร็ว ถามว่าทำตัวนี้แล้วได้เงินเยอะหรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าได้เงินไม่เยอะ แต่มันสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายของรุ่นอื่นได้ เราก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนทางประเทศญี่ปุ่นให้รางวัลกับเรา และนำ G Shock ที่เราทำไปให้ประเทศอื่นทำด้วย

Q : G Shock มี Limited รุ่นบ้านเชียงด้วย

A: ตอนนั้นเป็นปีที่ G Shock ครบรอบ 30 ปี ทางญี่ปุ่นให้โจทย์มาว่า อยากได้รุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทย มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และต้องมีการจัด Event ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ใหญ่มาก เพราะต้องมีความเป็นไทยอยู่ในนาฬิการุ่นนี้

ในส่วนของ Event ประเทศไทยเราทำไม่เหมือนประเทศอื่นเลย เราเชิญ มร.คิคุโอะ อิเบะ ผู้พัฒนา G Shock มาร่วมงานด้วย พอเขาได้เห็นงานที่เราจัด และ Culture ที่เรา Blend เข้าไป ทางญี่ปุ่นถึงกับเขียนจดหมายเข้ามาขอบคุณเราเลย ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง G Shock รุ่นบ้านเชียงที่เราทำออกมาก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว

Q : Spicy Disc นอกจากทำสื่อสารการตลาดแล้ว ยังทำ Event ด้วย

A: เรามี Event ใหญ่ประจำปีคือ Melody of Life คอนเซ็ปต์ของ Melody of Life คือเราต้องการที่จะจัดงานมหกรรมดนตรีใจกลางเมือง เพราะว่าเดินทางมาง่าย และอีกอย่างคือต้องการหาพื้นที่ให้วงใหม่ๆ ที่มีฝีมือมาเล่น ในช่วงปีแรกๆ วงที่เราเอามาเล่นก็จะเป็นวงอินดี้ ซึ่งตอนนี้ก็ดังหมดแล้ว เช่น Slot Machine, Jetseter, Scrubb

Q : Melody of Life ล่าสุดเสียงตอบรับเป็นอย่างไร

A:  เราทำมากว่า 11 ปีแล้ว ในปีนี้นอกจากความบันเทิงแล้ว เราอยากปลูกฝังเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ดังนั้นทุกอย่างบนเวทีของเราเป็นของรีไซเคิลทั้งหมด    เนื่องจากช่วงหลังๆ ผมได้ไปช่วยโรงเรียนต่างๆ และพบว่ามีปัญหาในเรื่องขยะเยอะมาก ซึ่งหากเราไปแก้ปัญหาในชุมชนที่เป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างที่จะแก้ยาก แต่สำหรับเด็กๆ ยังสามารถที่จะปลูกฝังได้ง่ายอยู่

ผมเชื่อว่าในเรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อมสามารถนำมาผูกกับธุรกิจได้หมด อย่างบริษัทใหญ่ๆ ก็เริ่มคิดกันแล้ว ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหลังจากนี้ถ้าจะทำ Event ก็จะดึงเรื่องพวกนี้เข้ามาผูกด้วยตลอด

Q : บริษัทวางโครงสร้าง Long-Term ไว้อย่างไร รายได้จะมาจากไหนบ้าง

A: ธุรกิจเพลงตอนนี้มองแบบ Long-Term คงไม่ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แน่นอนว่าเราทำค่ายเพลง และเราก็คงหวังรายได้ที่มาจากงานจ้าง รวมไปถึงงาน Event เพราะหากเราทำศิลปินได้ดัง งานจ้างก็จะมีเยอะ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ถ้าศิลปินดังก็จะขาย CD ได้เยอะ แต่ตอนนี้มีเทรนด์เรื่องของการดาวน์โหลดซึ่งยังต้องใช้เวลา

อันที่ 2 จะเป็นรายได้ จากคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีที่เราครีเอทขึ้นมาเอง อย่างเช่น เทศกาลดนตรี Melody of Life นอกจากนี้ก็มีคอนเสิร์ตครบรอบของ Spicy Disc ซึ่งจะจัดครั้งแรกเดือน พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะทำทุกปี โดยที่เราอาจทำร่วมกับพันธมิตร และค่ายเพลงอื่นๆ อีกหลายค่าย เพราะตัวผมเองไม่เชื่อในเรื่องของการทำงานแยกค่ายเหมือนในอดีต ในความเป็นจริง เราควรที่จะจับมือกัน ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็เริ่มที่จะเปิดมากขึ้น เรียกได้ว่าถ้า Win Win ก็ทำ

