ด้าน ถิรพร สุวรรณสุต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า แนวคิดทางการตลาดตามที่บริษัทฯ มีการนำระบบโครงสร้างเสา-คานสำเร็จรูประบบมัลติจ๊อยท์ล็อคซีสเต็มส์ มาใช้ในการสร้างบ้านของลูกค้านั้น ก็เพราะต้องการจะนำเสนอความแตกต่าง เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่เน้นคุณภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งการหันมาเลือกใช้เทคโนโลยีก่อสร้างและการผลิตจากโรงงาน ก็เพราะต้องการตอบโจทย์ผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถเพื่อส่งมอบคุณภาพบ้านที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของพีดีเฮ้าส์ทุกราย แม้ว่าที่ผ่านมา บริษัทฯ จะเสียเปรียบคู่แข่งด้วยเพราะว่ามีต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่สูงกว่า โดยเฉพาะบ้านที่ก่อสร้างในพื้นที่ต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ลูกค้าก็ยังเชื่อมั่นและให้การตอบรับด้วยดีเสมอมา พีดีเฮ้าส์จึงมีการขยายสาขาต่างจังหวัดมากที่สุดในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในธุรกิจรับสร้างบ้าน
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านเอง พบว่าจำนวนผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของพีดีเฮ้าส์ ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ (จากประเทศในแถบยุโรป เช่น สวีเดน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฯลฯ) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่แต่งงานกับหญิงไทยนั้น สนใจและต้องการจะสร้างบ้านในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานมากที่สุด ซึ่งบริษัทเองก็มีสาขาให้บริการรับสร้างบ้านในภาคอีสานถึง 7 แห่งด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 20 จังหวัด ดังนั้นจึงทำให้บริษัทฯ ต้องมีการปรับตัว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ล่าสุด บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในการขยายฐานการผลิตหรือโรงงานผลิต โครงสร้างสำเร็จรูประบบมัลติจ๊อยท์ล็อคซีสเต็มส์ มาตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งและจะส่งผลไปถึงราคาขายบ้านที่จะปรับลดลงตามกัน โดยโรงงานผลิตแห่งใหม่จะเริ่มเดินเครื่องการผลิตตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป
สำหรับ กิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายในช่วงไตรมาส 3 นี้ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านในพื้นที่ภาคอีสานกับ 5 แบบบ้านสวย (ตามที่สาขาในพื้นที่กำหนด) จะได้รับโปรโมชั่นราคาส่วนลดสูงสุด 10% จากราคาปกติ อาทิ สาขาขอนแก่น มอบส่วนลดราคาพิเศษ แบบบ้าน ME-148 จากราคาปกติ 11,469,000 บาท ลดเหลือเพียง 10,278,000 บาท หรือ แบบบ้าน WA-122 ราคาปกติ 2,323,000 บาท ลดเหลือเพียง 2,114,000 บาท ฯลฯ เป็นต้น โดยโปรฯ นี้เฉพาะลูกค้าที่จอง 3 หลังแรกของสาขาเท่านั้น ถิรพร กล่าวสรุป