นริศ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ Ultra Luxury นั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่ายังมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ สำหรับบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เองก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดเช่นกัน และเชื่อว่า โครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส จะทำให้ บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดที่พักอาศัยระดับบนสุดอย่างแท้จริง
ด้านณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา และเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2559 ซึ่งความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆนั้น สวนทางกับ จำนวนซัพพลายในตลาดมีน้อย อีกทั้งส่วนมากโครงการในระดับราคานี้มักเป็นบ้านเดี่ยวแนวสูงที่อยู่ใจกลางเมือง หรือบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณชานเมือง ซึ่งอาจยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนั้นบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่และอยู่ในบริเวณรอบใจกลางเมืองจึงน่าจะเป็นสิ่งที่เติมเต็มในจุดนี้ได้ ”
สำหรับโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 45 ไร่ ติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเป็นทำเลที่เรียกได้ว่ามีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯในขณะนี้ เพราะนอกจากจะเป็นย่านที่ใกล้เมือง มีสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว ยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงเรียนชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นทำเลที่การคมนาคมสะดวกเพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และมีแผนที่จะพัฒนารถไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย “เราใช้เวลาในการพัฒนาโครงการมานานเกือบ 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่การทำรีเสิร์ชกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อหาอินไซต์ว่าความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร ซึ่งเราพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างมาก มีประสบ การณ์ในการซื้อและอยู่บ้านที่มีระดับราคาสูงหรือสร้างบ้านของตัวเองมาก่อนแล้วจึงค่อนข้างใส่ใจในเรื่องรายละเอียดที่ลึกซึ้ง และต้องการบ้านที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้จริงๆ นั่นเป็นที่มาของ “CONNOISSEUR OF PLEASANT LIVING” หรือ “ลึกซึ้งถึงทุกรายละเอียดความสุข” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของโครงการ
เราจึงตั้งใจทำบ้านเดี่ยวที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ด้วยจำนวนบ้านทั้งโครงการเพียง 25 หลัง โดยบ้านแต่ละจะปลูกสร้างอยู่บนที่ดินขนาดไม่น้อยกว่า 1 ไร่ พื้นที่กว่า 15 ไร่ที่เหลือจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง และด้วยปรัชญาของแบรนด์สันติบุรี คือ การผสมผสานระหว่างปรัชญาการใช้ชีวิต (Philosophy of Living) และปรัชญาของธรรมชาติ (Philosophy of Nature) บนความเชื่อที่ว่า คนเราอาจกำหนดธรรมชาติไม่ได้ แต่เราสามารถกำหนดสภาพแวดล้อมได้ เราจึงให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยสร้างทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมที่ดี ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น การคัดเลือกสายพันธุ์ต้นไม้ที่เหมาะสมกับภูมิอากาศ และฤดูกาลต่างๆ ให้ความสวยงาม ความร่มรื่นตลอดทั้งปี”