ขณะที่เรดบูลจะขายจุดขายในเรื่องของการให้กำลังงาน ซึ่งเป็นจุดขายที่แตกต่างเครื่องดื่มที่มีอยู่เป็นการนำเสนอ Product Innovative ที่ไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่เรดบูลนำเสนอให้กับตลาดนั้น เป็นการทำให้คุณประโยชน์ของสินค้าที่นำเสนอสามารถจับต้องได้ นั่นคือ สารอาหารที่นำเสนอนั้น สามารถให้ผลตามที่บอกไว้ทุกประการ และด้วยการผสมผสานการวางสินค้าเป็น Luxury และการทำการตลาดที่มี Unique ผ่านแคมเปญ Body & Mind หรือร่างกายและจิตใจรวมกันเป็นหนึ่ง
เรดบูล ใช้โฆษณาเข้ามาช่วยให้ผู้บริโภคเข้ามาจับต้องคุณประโยชน์ของสินค้า โดยแยกรูปแบบการสื่อสารไปยังแต่ละกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การทำตลาดกับกลุ่มผู้หญิงที่ไม่กล้าดื่ม จะทำโฆษณาเป็นหนังการ์ตูนล้อตัวเขาเองว่า ไม่เคยเชื่อเลยว่าจะมีเครื่องดื่มชนิดนี้ นั่นคือกลุ่มเป้าหมายแรก
ส่วนกลุ่มที่ 2 ที่เป็นกลุ่มที่ชอบลองของใหม่ กลุ่มนี้เมื่อเกิดการลองก็จะติดใจในรสชาติและนำมาสู่การเกิด Loyalty กลุ่มนี้ลองเรดบูลตั้งแต่แรก ปัจจุบันเติบโตเป็นนักธุรกิจ นายธนาคาร ก็ยังคงดื่มเรดบูลต่อ
กลุ่มที่ 3 จะเป็นพวกซุบซิบว่าจะได้ผลเหรอ ยิ่งซุบซิบมากเท่าไรก็ยิ่งเกิดการอยากลองมากเท่านั้น ส่งผลให้เรดบูลเป็นที่ยอมรับในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
การยึดมั่นในคุณภาพรวมกับการมี Creativity ทางการตลาดทำให้เรดบูลประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มต้นได้อย่างสวยหรูออสเตรีย เรดบูลก้าวสู่ประเทศข้างเคียงในยุโรปโดยเริ่มจากฮังการีในปี 2535 จนถึงปัจจุบันเรดบูลวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
เรดบูลมีส่วนแบ่งตลาด ไล่ตั้งแต่ 60 – 90% ในแต่ละประเทศ การทำตลาดในแต่ละทวีปจะแยกกันอย่างเด่นชัดระหว่างเรดบูลออสเตรียกับเรดบูลไทย โดยออสเตรียจะรับผิดชอบในทวีปยุโรปและอเมริกา ส่วนไทยจะรับผิดชอบตลาดในเอเชียเป็นหลัก
สิ่งหนึ่งที่เรดบูลยึดมั่นและปฏิบัติมาตลอดก็คือ การทำตลาดทั่วโลกด้วย Global Marketing ที่มีการปรับใช้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ การเข้าตลาดแต่ละประเทศจะมีการวิจัยตลาดอย่างลึกซึ้งทั้งที่เป็นแม็คโครและไมโคร รวมถึงการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเรดบูลจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในทุกช่องทางทั้งที่เป็นออฟพรีมีสหรือร้านค้าทั่วไป และออนพรีมีส หรือร้านอาหารผับบาร์
อย่างการเข้าตลาดอเมริกา เนื่องจากเป็นสินค้าพรีเมียมที่มีราคาค่อนข้างแพง ทำให้ดิสทริบิวเตอร์ไม่มั่นใจว่าจะไปได้ดีหรือไม่ ทางเรดบูลจึงต้องมีการระดมทีมงานเข้าไปทำพรีเซลส์ในทุกช่องทางขายเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดของเรดบูล
จากรัฐสู่รัฐ ทำให้เรดบูลกลายเป็นที่รู้จักและได้รับการตอบรับอย่างดี จนทำให้ตลาดอเมริกา กลายเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลยุทธ์การตลาดที่เรดบูลนำมาใช้ คือตัวผสานความสำเร็จสู่การเป็นเครื่องดื่มชั้นนำของโลก การวางสินค้าเป็น Lifestyle Product ทำให้กลยุทธ์การตลาดที่ถูกนำมาใช้ต้องช่วยเสริมภาพดังกล่าวให้เด่นชัดขึ้น กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบของ IMC ถูกนำมาใช้ผ่านทางกิจกรรมที่เป็นไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในเรื่องของกีฬาและบันเทิง ที่เรดบูลเองมีทีมงานในการติดต่อประสานงานให้สินค้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวภาพยนตร์ดังๆจากฮอลลีวู้ด ในลักษณะของการ Tie In รวมถึงการทำ Product Placement
ส่วนในวงการกีฬา เรดบูลเองก็มีการเข้าไปซื้อสโมสรชั้นนำทั้งวงการแข่งรถ และวงการฟุตบอล ส่วนหนึ่งมองถึงการต่อยอดไปสู่ธุรกิจกีฬา แต่อีกส่วนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เข้ามาเป็นสื่อชั้นดีในการสื่อสารแบรนด์เรดบูล
ความสำเร็จอย่างรวดเร็วของเรดบูล ทำให้บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ระดับโลกทั้งโค้กและเป๊ปซี่ต้องหันมามองและเข้ามาร่วมชิงชัยในตลาด แต่ก็ไม่สามารถตีเรดบูลได้ เพราะว่าไปแล้ว เรดบูลไม่ใช่แค่เป็นผู้สร้าง Category ใหม่ให้เกิดขึ้นบนโลกเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างมาตรฐานของตลาดนี้ขึ้นมา ขณะที่การทำการตลาดที่เป็น โกลบอล มาร์เก็ตติ้ง และมี Unique ทำให้เรดบูลค่อนข้างจะแข็งแกร่งจนตีได้ลำบาก
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้คู่แข่งอย่างโค้กและเป๊ปซี่ ไม่สามารถเข้ามาแชร์ตลาดได้มากนักก็คือ การขาด Unique โค้กลงตลาดด้วยการส่งหลากหลายแบรนด์ เพื่อทำตลาดแต่ละพื้นที่ เช่น แบรนด์เบิร์น ในประเทศออสเตรเลีย และแบรนด์ ลิฟท์ ในเอเชีย เป็นต้น ขณะที่เรดบูลเอง วางตลาดในทั่วโลกภายใต้แบรนด์เรดบูล เพียงแบรนด์เดียว การทำตลาดจึงมีเอกภาพมากกว่า