ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทได้เริ่มต้นแนะนำรถยนต์ภายใต้แบรนด์ EQ - Electric Intelligence by Mercedes-Benz เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2559 และเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์นี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบัน เราได้นำเสนอรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า จำนวนทั้งสิ้น 8 รุ่น ได้แก่ C 350 e Avantgarde C 350 e Exclusive C 350 e AMG Dynamic E 350 e Avantgarde E 350 e Exclusive E 350 e AMG Dynamic GLE 500 e 4MATIC Exclusive และ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งเรายังครองตำแหน่งผู้นำยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่นำเสนอรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่หลากหลายครอบคลุมที่สุด ด้วยสัดส่วนยอดขายสูงถึง 40% จากยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมด”
“หนึ่งในแนวทางการทำการตลาดที่สำคัญเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้นของรถยนต์แบรนด์ EQ คือ การสร้างเครือข่ายขยายจุดติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าตามไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนไป โดยลูกค้ามองหาความสะดวกสบายในการชาร์จรถยนต์มากขึ้น นอกจากการชาร์จรถยนต์ที่บ้าน ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือตามห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
ดังนั้น การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใน 3 เครือโรงแรมชั้นนำในครั้งนี้ จึงเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้เพื่อมอบบริการที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เพราะปัจจุบันโรงแรมเป็นเสมือนอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์พ้อยท์ที่ลูกค้าเข้าไปใช้บริการมากขึ้นนอกจากการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็น การจัดงานประชุม สัมมนา ฟิตเนส คาเฟ่ หรือห้องอาหาร เป็นต้น อีกทั้งจะส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้นกว่า 200 จุด ครอบคลุมทั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ โรงแรมชั้นนำ และศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัล เวิลด์, พาราไดซ์ พาร์ค นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เดินหน้าวางแผนเพิ่มสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายแห่งในอนาคต” ฟรังค์ กล่าวปิดท้าย
เกิร์ด คอทลอร์ซ ผู้อำนวยการดูแลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์การตลาด ประจำภูมิภาค Marriott International กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 90 ปีของเรา เราไม่เคยหยุดแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในการให้บริการแขกคนสำคัญ ผ่านการนำเสนอที่พักที่ครอบคลุมหลากหลาย ภายใต้แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่ครอบคลุมทุกมุมโลก ด้วยบริการอันหรูหรา และนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ได้รับการคัดสรรมาแล้ว ตอบรับกับกลยุทธ์ ‘Customer Centric’ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่าน ซึ่งในประเทศไทย เรามีโรงแรมที่ดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น 42 แห่งครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา เราค้นพบว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในโรงแรมไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเข้าพักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเข้ามาใช้บริการห้องจัดเลี้ยง งานสัมมนา ฟิตเนส และร้านอาหารภายในโรงแรมอีกด้วย ซึ่งทำให้ปัจจุบันโรงแรมได้เปลี่ยนบทบาทตนเองเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์พ้อยท์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ดังนั้น การมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการภายในโรงแรม จึงนับเป็นการเพิ่มความสะดวกสบาย และบริการที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้นให้ความรู้สึกเสมือนอยู่ที่บ้าน ซึ่งตรงกับการวางตำแหน่งโรงแรมของเราในฐานะ ‘จุดหมายปลายทางอันเป็นที่นิยมชมชอบ ที่ซึ่งผู้คนในท้องถิ่นจะมาเยี่ยมเยียนเพื่อพบปะ รับประทานอาหาร และดื่มไปด้วยกัน’”