4. เปิดใจรับฟังและเอาประสบการณ์ในอดีตมาเป็นบทเรียน
นำสิ่งที่ผ่านมาทั้งดีและไม่ดีมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีซ้ำอีก ขณะเดียวกันต้องหมั่นยกระดับและปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้มุ่งไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าเดิม ไม่หยุดคิดหาโซลูชั่นใหม่ๆ แต่ก็ต้องไม่มุทะลุยึดมั่นกับแผนการที่ทำแล้วไม่เกิดผล
5. เป็นผู้นำที่ให้บทบาทของความเป็นเพื่อนและพี่น้อง
อย่านำเอาประสบการณ์ในยุคบุกเบิกที่คุณต้องลงมือทำงานอย่างหนักมาตัดสินให้ผู้ร่วมงานต้องทำได้แบบคุณ แต่จงเอาใจใส่ผู้ร่วมงาน วางแนวทางการทำงาน พร้อมให้คำแนะนำผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง เพื่อสร้างความเต็มใจในการปฏิบัติงาน
6. มีความกระตือรือร้น และไม่หยุดนิ่ง
ผู้ประกอบการที่ดีต้องหมั่นใฝ่หาความรู้ โดยเฉพาะด้านการตลาด เศรษฐกิจ การเมือง กฎหมาย ทั้งในและต่างประเทศ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เท่าทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลต่อภาพรวมของธุรกิจคุณอีกด้วย
7. สุดท้ายเมื่อมีสถานะการเงินที่ดีขึ้น ต้องรู้จักต่อยอด และเลือกลงทุนในสิ่งที่เป็น Passive Income ให้แก่ตนเองในอนาคต
ไม่มีอะไรมาการันตีว่าธุรกิจของคุณจะจีรังยั่งยืน การลงทุนเพื่อสร้างรายได้แก่อนาคต จึงเป็นเรื่องจำเป็นของผู้ประกอบการ SME รุ่นใหม่ที่ต้องศึกษาลักษณะการลงทุนแต่ละรูปแบบอย่างเจาะลึกว่าสิ่งไหนเหมาะกับช่วงระยะความมั่งคั่งของตน ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการลงทุนที่เสี่ยงน้อยและได้รับความนิยมสูง คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถอยู่อาศัยได้ ปล่อยเช่าได้ แถมมีมูลค่าเพิ่มตามเวลา ยิ่งถ้าเป็นโครงการที่มีชื่อเสียง มีประวัติการดำเนินธุรกิจมายาวนาน สามารถการันตีเรื่องของ Passive Income ได้เป็นอย่างดี