Q: ตลาดเครื่องดื่มมีแคททากอรี่ใหม่ๆ เข้ามาเต็มไปหมด เราจะทำอย่างไรให้สามารถชิงพื้นที่กระเพาะของคนได้?
A : อย่างที่บอกว่าเราต้องสร้าง Top of Mind ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ New Product ที่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่จะมาเปลี่ยนสีน้ำ เปลี่ยนสีขวด เหมือนที่เราทำเคียวโฮออกมาต้องมีอะไรที่กลุ่มทาร์เก็ตเขาจับต้องได้ ตอนนี้เคียวโฮขายดีเป็นอันดับ 2 ของ Port ทั้งหมดแล้ว อันดับ 1 คือเลมอน ฮันนี่ อันดับ 2 คือ เคียวโฮ ซึ่งแซงทั้งชาเขียวแบบออริจินัลและแบบเกนไม ที่เป็นแบบนั้นเพราะเคียวโฮมันมีทั้งความสนุก และมีส่วนของใบชา ชากับคนไทยอาจจะยังไม่ชินมาก แต่พอใส่เรื่องของน้ำผลไม้ลงไป มันจึงมีความหอมและอร่อย เคียวโฮนี่ถึงขั้นไม่มีของ ทุกวันนี้เรายังโดน Complain ว่าของขาด
เราใช้เวลาในการเตรียมลอนช์เคียวโฮอยู่เกือบ 3 ปี ในการหา Sourcing ในการที่จะวางขวด ซึ่งเดี๋ยวเร็วๆ นี้จะได้เห็น เวลาเราทำเรื่องของเคียวโฮมันเปลี่ยนเรื่องของ Execution มันจะสามารถโชว์วุ้นที่อยู่ข้างในซึ่งลอยตัวสวยมาก สินค้าพวกนี้มันต้องใหม่จริงๆ และต้องจับต้องได้ ต่อไปต้องเป็นเรื่องของ Communication เพราะการที่เราจะสื่อสารกับวัยรุ่นต้องมีอะไรที่แปลกใหม่ เปลี่ยนแปลงจริงๆ ก็คือเรื่องของ Innovation เพราะ Innovation จะเป็นตัวสร้าง Top of Mind อย่างตอนนี้เขาก็จะพูดถึงเคียวโฮแล้ว ไม่ได้พูดถึงแบรนด์อื่นๆ จริงๆแล้วเคียวโฮไม่ได้จับได้แค่วัยรุ่น คนที่อายุ 20-24 ปีก็ยังชอบด้วย กลายเป็นว่าเคียวโฮจะแมสมาก
Q: โปรโมชั่นยังสำคัญไหม?
A : โปรโมชั่นยังสำคัญ แต่ต้องเป็น Brand Drive Promotion ควรจะเป็นโปรโมชั่นที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้ Umbrella ของแบรนด์ ไม่ใช่ทำแบบสมัยก่อนที่แบรนด์กลายเป็นโปรโมชั่น ต้องทำในโอกาสที่ถูกต้อง ถูกช่วงเวลา แล้วมันก็จะมีเรื่องของ Instore Media และ Instore Promotion รวมถึงการโฟกัสช่องทางให้ถูกต้อง ต้องครบทั้งเรื่องของแบรนด์และเรื่องของแทคติคด้วย อย่างที่เราทำโปรโมชั่นหน้าหนาวที่พาไปญี่ปุ่น อันนั้นเป็นเรื่องของ Brand Driven เลย โปรโมชั่นนั้นได้เรื่องของ Engagement ด้วย
Q: เบื้องหลังโปรโมชั่น Summer ทำอย่างไรให้โดนใจ?
