นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE ประเทศไทย กล่าวว่า "ในปี 2561 LINE เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เติบโตสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งทุกบริการของ LINE ล้วนได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ในฐานะแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทั่วไทย ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้ LINE มากถึง 95% ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนทั้งหมด 45 ล้านคน ทำให้ LINE กลายเป็นกิจวัตรประจำวันเมื่อตื่นเช้ามาทุกคนมักจะเปิดดูไลน์ก่อนเป็นอันดับแรก มีความรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงตัวผู้ใช้จริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยได้มากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งสอดรับกับการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งปี 2561 นี้เป็นปีแรกที่มีผู้สูงอายุมากกว่าวัยเด็ก” (ข้อมูลจากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ)
สำหรับบริการของ LINE ที่เปิดให้บริการในงานนี้ ได้แก่ LINE Customer Connect, LINE Notification Service, LINE Data Official Account, LINE Coupon Sticker และ LINE Idol เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักการตลาด สำหรับรายละเอียดบริการใหม่แต่ละตัวของ LINE มีดังนี้
LINE Customer Connect หรือ LINE คอสตูมเมอร์คอนเนค: เนื่องจากคนไทยมี Pain point เกี่ยวกับคอล เซ็นเตอร์มานาน ซึ่งคนไทยเสียเวลาไปกับการรอคอลเซ็นเตอร์ กว่า 750 ล้านชั่วโมงต่อปี ทำให้ LINE คิดค้นบริการใหม่ที่ยกบริการคอล เซ็นเตอร์ มาอยู่บนออฟฟิเชียลแอคเคาท์ของแบรนด์เลย เพื่อช่วยแก้ Pain point ดังกล่าวให้หมดไป อาทิเช่น บริการตอบกลับอัตโนมัติโดย Chatbot AI ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการตอบกลับโดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนจริงๆ แม้ในขณะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็สามารถบริการลูกค้าได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แถมยังโทรฟรีผ่าน LINE แบบไม่ต้องกังวลค่าโทร เพียงเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็โทรได้ฟรี ลดระยะเวลาการติดต่อของผู้บริโภคและเพิ่มความพึงพอใจในคอลเซ็นเตอร์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
LINE Notification Service (LNS) หรือ LINE นอติฟิเคชันเซอร์วิส: สำหรับ SMS เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นชิ้นมานาน แต่ก็ยังมีจุดอ่อนและอุปสรรคบางประการอยู่ จึงได้พัฒนาโซลูชั่น LNS ขึ้นมา เพื่อเติมเต็มการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นแบบ Closed Loop SMS โดยไม่เป็นการรบกวนผู้บริโภค ยกตัวอย่างการส่งข้อความแจ้งสถานะบริการที่ผู้บริโภคเป็นคนเลือกใช้บริการ โดยมีการส่งข้อความผ่าน LINE ออฟฟิเชียลแอคเคาท์โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตามออฟฟิเชียลแอคเคาท์นั่นๆ มาก่อน นอกตากนี้ นักการตลาดหรือแบรนด์ที่ให้บริการ LNS ยังสามารถติดตามผลได้ว่าเมื่อส่งข้อความไปแล้ว ปลายทางได้รับข้อความนั้นหรือไม่