การนี้รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬามหาวิทยาลัย ได้นำเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ มาให้การต้อนรับและเข้าร่วมการบรรยายครั้งนี้ พร้อมจัดอาหารว่างมารับรอง ด้วยทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่า ประเทศไทยคือศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก ที่การันตีด้วยรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ประเภทนวัตกรรมการบริการที่เป็นเลิศ ระดับดีเด่น จากโครงการ ‘HAL-Qนวัตกรรมระบบบริหารจัดการคุณภาพความปลอดภัยผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลครบวงจร’ ซึ่งทุกนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภคทั้งสิ้น “ทุกครั้งที่มีงาน หรือแขกผู้มีเกียรติจากประเทศมุสลิมมาเยือน ทางศูนย์ฯ จะต้องต้อนรับและรับรองอาหารว่าง และครั้งนี้เช่นกันได้มาต้อนรับคณะผู้นำประเทศมาเลเซีย ซึ่งประเทศไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมานานแล้ว ทั้งได้มีการร่วมมือและส่งเสริมทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล โดยปี 2546 ได้เปิดศักราชใหม่กับความร่วม
มือระหว่างกิจการฮาลาลของประเทศไทยและมาเลเซียด้วย ทั้งได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่องความสำเร็จของฮาลาลประเทศไทยโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุน ที่รัฐซาราวัก มาเลเซีย จนผู้นำของรัฐแสดงความประสงค์ใช้ประเทศไทยเป็นโมเดลในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของเขา และรัฐยะโฮร์ ได้มาปรึกษารูปแบบของประเทศไทย เพื่อการพัฒนาศูนย์ฮาลาลให้เป็นศูนย์กลางฮาลาลที่ทันสมัยที่สุดของมาเลเซีย นอกจากนี้ ได้มาเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ และส่งเจ้าหน้าที่มาเข้ารับการอบรมด้วย เพราะอยากทราบความก้าวหน้าของฮาลาลประเทศไทย และประสงค์จะสร้างความร่วมมือระหว่างมาเลเซียและประเทศไทยด้านการพัฒนางานรับรองฮาลาล ...ในการขับเคลื่อนงานฮาลาลที่ทำให้ทั่วโลกมองประเทศไทยเป็นแบบอย่าง เป็นอีกครั้งที่สร้างความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อความปลอดภัยด้านกายภาพและจิตวิญญาณของผู้บริโภคมุสลิมทั้งในประเทศและทั่วโลก ดังนั้นวิทยาศาสตร์ฮาลาล จึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สาขาต่างๆ นำไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ” ตุน ดร.มาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่า อาเซียนมีศักยภาพสูง จากการมีประชากรมากกว่า 660 ล้านคน นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่อาเซียนควรทำคือ “การหันมาผลิตสินค้าต่างๆ ด้วยตัวเอง เพราะถ้าผลิตเองจะทำให้มีผลผลิตมากมาย และเติบโตได้รวดเร็วขึ้นและจากการที่อาเซียนมีความหลากหลาย แต่ละชาติจึงควรใช้ความแตกต่างให้เกิดประโยชน์ …สำหรับการแก้ปัญหา ได้พิสูจน์ว่าอาเซียนประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค โดยใช้วิธีที่ดีที่สุด เป็นสิ่งที่เราให้คุณค่าว่าเราแก้ไขได้โดยผ่านการเจรจา” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ผู้นำที่อาวุโสที่สุดในโลกด้วยอายุ 93 ปี หากยังคงความสง่า แข็งแรง ทั้งปฏิภาณไหวพริบยอดเยี่ยม เผยเคล็ดลับว่า “ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่กินเยอะเกินไปจนปล่อยให้อ้วน เราจะอายุสั้นหากกินมากเกินไป และผมออกกำลังกายด้วย รวมถึงผมชอบสู้กับคน และการตอบคำถามทำให้ผมใช้สมองอย่างสม่ำเสมอ ผมเป็นคนที่ตื่นตัวอยู่เสมอ ...และผมไม่เครียดเกินไป ผมไม่คิดว่าผมเป็นคนเครียดนะ เมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้น คุณต้องยอมรับมันและรู้จักปรับตัวอยู่กับปัญหาให้ได้” นี่คือ มหาบุรุษแห่งเอเชีย ผู้ไม่เคยหยุดนิ่ง