A : ถ้าเป็นโปรโมชั่น ยังไงมันก็ต้องมีความเป็น Mass Appeal โออิชิ ชีวิตต้องโอจัง เป็นเฟรมที่ค่อนข้างกว้าง แต่Target Group ต้องเปลี่ยน เพราะเป็น Mass Appeal แต่ต้องเป็นโปรโมชั่นที่ไม่ทำให้วัยรุ่นอี๋ วัยรุ่นต้องร่วมสนุกกับมันได้ น่าสนใจเพียงพอ และง่ายเพียงพอที่จะทำให้เกิดการซื้อและซื้อซ้ำ ซื้อตุนสินค้า เพราะเราต้องการยอดขาย เวลาที่คนกำลังจะเดินไปซื้อเครื่องดื่มที่ตู้ มันจะมีเรื่องของการแย่งกระเพาะคนดื่มอย่างที่ถามมา การที่น้ำมันคล้ายๆ กัน บางคนอาจจะหยิบน้ำอัดลมก็ได้ เพราะตอบโจทย์เรื่องของ Refreshing เหมือนกันทั้งนั้น แต่ถ้าแบรนด์ไหนมีโปรโมชั่น ช่วยกระตุ้นการขายอีกหน่อยลูกค้าก็จะเลือกหยิบ
Q: ผู้บริโภคในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
A: ผู้บริโภคในปัจจุบัน Niche ขึ้นและเบื่อง่าย ดังนั้นเวลาทำอะไรต้องเร็ว การตลาดที่ว่าเร็วแล้วต้องเร็วขึ้นไปอีก เราต้องเร็ว โดนใจ และมาก่อนคนอื่น ถ้าเร็วแต่มาที่ 2 ทุกทีมันก็ไม่ทำให้คนจำ อย่างกลยุทธ์เวลาที่เข้ามาใหม่ทุกคนก็ต้องพยายามบอกว่าฉันเป็นตัวจริง เป็นที่ 1 กลยุทธ์เหล่านี้แหละที่เราต้องทำ จริงๆ เป็นเพราะออนไลน์เลยที่ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว หวือหวา และชอบอะไรที่ยังไม่ได้หาเหตุผล ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตลาดจะพัฒนาช้า กว่าจะเห็น TVC กว่าจะออกนอกบ้าน ตอนนี้เวลาประชุมงานจะคุยเรื่องของออนไลน์ก่อนเลย วันนี้เป็นแบบนี้แต่พรุ่งนี้สิ่งที่อยู่ในมือถือเป็นอีกแบบเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว อย่างสื่ออนไลน์ให้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ บางทีให้ 1 อาทิตย์เองด้วยซ้ำ แล้วสื่อออนไลน์ปัจจุบันนี้ต้องใช้ให้เป็น บางครั้งพอมันเปรี้ยงแล้วมันฉาบฉวย มันยังไม่ใช่ Brand Love วันนี้มาแบบนี้วันรุ่งขึ้นจบแล้ว กลายเป็นต้องไปคิดใหม่ ยุคนี้ต้องมีแต่อะไรที่ใหม่ เรื่องของมาร์เก็ตติ้งต้องมีสปีดมากๆ เพราะการแข่งขันมันเยอะ แต่ก็สนุกนะพอเราจับ Synergy ได้ จับระบบได้ มันก็ทำให้เราสนุก และทำให้การเติบโตของโออิชิเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าจะเห็นสิ่งที่เราพัฒนามา 3 ปี ในปีแรกท็อปไลน์เรายังไม่ได้โต แต่เราโตที่ EBITDA เป็น 100 % อย่างน้อยมีเงินเข้าระบบก่อน มีเงินมาคลีนระบบ ปีต่อไปเราก็คิดเรื่องของการท็อปไลน์ พอท็อปไลน์ไป EBITDA มันก็ยิ่งโตตาม ปีที่ 3 เราก็บิงโกเลย ทั้งเคียวโฮที่ออกมา แคมเปญที่ออกมาของ Summer การลดต้นทุนการผลิต การเติบโตของการส่งออก และเรื่องของออนไลน์ ซึ่งออนไลน์ของเราเป็นออนไลน์ที่มี Engagement สูงที่สุด เกือบ 18%
ก่อนจะจากกันคุณเจษฎากรบอกกับแบรนด์เอจเป็นการส่งท้ายว่า
“เรามองว่าวันนั้นถ้าเราไม่กลับมาคิดใหม่ วันนี้เผลอๆตลาดชาเขียวอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้”
ถือเป็นการพลิกเกมแบบมีกึ๋นแล้วทำให้โออิชิเปลี่ยนสถานภาพกลับมาเป็นผู้นำได้อย่างเต็มภาคภูมิ…