พงศ์ธีระ พัฒนพีระเดช นายกสมาคมการพิมพ์ไทย กล่าวในหัวข้อ “Smart Printing Transformation” ว่า ในอดีตอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยเติบโตจากธุรกิจครอบครัวมาเป็น Small and medium Enterpriseแต่ด้วยเทรนด์
“Smart Printing Transformation” ในปัจจุบันส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่ Smart and Medium Enterprise จากการดิสรัปชั่น(Disruption) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี อันส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์แทบจะตั้งรับไม่ทัน จากเดิมสื่อสิ่งพิมพ์ กระดาษ ที่เคยจับต้องได้เปลี่ยนมาอยู่ในรูปของแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทุกอย่าง จึงส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปทำให้มองว่าการทำธุรกิจในปัจจุบันไม่ใช่ยุค “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” แต่เป็น “ปลาเร็ว กินปลาช้า”
ดังนั้นการที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมการพิมพ์จะเดินต่อไปได้ ต้อง Transforms ให้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ธุรกิจต้องมียุทธศาสตร์ มีความ Smart มีแผนธุรกิจและการตลาดชัดเจนโดยเฉพาะกลยุทธ์เพื่อรองรับตลาดในยุค “แพจเกจจิ้ง 4.0”
ในทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองธุรกิจนี้ว่ามีการเติบโตเฉลี่ย
3-5 % จากการปรับตัวทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ในปี 2561 มีประมาณ 4.63 ล้านตัน เติบโตขึ้นกว่า 3.9 % โดยบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตมากที่สุดคือ กระดาษ มีประมาณกว่า 48 % บรรจุภัณฑ์พลาสติก
ประมาณ 23.5 % บรรจุภัณฑ์ประเภทแก้วประมาณ 20 % และโลหะประมาณ 15 % ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการปรับตัวของผู้ประกอบการอาจจะต้องมีการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี เครื่องจักร แท่นพิมพ์ดิจิทัล เพื่อตอบสนองเรื่อง “ Packaging 4.0“เพราะการพิมพ์ดิจิทัลในอนาคตไม่ใช่เพียงแค่ Mass Production แต่จะเป็น Customize Production มีเรื่องของPackaging และการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเห็นว่าในปัจจุบันมีหลายโรงงานนำแผนธุรกิจไปขอการสนับสนุนจาก SME Bank เพื่อ Transforms ธุรกิจใหม่