โทธอร์ อินทูแคร์” ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงลาย ที่มีศักยภาพสูง สามารถควบคุมพื้นที่ได้กว่า 400 ตร.ม. มุ่งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บ้านพักอาศัย และอาคารสำนักงาน มั่นใจ ตอบโจทย์ปัญหา “ยุงลาย” และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ จำนวนกว่า 1 แสนชุด และคาดว่าในปีนี้ จะช่วยผลักดันให้ เอ็นซิสเท็กส์ มีรายได้รวมกว่า 800 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.ensystex.com.au
สตีฟ บรอดเบน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค บริษัท เอ็นซิสเท็กส์ จำกัด เปิดเผยว่า “ เอ็นซิสเท็กส์ ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำกลุ่มนวัตกรรมใหม่ในการกำจัดแมลงรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ และให้คำปรึกษาด้านการกำจัดแมลงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ นับเป็นที่รู้จักอย่างดีทั่วโลก โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ด้วยทีมงานที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญจากทั่วโลก ทำให้ เอ็นซิสเท็กส์ กลายเป็นผู้นำของกลุ่มอุตสาหกรรมกำจัดแมลงในประเทศไทย มายาวนานกว่า 18 ปี ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 3 เอ็นซิสเท็กส์ จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “เวคโทธอร์ อินทูแคร์” เพื่อการกำจัดยุงลายอย่างมีประสิทธิ โดยมุ่งเจาะลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บ้านพักอาศัย และ อาคารสำนักงาน เป็นหลัก คาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ ไว้ที่ประมาณ 1 แสนชุด
“ปัจจุบัน เอ็นซิสเท็กส์ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเคมี มุ่งเน้นพัตนาสูตร “สารออกฤทธิ์” ที่มีอยู่ในตลาดให้มีประสิทธิ ภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่ติดตลาด คือ กลุ่มเคมี “ธอร์ (Thor)” อาทิ แม็กซ์ธอร์, อัลตราธอร์, โปรธอร์ ฯลฯ เป็นต้น รวมไปถึงระบบเหยื่อกำจัดปลวกในเครื่องหมายการค้า “เอ๊กซ์เทอร์ร่า (Exterra) ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มนวัตกรรมใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ในการกำจัดแมลงอย่างมีประสิทธิภาพสูง อาทิ ไฟดักแมลงเวคโทธอร์ สำหรับ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือ กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร รวมไปถึงลูกค้าบ้านพักอาศัย และจากข้อมูลปีที่ผ่าน พบว่าการระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยอยู่ในขั้นรุนแรง มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงถึง 136,000 ราย ทำให้มั่นใจว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เวคโทธอร์ อินทูแคร์” จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์และกำจัดยุงลายอย่างได้ผล ในรัศมีกว้างถึง 400 ตร.ม. ในงบประมาณที่ประหยัด”