ครบเครื่องเรื่องคอนเทนต์
MONOMAX ยังมีกลยุทธ์สำคัญในเรื่องการสร้าง “ความครบเครื่อง” ของคอนเทนต์ในกลุ่มซีรีส์จากค่ายใหญ่ๆ มาให้บริการมากขึ้น เช่น CBS ที่เป็นค่ายใหญ่จากฝั่งอเมริกา หรือ TVB จากฝั่งฮ่องกงที่มีคอนเทนต์แนวเข้มข้นแบบชิงไหวชิงพริบอย่างเรื่องเจ้าพ่อตลาดหุ้น, เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และสงครามพันธุ์รัตติกาล อีกทั้งยังเติมเต็มด้วยซีรีส์ค่าย iQiyi ที่มีซีรีส์ไต้หวันยอดฮิตให้แฟนคนไทยได้ดูกันแบบเต็มอิ่ม รวมถึงคอนเทนต์ภาพยนตร์ของค่ายสหมงคลฟิล์ม และเร็วๆ นี้ ยังมีแผนจะเพิ่มความสนุกที่หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการนำภาพยนตร์จากตุรกี และอินเดียมาเสริมทัพอีกด้วย ปัจจุบัน MONOMAX มีคอนเทนต์ที่พร้อมให้บริการมากกว่า 10,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 8,000 เรื่อง ตัวอย่างคอนเทนต์ที่น่าสนใจของซีรีส์ฝั่งอเมริกา คือ Seal Team, Elementary และ CSI: CYBER จากค่าย CBS กลุ่มซีรีส์จากเอเชียมีเรื่อง Bride of the Water God เจ้าสาวของแฮแบ็ค ซีรีส์เกาหลีที่สร้างจากการ์ตูนตาหวานแนวโรแมนติกคอมเมดี้แฟนตาซีที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาก เรื่อง Reply 3 ภาค(1994, 1997, 1998) ซีรีส์เกาหลียอดนิยมของคนอายุ 30 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีซีรีส์จีนที่น่าดูอย่าง Stairway to stardom ซีรีส์จีนเรื่องแรกของดีเจพุฒ เรื่อง Oh My General แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง ซีรีส์จีนยอดฮิตที่สร้างจากนวนิยายดัง เรื่อง General Above I am Below ของจวี๋ฮวาซั่นหลี่ ทุ่มทุนสร้างเป็นละคร ด้วยงบกว่า 43 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,400 ล้านบาท) เป็นเรื่องราวในช่วงราชวงศ์ซ่ง เมื่อแม่ทัพหญิงผู้เก่งกาจ แต่ต้องแต่งงานกับท่านอ๋องรูปงามแต่ไม่เอาไหน เพราะเป็นสมรสพระราชทานจากจักรพรรดิ ในส่วนของกลุ่มภาพยนตร์ต่างประเทศมีเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ Mazinger Z, The Last Witch Hunter, Frankenstein Complex (สารคดี), The Hunting Ground (สารคดี), Boychoir, The Hunger Games: Mockingjay Part 2, Book Club, Detective Dee: The Four Heavenly Kings, Escape Plan 2: Hades และ When I Get Home, My Wife Always Pretends to Be Dead เป็นต้น
“เรายังมีแผนเพิ่มความสนุกที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มหนังจากตุรกีและอินเดียมาเสริมทัพ และเรามีการร่วมมือกับทาง Documentary Club เพื่อจัดหาคอนเทนต์ในกลุ่มที่เป็นภาพยนตร์หายาก เช่น เรื่องในแนวที่เกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิต แต่มักไม่ได้รับความนิยมนำมาฉายในโรงภาพยนตร์”