บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ของเพซฯ ได้เข้าทำสัญญาเพื่อกำหนดกรอบข้อตกลงกับ Kinghill Overseas Holding Limited (Kinghill) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อดำเนินและขยายกิจการแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ในสาธารณรัฐประชาชนจีน
สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เพซฯ มีความยินดีที่จะประกาศความร่วมมือระหว่าง DEAN & DELUCA China (HK) Co., Limited บริษัทในเครือของเพซฯ กับ Kinghill ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ ซีพี กรุ๊ป ในการขยายธุรกิจ ดีน แอนด์ เดลูก้า ในประเทศจีน โดยตั้งเป้าขยายร้าน ดีน แอนด์ เดลูก้า 500 สาขา ภายในเวลา 5 ปี โดยเพซฯ ตกลงที่จะให้สิทธิแฟรนไชส์หลักแต่เพียงผู้เดียวแก่ Kinghill ในการเปิดและบริหารจัดการ ร้านกาแฟและมาร์เก็ต ดีน แอนด์ เดลูก้า ในสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นระยะเวลา 5 ปี โดย Kinghill สามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้”
สรพจน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ Kinghill ยังได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนในบริษัท DEAN & DELUCA China (HK) Co., Limited โดยได้เข้าทำสัญญาเพื่อกำหนดกรอบข้อตกลงกับ DEAN & DELUCA Asia (Thailand) ltd. เพื่อเปิดโอกาสให้ Kinghill สามารถเข้ามาซื้อหุ้นไม่เกิน 49% ใน DEAN & DELUCA China (HK) Co., Ltd. โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2561
ทั้งนี้ การเข้าทำสัญญาแฟรนไชส์หลักและการทำสัญญาให้สิทธิในการซื้อหุ้นดังกล่าวข้างต้น จะต้องได้รับการอนุมัติและความยินยอมจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซีพี และ Kinghill มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในตลาดประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นในด้านรีเทล ลอจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ และอีคอมเมิร์ซและเครือข่ายดิจิตัล ประกอบกับความเชี่ยวชาญของเพซฯ และ ดีน แอนด์ เดลูก้า ด้านดีไซน์ และการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพเยี่ยม จะทำให้แบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ซึ่งเป็นแบรนด์ที่นับได้ว่ามีศักยภาพสูงได้รับการตอบรับและชื่นชอบจากผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างรวดเร็ว
“จากข้อมูลของ สภาการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (China Council for the Promotion of International Trade :CCPIT) พบว่าตลาดรีเทลรวมถึงธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในจีนมีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากนักบริโภคชาวจีนรุ่นใหม่ เต็มใจที่จะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่ง ดีน แอนด์ เดลูก้า ถือว่าเป็นแบรนด์จากนิวยอร์คที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีสินค้าและการบริการที่ดี เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของ Kinghill ในจีน เพซฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ รวมถึงสามารถสร้างผลตอบแทนอย่างน่าพอใจให้แก่ทั้งสองฝ่าย” สรพจน์ กล่าวสรุป
ปัจจุบัน ดีน แอนด์ เดลูก้า มีสาขาทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้น 70 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาที่เป็นแฟรนไชส์ จำนวน 32 สาขา ใน 9 ประเทศ และเพซฯ เป็นเจ้าของกิจการในสหรัฐอเมริกา จำนวน 6 สาขา ในประเทศไทยจำนวน 11 สาขา และยังถือหุ้นร้อยละ 50 ใน ดีน แอนด์ เดลูก้า แบบคาเฟ่ที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 21 สาขา อีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย สาขาที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ได้แก่ สาขาที่สนามบินฮ่องกง เทอร์มินอล 1 และ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในเดือนกันยายน 2561