เรื่องที่ 3 คือเรื่องของการทำ  Branding และ Marketingให้กับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ลูกค้าก็อาจจะเห็นผลงานเราเยอะขึ้น อาจจะเห็นในเรื่องของความคิดที่ต่างไปจากเอเยนซี เพราะเรามีจุดเด่นเรื่องของ การนำ Music Marketing มาใช้ในการแก้ปัญหาและ transform image ให้กับแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกเรื่องก็น่าจะเป็นเรื่องของการให้ศิลปินของเราไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ Product ต่างๆ ซึ่งก็เริ่มเข้ามาได้เรื่อยๆ เป็นอีกสิ่งที่เราคาดหวัง ณ ตอนนี้จะหวังเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ว่ารายได้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เพลง เพราะเราไม่รู้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอีกหรือเปล่า สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่องของ Content ที่ต้องดี

Q : มองแนวโน้มรายได้จากดิจิทัลเป็นอย่างไร

A: ในเรื่องของรายได้จากดิจิทัล อันดับ 1 ยังคงเป็น YouTube อยู่ อันดับ 2 คือ Joox แต่ถ้ามองดีๆ  YouTube เป็นออนไลน์ ส่วน Joox เป็น Streaming  ซึ่งจริงๆ แล้วไม่สามารถเทียบกันได้ อันดับ 3 ก็เป็นของ Apple  ซึ่ง Apple จะเป็นเรื่องของการดาวน์โหลด ซึ่งเป็นคนละประเภทอีกเช่นกัน Apple คนฟังน้อยแต่ขายได้ราคาแพง

แต่จะเอาค่ายเราเป็นหลักคงไม่ได้ อาจจะเป็นแค่คนกลุ่มที่ฟังเพลงของเรา อย่างเพลงชุดของก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ ที่ออกมารายได้จาก Apple มาเป็นอันดับ 1 ทั้งที่เพลงเพิ่งปล่อยออกมา นั่นหมายความว่าจะต้องมีกลุ่มคนที่เป็นแฟนเพลงของศิลปินรออยู่

Q : ในส่วนของ Brand Consult อยากให้คนมองเราเป็นอย่างไร

A : เราอยากเป็น Full Service Marketing Solution ที่มีจุดแข็งอยู่ที่ Music Marketing ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ ทั้งด้านภาพลักษณ์และยอดขาย

Q : ความท้าทายของ Spicy Disc นับจากนี้ไป

สิ่งที่ท้าทายมากที่สุด คือเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่เฉพาะ Spicy Disc เท่านั้น แต่เป็นทุกบริษัทในประเทศไทย ถ้าใครตามไม่ทันก็อาจจะมีปัญหา ในเรื่องของการทำงานส่วนตัว เราก็พยายามอัพเดท ก็พยายามศึกษาตลอด คุยกับเด็กๆ เพื่อเรียนรู้ให้เยอะขึ้น สมัยก่อนผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะถึงจะเก่งกว่า แต่ยุคนี้หากว่าเด็กให้ความสนใจก็เก่งไปพร้อมๆ กันได้ มันอยู่ที่ตัวเราเองว่าจะเปิดใจและอัพเดทมากน้อยขนาดไหน...

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

5 Insight สำคัญที่ต้องรู้ ถ้าอยากชนะใจแฟนคลับและเติบโตไปพร้อมกับ T-POP โอกาสที่แบรนด์ต้องรีบกระโดดเข้าใส่

รู้จัก L&E Beyond แบรนด์ที่ตั้งใจพาโปรดักชันไทยไปสู่เวทีโลก

“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง”ก้าวสู่ปีที่ 27 พร้อมเดินหน้าเป็น Entertainment Lifestyle Destination

จากโรงหนัง สู่บ้านผีสิง M STUDIO x ช่อง 3 ยกระดับ “ธี่หยด” สู่อีกขั้นของ Global Entertainment Experience

ภาษี Trump ถล่มเละอุตสาหกรรมของเล่น ค่าย Mattel, Hasbro ฯลฯ เร่งย้ายฐานจากจีน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact