BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,362
VIEWS

รายงานความมั่งคั่งทั่วโลกจากอลิอันซ์: จุดจบของความพึงพอใจ

ต.ค. 19, 2561

อลิอันซ์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ได้เปิดเผยรายงานความมั่งคั่งทั่วโลก ฉบับที่ 9 ที่ทำการสำรวจภาวะสินทรัพย์และหนี้สินภาคครัวเรือนในกว่า 50 ประเทศอย่างละเอียด

ปี 2560 เป็นปีที่พิเศษสุด ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่มีมากขึ้น แต่ก็เป็นปีที่เกือบจะสมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากเกิดวิกฤตทางการเงินส่งผลให้เกิดการฟื้นตัวพร้อมๆ กันทั่วโลก และตลาดเงินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดตราสารทุน ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 7.7 สินทรัพย์ทางการเงินรวมของโลกเพิ่มสูงขึ้นแตะ 168 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท)

ไมเคิล ไฮส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มอลิอันซ์ เยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมากสำหรับผู้ฝากเงิน ถือเป็นยุคหลังวิกฤติที่จบลงด้วยดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป นโยบายการเงินที่ครอบจักรวาลสุดขั้วช่วยให้เกิดกระแสขาขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในตลาดเงิน แต่ตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณต่างๆ ที่น่าเป็นกังวล อาทิ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ความขัดแย้งทางการค้าและการเมืองที่เน้นนโยบายประชานิยมมากขึ้นเป็นสาเหตุให้เกิดความตึงเครียดและความวุ่นวาย ซึ่งทำให้เดือนแรกของปีนี้มีสัญญาณที่ไม่ดีนัก"

สำหรับประเทศไทย การเติบโตของสินทรัพย์ทางการเงินชะลอตัว

ในปี 2560 สินทรัพย์ทางการเงินภาคครัวเรือนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 ชะลอตัวลงจากร้อยละ 9.8 ในปีก่อน "ตัวการ" สำคัญ คือ หลักทรัพย์ที่มีอัตราการเติบโต "เพียง" ร้อยละ 9.8 หลังจากปีกันชนในปี 2559 ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 สินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ขยายตัวพอๆ กับปีที่ผ่านมา กล่าวคือ เงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และสินทรัพย์ประกันภัยและเงินบำเหน็จบำนาญเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 เงินฝากธนาคารยังคงอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่โดดเด่นในหน่วยลงทุนกลุ่มภาคครัวเรือนไทยซึ่งคิดเป็นร้อยละ 45 ของสินทรัพย์ทางการเงินรวม ตามด้วยหลักทรัพย์ หุ้นและพันธบัตรโดยมีสัดส่วนร้อยละ 39.3

การก่อหนี้ของภาคครัวเรือนของไทยยังคงเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข แม้จะผ่อนคลายเล็กน้อยในปี 2560 แต่หนี้สินภาคเอกชนก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมโหฬารถึงร้อยละ 79.1 ของ GDP ซึ่งลดลงจากจุดสูงสุดที่ ร้อยละ 81.2 ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม พัฒนาการเช่นนี้ไม่ได้สะท้อนถึงการหยุดยั้งที่จะไม่ก่อหนี้ ในทางตรงกลับกัน หนี้สินพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อปีที่แล้ว แตะที่ร้อยละ 4.6 หลังจากเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.8 ในปี 2559 เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า (ตัวเลข) การเติบโตทางเศรษฐกิจแซงหน้าการเติบโตของสินเชื่อ แม้ว่าอัตราการขยายตัวจะต่ำกว่าอัตราตัวเลขสองหลักที่มีให้เห็นในระหว่างปี 2553-2556 โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มที่มีรายได้น้อย ยังคงอ่อนแอ นอกจากนี้ การเพิ่มดอกเบี้ยและอัตราการว่างงานอาจเป็นสาเหตุให้จำนวนครัวเรือนที่ประสบปัญหาในการชำระคืนเงินกู้ยืมพุ่งสูงขึ้น

สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8 แตะ 4,330 ยูโรต่อหัว (หรือประมาณ 140,530 บาท) ดังนั้น ประเทศไทยจึงอยู่ในลำดับที่ 44 ของกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดของโลกเช่นเดียวกันกับปีก่อน สวิตเซอร์แลนด์กลับขึ้นมาผงาดครองอันดับสูงสุด หลังสูญเสียอันดับที่หนึ่งให้กับสหรัฐอเมริกาไปเมื่อปีก่อน โดยทั่วไปแล้วประเทศในแถบยุโรปทำอันดับได้ดีขึ้นในปี 2560 ดีกว่าหลายปีก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเงินยูโรที่แข็งแกร่งขึ้นมากที่สุดและเป็นสกุลเงินที่สำคัญที่สุด

กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมตามติด — ดูสหรัฐอเมริกาไล่บี้แซงจีน

หลายปีหลังจากวิกฤติ การเติบโตของสินทรัพย์ที่ค่อนข้างอ่อนแอในภาคอุตสาหกรรมเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ซึ่งการเติบโตเช่นนี้ยังคงเปลี่ยนแปลงในปี 2560 อัตราเร่งในการเติบโตเกิดขึ้นจากการพัฒนาในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมเป็นหลัก กล่าวคือ ขณะที่การเติบโตของสินทรัพย์ในประเทศต่างๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งจุดเป็นร้อยละ 6.5 กลุ่มประเทศเกิดใหม่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 12.9 ผลต่างของการเติบโตของสินทรัพย์ระหว่างกลุ่มประเทศทั้งสองกลุ่มนี้จึงอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2548 ที่ร้อยละ 6.5 ตัวเลขเฉลี่ยการเติบโตของสินทรัพย์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสูงกว่าสองเท่าที่ร้อยละ 13 พัฒนาการที่ขัดกันเช่นนี้เมื่อดูการเติบโตของสินทรัพย์ทางการเงินเกิดจากคู่มวยรุ่นเฮฟวี่เวทอย่างพญามังกรจีน (การเติบโตที่ชะลอตัวลงจากร้อยละ 18.3 เหลือเพียงร้อยละ 14) กับพญาอินทรีสหรัฐอเมริกา (ซึ่งการขยายตัวพุ่งพรวดขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 8.5) ในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีการขยายตัวลดลงจากร้อยละ 14.7 ในปี 2559 มาอยู่ที่ร้อยละ 12.2 ในปี 2560 ดังนั้น สหรัฐอเมริกาจึงแซงหน้าคู่แข่งอย่างจีนได้อีกครั้งในแง่ของอัตราการเติบโตอย่างแน่นอนแล้ว ในปี 2560 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา คิดเป็นประมาณร้อยละ 44 ของการเติบโตของสินทรัพย์ทางการเงินภาคครัวเรือนรวมทั้งโลก ในขณะที่ประเทศจีนมีสัดส่วนสินทรัพย์ภาคครัวเรือนเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น อัตราส่วนดังกล่าวเฉลี่ยร้อยละ 26 เทียบกับร้อยละ 35 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจีนขยายตัวเป็นอันดับหนึ่ง

ความไม่เสมอภาคมีมากขึ้นในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม

พัฒนาการของความไม่เท่าเทียมกันในบริบทของประเทศแสดงออกมาให้เห็นภาพที่แตกต่างกันออกไป ในหลายประเทศมีการกระจายความมั่งคั่งได้ดีขึ้นนับตั้งแต่เปลี่ยนสหัสวรรษ แต่การกระจายความมั่งคั่งในหลาย ๆ ประเทศก็แย่ลง เช่น ประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่สหรัฐอเมริกาไปจนถึงประเทศในกลุ่มวิกฤตยูโร และไม่เว้นแม้แต่ประเทศเยอรมนีและญี่ปุ่น การรับรู้ว่าประเทศอุตสาหกรรม "เก่าแก่" เป็นอาทิ ได้รับความทุกข์ระทมจากวิกฤตในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาจากช่องว่างของความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยและคนจนที่ถ่างเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริงในหลาย ๆ กรณี และเป็นจริงสำหรับประเทศไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายครัวเรือนได้ถูกลดชั้นจากความมั่งคั่งระดับกลางไปสู่ระดับความมั่งคั่งต่ำสืบเนื่องมาจากการก่อหนี้สินที่พอกพูนขึ้น

ตัวชี้วัดใหม่สำหรับการกระจายความมั่งคั่งระดับประเทศ

เพื่อให้ได้ภาพการกระจายความมั่งคั่งในระดับประเทศที่แตกต่างน้อยมากในบริบทระหว่างประเทศ เราจึงได้นำเสนอตัวชี้วัดใหม่ในรายงานนี้ คือ ดัชนีความมั่งคั่งส่วนทุน (Allianz Wealth Equity Indicator: AWEI) ผลลัพธ์บางอย่างเป็นที่น่าประหลาดใจ "ผู้ต้องสงสัย" ยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย และสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่มีการกระจายของความมั่งคั่งที่ถูกบิดเบือนอย่างมาก รวมถึงเดนมาร์ก สวีเดน และเยอรมนี ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย อาจเป็นเพราะระดับหนี้ที่สูงขึ้นในหมู่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ การรวมตัวที่ล่าช้าของประเทศเยอรมนี และปัญหาการขาดแคลนเงินเพื่อจ่ายเงินตามแผนการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญมีส่วนสำคัญในกระจายความมั่งคั่ง ในทางตรงข้าม ประเทศที่มีการกระจายความมั่งคั่งค่อนข้างสมดุล ประกอบด้วยประเทศในแถบยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันตกหลายประเทศ ซึ่งบางประเทศเป็นประเทศที่ประสบกับวิกฤตยูโร เช่น อิตาลี สเปนและกรีซ แม้ว่าในช่วงสองสามปีของวิกฤตทางการเงิน และความมัธยัสถ์อาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้นในสองประเทศนี้ ซึ่งยังคงมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงมากพอที่จะรองรับวิกฤตได้ เนื่องจากสินทรัพย์มีการกระจายตัวอย่างทั่วถึง ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เห็น หากเป็นสินทรัพย์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แม้การกระจายความมั่งคั่งจะเลวร้ายลงในปัจจุบัน แต่ไทยยังคงจัดอยู่ในประเทศที่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในการจัดอันดับครั้งนี้

"ตัวบ่งชี้ความมั่งคั่งใหม่ของเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราควรระมัดระวังในการหาข้อสรุปที่เร่งรีบหรือง่ายไป นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา ไม่มีประเทศใดตรงกับความคิดของการกระจายความมั่งคั่งที่ถูกบิดเบือนสุดโต่ง แต่ยังคงเลวร้ายอีกต่อไป ในประเทศส่วนใหญ่ เงาสีเทาเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว” ไมเคิล ไฮส์ กล่าว

การลงทุนในหลักทรัพย์กลับมาคึกคัก

พฤติกรรมการลงทุนในปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สนใจลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม ในช่วงหลายปีหลังจากวิกฤติ ปี 2560 เราได้เห็นเงินไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญในสินทรัพย์ประเภทนี้ ส่วนแบ่งในปีก่อนเกือบแตะหนึ่งในห้าของเงินลงทุนใหม่ ซึ่งสูงกว่าในช่วงหลายปีก่อนหน้าเกิดภาวะวิกฤติ ในบริบทของตลาดหุ้นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่าเป็นหลักทรัพย์ที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสินทรัพย์ทุกประเภทในปี 2560 เพิ่มขึ้นรวมร้อยละ 12.2 และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 42 ของเงินออมทั้งหมดในสิ้นปี 2560 ตามติด ๆ มาด้วยอันดับที่สองโดยเงินรับ (Receivables) จากบริษัทประกันภัยและเงินบำนาญ คิดเป็นร้อยละ 29 ของพอร์ตสินทรัพย์และขยายตัวร้อยละ 5.2 ในปีที่ผ่านมา

ในขณะที่นักลงทุนพบว่าตลาดทุน เงินฝากธนาคารได้รับความนิยมลดลงในหมู่ครัวเรือนทั่วโลก มีเพียงร้อยละ 42 ของเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่ไหลเข้าสู่ธนาคาร เทียบกับร้อยละ 63 เมื่อปีก่อน ตัวเลขเต็มๆ คือ ลดลงกว่า 390,000 ล้านยูโร (หรือประมาณ 12.6 ล้านล้านบาท)  เป็นผลทำให้การเติบโตของเงินฝากลดลงถึงสองจุดที่ร้อยละ 4.3 (ส่วนแบ่งของพอร์ตสินทรัพย์เกือบร้อยละ 27)

แคทริน แบรนด์เมียร์ (Kathrin Brandmeir) ผู้ร่วมเขียนรายงาน กล่าวว่า "ผู้ฝากเงินได้รับรู้ถึงสัญญาณของเวลาแล้ว การที่ผู้ฝากเงินจะไม่นำเงินไปฝากธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรม "เก่า" ไม่ได้มาติดอันดับที่สองเร็วจนเกินไป เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มหวนกลับมาแล้ว นอกจากนี้ การเพิ่มราคาสินค้าในประเทศเหล่านี้สูงขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2560 แม้ว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ยอดความสูญเสียในอำนาจซื้อของเงินฝากธนาคารพุ่งขึ้นด้วย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ล้านยูโร(หรือประมาณ 12.9 ล้านล้านบาท) ในปี 2560 เพียงปีเดียว

การเติบโตของหนี้สินพุ่งสูงขึ้นต่อไปอีก

หนี้สินครัวเรือนทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ในปี 2560 ดังนั้นอัตราการเติบโตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยที่ระดับร้อยละ 5.5 ในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) การเติบโตของหนี้สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ในระดับสูงโดยลดลงจากร้อยละ 16.5 เป็น ร้อยละ 15.8 ในปี 2560 เนื่องจากความต้องการสินเชื่อที่สูงในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค (สัดส่วนหนี้สินคิดเป็นร้อยละต่อ GDP) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 64.3 (ในเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่นมีหนี้ร้อยละ 49.2 ของ GDP) ตัวเลขค่าเฉลี่ยเหล่านี้ปกปิดความแตกต่างกันอย่างมหาศาลในบางประเทศ ระดับหนี้และการเปลี่ยนแปลงได้ถึงขั้นวิกฤตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

มิเคล่า กริมม์ (Michaela Grimm) ผู้ร่วมเขียนรายงานอีกคน ให้ความเห็นว่า “ในประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์ส่วนใหญ่ การขยับของหนี้ภาคเอกชนยังไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม มีบางประเทศในแถบเอเชีย เช่น ไทย มาเลเซีย เกาหลีใต้และจีน น่าจะได้รับการติดตามพัฒนาการของหนี้อย่างใกล้ชิด โดยสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในประเทศเหล่านี้ คือ มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการมีสินเชื่อที่มากเกินไปก่อนจะเกิดวิกฤติทางการเงิน แม้ว่าภาระหนี้จะมีการเติบโตมาก สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิ เช่น ส่วนต่างระหว่างสินทรัพย์ทางการเงินรวมและหนี้สินที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 128.5 ล้านล้านยูโร ใกล้เคียงกับตัวเลขในปี 2560 ซึ่งแสดงถึงหนี้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า”

การมีส่วนร่วมมากขึ้นจากโลกาภิวัตน์

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาของโลกาภิวัตน์ที่รวดเร็วได้ก่อให้เกิดชนชั้นกลางกลุ่มใหม่ของความมั่งคั่งขึ้นบนโลกซึ่งมีมากถึงราว 1.1 พันล้านคนในปลายปี 2560 ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า 500 ล้านคนในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของชนชั้นกลางกลุ่มนี้มาจากยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ หรือญี่ปุ่น ปัจจุบัน ประเทศเหล่านี้มีสัดส่วนเพียงหนึ่งในสี่ของชนชั้นกลางที่มีความมั่งคั่งทั่วโลกเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ส่วนแบ่งของชนชั้นกลางในจีนได้เพิ่มขึ้นจากต่ำกว่าร้อยละ 30 มาเป็นสูงมากกว่าร้อยละ 50 ในช่วงเวลานี้ ตัวเลขที่มาพร้อมกับเรื่องราวความสำเร็จนี้เป็นที่น่าประทับใจ ชาวจีนประมาณ 500 ล้านคนได้ย้ายเข้าสู่กลุ่มชนชั้นกลางที่มีฐานะร่ำรวยระดับโลกตั้งแต่ปี 2543 และมีชาวจีนกว่า 100 ล้านคนสามารถนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งระดับโลก ดังนั้น วันนี้จึงกล่าวได้ว่าร้อยละ 62 ของชนชั้นกลางที่มีความมั่งคั่งระดับโลกและร้อยละ 42 ของชนชั้นที่มีความมั่งคั่งสูงเป็นพลเมืองของประเทศในเอเชีย

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 กันยายน 2561  1 ยูโร = 32.45 บาท

ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “CARING VACCINE FOR LIFE” มอบสิทธิพิเศษวัคซีนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ตอกย้ำผู้นำด้าน Green Insurer เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Commit To Climate Season 5”

FWD ประกันชีวิต ชวนลูกค้าใช้สิทธิ์บริการ FWD Telemedicine ผ่านแอปฯ MorDee (หมอดี) พบแพทย์ออนไลน์ได้จากทุกที่ ใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย

สงกรานต์นี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี

เมืองไทยประกันชีวิต เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่ สร้างพลังขับเคลื่อนบน Social Commerce Platform

ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026” ความเป็นเลิศและโดดเด่นด้านนวัตกรรม

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

Read More Stories  

Research

U.S. News & World Report เผย ‘ประเทศไทย’ ครองตำแหน่งค่าครองชีพถูกที่สุดในโลก ถูกสำหรับคนอื่น แต่ทำไมคนไทยยังรู้สึกแพง?

ยิ่งดึกยิ่งคึก! แกร็บ เผยอินไซต์คนเมือง ศุกร์-เสาร์ “คืนปล่อยจอย” เรียกรถพุ่ง 20% “ถุงยางอนามัย” สั่งมากกว่า 3 แสนชิ้นต่อปี

ไทยกำลังแก่ก่อนรวย? เปิดอินไซต์เมื่อแรงงานในประกันสังคมมีเพียง 12% ที่มีเงินออมเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

Read More Stories  

Digest

FWD ประกันชีวิต ชวนลูกค้าใช้สิทธิ์บริการ FWD Telemedicine ผ่านแอปฯ MorDee (หมอดี) พบแพทย์ออนไลน์ได้จากทุกที่ ใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact